หนุ่มศุลกากรโผล่รับข้อหาแล้ว สารภาพเป็นคนพา 2 ติ่งเกาหลีเข้าพื้นที่หวงห้าม สนามบิน สุวรรณภูมิ โดยแอบหยิบบัตรประจำตัวของพนักงานหญิงไปใช้ ตร.แจ้งข้อหาร่วมสนับสนุนการกระทำความผิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรหญิงที่ถูกนำบัตรไปใช้ และ 2 สาวติ่งเกาหลียังไม่เข้าให้การ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ด้าน รองผอ.การท่าฯ พาสื่อตรวจระบบรักษาความปลอดภัย ยันได้มาตรฐานไอเคโอ แต่ที่ผิดพลาดเป็นเพราะ เจ้าหน้าที่ เตรียมทุ่มงบ 20 ล้าน เพิ่มระบบสแกนลายนิ้วมือ ป้องกันใช้บัตรแทนกัน

จากกรณีสาวแฟนคลับศิลปินเกาหลี โพสต์ในอินสตาแกรมว่า ปลอมตัวเป็น เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปรอรับ “อีจงซอก” นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลี ในพื้นที่หวงห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนถูกแจ้งความดำเนินคดี พร้อมเอาผิดเจ้าหน้าที่ศุลกากร 2 คน ที่เป็นผู้นำพา 2 แฟนคลับสาวเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม และเจ้าหน้าที่สาวที่ถูกนำบัตรไปใช้ ขณะที่การท่าฯสั่งย้ายจนท.รปภ.ประจำจุดที่ไม่ตรวจสอบแล้ว

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ย. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ชี้แจงมาตรการการรักษาความปลอดภัยการเข้า-ออกพื้นที่เขตหวงห้ามท่าอากาศยาน พร้อมพาตรวจมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่หวงห้าม ภายในอาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มาตรฐานตามหลักสากล เพราะได้รับการตรวจสอบจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เป็นประจำทุกปี แต่สิ่งเกิดขึ้นจนเป็นกระแสในโซเชี่ยลนั้นเป็นความผิดพลาดที่ตัวบุคคล

โดยวิธีการคือ เจ้าหน้าที่ผู้ชายใช้บัตรพาหญิงสาว 2 ราย ผ่านช่องทางเข้าผู้ติดบัตรอนุญาตคนละจุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณจุดผ่าน จากนั้นจึงพาไปรอที่สะพานรอรับกระเป๋าหลังตรวจคนเข้าเมือง โดยสวมใส่ชุดปกติ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดศุลกากร แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงบริเวณพื้นที่สินค้าหลังจุดตรวจคนเข้าเมืองได้ เพราะจะต้องติดบัตรที่ได้รับอนุญาตและผ่านเครื่องสแกน ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงอยากฝากเตือนไปยังผู้ที่ชื่นชอบดารา ศิลปิน ทั้งไทยและต่างประเทศ ควรอยู่รอพบศิลปินในจุดที่ทางท่าอากาศยานจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อความปลอดภัย เพราะหากฝ่าฝืนลักลอบเข้ามาก็จะถูกดำเนินคดีเหมือนกรณีนี้

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคดีความ ล่าสุดเรียกเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความผิดเข้าพบแล้วทั้ง 2 ราย ในช่วงบ่าย ส่วนหญิงสาวอีก 2 ราย ทราบว่าเรียกเข้าพบในวันนี้เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนของเวลา ต้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง

โดยทอท.แจ้งความดำเนินคดีหญิงทั้งสองคน ฐานบุกรุกพื้นที่ควบคุมในยามวิกาล ซึ่งเป็นคดีอาญา มีโทษสูง จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (พ.ร.บ.) พ.ศ.2497 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 2 ราย ที่พบว่าเป็นผู้สนับสนุนพาคนนอกเข้าพื้นที่ 1 ราย และให้ยืมบัตรของเจ้าหน้าที่มาใช้อีก 1 รายนั้น ต้องให้ทางเจ้าพนักงานสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง

นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่บกพร่อง เบื้องต้นทางทอท.ย้ายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในจุดตรวจสอบในวันดังกล่าว ให้ไปประจำยังจุดอื่นแล้ว จากนี้จะปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้มากขึ้นอีก โดยจุดตรวจสอบสิทธิ จะเปลี่ยนใช้บัตรที่มีภาพถ่ายของเจ้าของบัตร เมื่อเข้าสู่จุดตรวจสอบสิทธิ จะเพิ่มการสแกนลายนิ้วมือ และมีภาพถ่ายของ ผู้ขอเข้าพื้นที่ควบคุมขึ้นยังจุดแสดงผล เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่และเป็นเจ้าของบัตร ตัวจริง โดยกำหนดงบประมาณในการเพิ่มมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยประมาณ 20 ล้านบาท คาดว่าในปีหน้าจะเห็นระบบรักษาความปลอดภัยระบบใหม่อย่างแน่นอน

“ที่ผ่านมามีการออกบัตรเจ้าหน้าที่โดยส่วนราชการ ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน เป็นบัตรส่วนกลาง ไม่มีรูปภาพยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตร และเมื่อนำบัตรออกมาใช้หรือนำออกข้างนอก ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแล และทำให้เกิดความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ต้องทำบัตรรูปแบบใหม่ขึ้น เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบได้สะดวกมากกว่าเดิม” นายกิตติพงศ์ กล่าว

นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า โดยหากจะเข้าสู่พื้นที่ควบคุมได้ต้องผ่านการตรวจสอบหลายจุด ดังนี้ จุดที่ 1 เป็นจุดตรวจสอบสิทธิ ต้องมีบัตรเจ้าหน้าที่ใช้ในการยืนยันตัวตนเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าไปด้านในได้ หากบัตรที่ใช้งานออกโดยราชการและผู้ถือบัตรเป็นตัวจริงแน่นอน จะมีไฟสีเขียวแสดงถึงการผ่านการตรวจสอบแล้ว

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า จุดที่ 2 เป็นจุดรอรับกระเป๋าสัมภาระสายพานที่ 17 จุดที่ 3 เป็นจุดเข้าสู่พื้นที่ควบคุม ต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรก่อน จึงจะสามารถเข้าด้านในได้ จุดนี้เป็นจุดที่หญิงสาว 2 คนไม่สามารถผ่านเข้าไปได้แน่นอน เนื่องจากพฤติการณ์ของหญิงสาวใช้บัตรที่ไม่ใช่ของตนเอง ทำให้ไม่ผ่านการตรวจสอบ จึงรอรับศิลปินเกาหลีอยู่ที่จุด 2 คือ บริเวณจุดรอรับกระเป๋าสัมภาระสายพานที่ 17

หลังจากนี้อยากขอร้องทางเจ้าหน้าที่พนักงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยการให้ความร่วมมือในการตรวจสอบสิทธิและยืนยันตัวตน เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่ ทำให้อาจไม่ได้รับความสะดวกมาก เท่าที่ควร

แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคนก็อยากให้ร่วมมือด้วยความเต็มใจ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกครั้ง เพราะส่งผลกระทบต่อหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันค่อนข้างมาก และประชาชนทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดรัดกุมมากอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวบุคคลไม่ได้ผิดพลาดจากระบบงาน

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรผู้ชาย ซึ่งเป็นคนพา 2 สาว ติ่งนักร้องเกาหลีผ่านในจุดหวงห้าม โดยใช้บัตรของพนักงานกรมศุลกากรผู้หญิง เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยพนักงานชายคนดังกล่าว สารภาพว่าพา 2 สาวเข้าไปจริง โดยแอบไปหยิบบัตรของเพื่อน ซึ่งเป็นบัตรของพนักงานหญิง แล้วพา 2 ติ่งนักร้องเกาหลีผ่านจุดเข้าไป ตามที่ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนในการกระทำความผิด ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังเปิดภาพวงจรปิดนาทีที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนุ่ม พา 2 ติ่งดาราเกาหลีเข้าไปในเขตหวงห้าม เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดีด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน