หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

'ศิโรตม์' นักจัดรายการชื่อดังโวย! ถูกบีบให้เลิกจัดทีวี เหตุปล่อยภาพทักษิณมากไป!

17 ก.ย. 2561 - 08:49 น.

‘ศิโรตม์’ นักจัดรายการชื่อดังโวย! ถูกบีบให้เลิกจัดทีวี อ้าง ‘ผู้มีอำนาจ’ ไม่พอใจหนัก!

ศิโรตม์ โวย / ช่วงค่ำวานนี้ (17 ก.ย.) นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิเคราะห์การเมืองรายการโทรทัศน์ และคอลัมนิสต์ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าว่า อาจจะไม่ได้จัดรายการทีวีอีกต่อไป หลังมีการกดดันจากบางหน่วยงาน มาจากทางผู้มีอำนาจ โดยระบุว่า

ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่าไม่กี่วันนี้ทุกท่านจะไม่เห็นผมบนหน้าจอทีวีอีกต่อไป ระยะเวลานานเท่าไรผมไม่ทราบ และจะพบกันในเงื่อนไขไหนก็ไม่รู้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดจากการกดดันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งอ้างว่าคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจต้องการ

ด้วยต้นเหตุที่เป็นแบบนี้ การหายไปไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผมทำอะไรผิดกฎหมายทั้งกฎหมายปกติและกฎหมายของ คสช.ทุกกรณี

สรุปสั้นๆ องค์กรซึ่งใช้อำนาจคุมสื่อเรียกช่องที่ผมเกี่ยวข้องไปพูดคุยถึงรายการวันซึ่งผมไม่ใช่ผู้ร่วมจัด เหตุผลขององค์กร คือรายการวันนั้น มีภาพคุณทักษิณ และ ผู้ชุมุนมเลือกตั้งมากเกินไป

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

การมีภาพดังกล่าวในวันที่มีข่าวทั้งสองจะถูกหรือผิดคงแล้วแต่การตีความ ตามกฎหมายนั้นไม่ผิดแน่ๆ แต่ตามอำนาจรัฐตอนนี้อาจถือว่าผิดก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงของเรื่องคือผมไม่เกี่ยวกับรายการวันนั้นสิ้นเชิง

ทั้งที่ผมไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องซึ่งเป็นวัตถุของการพิจารณา ผู้มีอำนาจในองค์กรดังกล่าวก็พูดขึ้นว่าผมแสดงความเห็นเสียดสีและไม่เป็นกลาง จากนั้นการกดดันให้ผมหายไปจากหน้าจอก็เกิดขึ้น และถ้าเดาไม่ผิด เรื่องนี้น่าจะมีผลทันทีในวันจันทร์ที่ 17 กันยายน

ผมทราบว่าตัวเองทำงานที่ต้องแสดงความเห็นที่ผู้มีอำนาจไม่พอใจ แต่การกดดันให้ผมหายไปจากหน้าจอโดยกล่าวหาว่าผม “ไม่เป็นกลาง” และ “เสียดสี” เป็นความเท็จซึ่งดูหมิ่นจรรยาบรรณในวิชาชีพสื่อและปัญญาชนของผมอย่างน่าละอาย

ความเห็นของผมต่อรัฐบาลนี้ขีดเส้นที่การวิจารณ์ผลงานอย่างตรงไปตรงมา ผมไม่โจมตีเรื่องเผด็จการ ไม่พูดเรื่องท่านมาจากรัฐประหาร ไม่แตะเรื่องบุคลิกภาพ และไม่ฉวยโอกาสใช้เรื่องไม่มีมูลเพื่อใส่ร้ายรัฐบาล

สำหรับรัฐบาลนี้ ผมเห็นว่าผลงานท่านมีปัญหาเหมือนรัฐบาลอื่นๆ ผมวิจารณ์รัฐบาลท่านเหมือนวิจารณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์เรื่องผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม และรัฐบาลอภิสิทธิ์สลายการชุมนุมสมัยพี่ผมเป็นรัฐมนตรี

ผมมั่นใจว่าผมทำหน้าที่ “เป็นกลาง” มากที่สุดเท่าที่คนซึ่งทำหน้าที่แบบผมจะทำได้ นั่นคือพูดเรื่องที่รัฐบาลผิด, ชมเรื่องที่รัฐบาลทำดี และไม่สร้างวาทกรรมประเภทรัฐบาลเผด็จการทำทุกอย่างผิดทุกกรณี

ล่าสุด กระทั่งเรื่องกฎหมายสวัสดิการประชารัฐที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโจมตีว่า “แจกเงิน” ผมแสดงความเห็นว่านี่คือกฎหมายดีซึ่งจะเป็นมรดกให้คนจดจำคุณประยุทธ์เหมือนจำคุณทักษิณเรื่องบัตรทอง

ผมรู้ว่าตัวเองทำงานสื่อในช่องซึ่งคนมองว่ามีค่ายทางการเมือง แต่งานทีวีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานที่ผมทำกับองค์กรอื่นอีกมาก

เฉพาะเรื่องทีวีนั้น คนในวิชาชีพนี้คนไหนก็เลือกเจ้าของไม่ได้ แต่ที่เราทำได้คือไม่ให้การทำหน้าที่สื่อกลายเป็นกระบอกเสียงของเจ้าของเงิน

ผมชี้แจงเรื่องทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดข่าวว่าผมหายไปจากหน้าจอเพราะ “ต่อต้านรัฐบาล” หรือ “ถูกแบน” เพราะข้อเท็จจริงคือผู้สั่งไม่ได้บอกว่าผมโจมตีใคร, ผิดอะไร และผมไม่มีพฤติกรรมแบบนั้นในความเป็นจริง

ความพยายามกำจัดผมมาจากการพูดอย่างไม่เป็นทางการในเรื่องที่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การหายไปจากหน้าจอไม่ใช่เพราะผมทำผิด แต่เพราะการข่มขู่ของผู้มีอิทธิพลผ่านบุคคลบางตำแหน่งโดยใช้ความเสียหายของหลายคนเป็นเครื่องมือ

สำหรับทุกท่านที่มีไมตรีกับผมในวิชาชีพสื่อ, อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักการเมือง, อดีตนายก, คนทำงานศิลปะ, พระภิกษุ, สถาบันการเงิน, พี่น้องมุสลิม, NGOs, องค์กรระหว่างประเทศ ฯลฯ การหายไปของผมคือหลักฐานว่าประเทศมีการใช้อิทธิพลกำจัดคนเห็นต่าง พฤติกรรมนี้กระทำโดยอำเภอใจ และกระบวนการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างสิ้นเชิง

สำหรับผู้มีอำนาจซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับการกดดันให้ผมหายไป กรณีผมเป็นตัวอย่างว่ามีคนใช้ความใกล้ชิดท่านเป็นอิทธิพลในการข่มเหงผู้อื่น ความไม่เป็นธรรมในนามท่านจะทำให้มีคนไม่พอใจท่านมากขึ้น และท่านไม่ควรเสียหายจากการใช้อิทธิพลสกปรกซึ่งท่านไม่ได้กระทำ

สำหรับคนที่อาจจะพล่ามว่าผมโดนกดดันเพราะ “ต่อต้านรัฐบาล” หรือพูดจาอะไรไม่ดี เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้วโปรดหุบปากด้วย เพราะเรื่องที่องค์กรคุมสื่อมีปัญหานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมอย่างสิ้นเชิง

ผมไม่อยู่ในสถานะที่รู้ว่าการหายไปจากจอทีวีจะเกิดในเงื่อนไขไหนและนานเท่าใด ผมสื่อสารข้อความนี้เพื่อให้ทุกท่านที่มีมิตรภาพกับผมรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และถ้าทำได้ก็ช่วยกันหาทางหยุดเรื่องแบบนี้ลง

ผมเชื่อว่าเราทุกคนรักประเทศนี้ และเราทุกคนรู้ว่าประเทศนี้ดีเกินกว่าจะปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลทำแบบนี้กับใครแม้แต่คนเดียว

ผู้มีอำนาจจะโกรธที่ผมพูดความจริงก็ได้ แต่อีกกี่ชาติผมก็ไม่มีวันใช้พื้นที่สาธารณะพูดความเท็จกับประชาชน

อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้จบด้วยความเงียบ เพราะทุกครั้งที่เรื่องนี้เงียบคือการเปิดทางให้ผู้มีอำนาจทำแบบนี้ต่อไป

ด้วยภราดรภาพแห่งการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

ต่อมา ทางด้าน นายประทีป คงสิบ ผ.อ. สถานีวอยซ์ทีวี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงต่อทั้งผู้ชมและผู้สนับสนุนให้ทราบถึงเหตุผลที่จะต้องปรับเปลี่ยนผู้ดำเนินรายการ Wake Up News ทางช่องวอยซ์ทีวี ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.-17 ต.ค. โดยระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ‘ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์’ และ ‘วิโรจน์ อาลี’ จะหยุดพักดำเนินรายการเวคอัพนิวส์ชั่วคราว ส่วนคอลัมน์ เวคอัพ การ์ตูน โดย ‘เซีย’ ก็จะต้องหยุดพักตามไปด้วย

โดยยังระบุอีกว่า “เหตุผลเพราะ “ผู้มีอำนาจ” ในการชี้ชะตาเรา ไม่พอใจอย่างแรงกับการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ของผู้ดำเนินรายการทั้งสองท่าน รวมทั้งการ์ตูนโดยคุณเซีย. หากเราไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรเลย. สถานการณ์ของ ‘วอยซ์ทีวี’ จะอยู่ในจุดที่อันตราย”


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

'ศิโรตม์' นักจัดรายการชื่อดังโวย! ถูกบีบให้เลิกจัดทีวี เหตุปล่อยภาพทักษิณมากไป!