พี่เมียรับแล้ว-ฆ่า2เศรษฐี แฉ ชิงมรดก น้องสาว-เขยฝรั่ง ลูกสาว-ญาติเปิดศึกแย่งศพ ก่อนนำศพไปฝังดินริมแม่น้ำ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมระดมค้นหาประแจ และปืนที่ใช้ก่อเหตุ แต่ยังไม่เจอ ด้านลูกสาวต้องการนำศพพ่อ-แม่ไปทำพิธีที่ออสเตรีย
ความคืบหน้าคดีสังหารโหด นายอลัน สก็อต ฮ็อกก์ ชาวอังกฤษ กับ นางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวไทย สองผัวเมียเศรษฐี อยู่บ้านเลขที่ 207/4 หมู่ที่ 6 ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ หลังหายไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 61 ต่อมาตำรวจสามารถขุดพบศพทั้งสองถูกฝังดินริมห้วยกว่างเน่า ใกล้กับบ้านพัก พร้อมจับกุมผู้บงการฆ่าและทีมฆ่ามือปืนรวม 3 คน ประกอบด้วย นายวารุต รัตนสัจจะกิจ ผู้บงการและมือฆ่านางหน็อต ซึ่งเป็นน้องสาว, นายเปี้ย คำใส ฉายาเสือทอง อ.วังชิ้น มือปืนยิงนาย อลัน และนายกิตติพงศ์ คำวัน ผู้ล็อกคอนางหน็อต เพื่อให้นายวารุตใช้ประแจทุบหัวจนเสียชีวิต ได้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมาแล้วนั้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.ย. นายชาย จารุจินดา ทนายความเดินทางมาที่ สภ.พระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ เพื่อขอเยี่ยมนายวารุฒ จากนั้นหารือกับญาติของผู้ต้องหาเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้คดีต่อไป ส่วนพนักงานสอบสวนสภ.พระธาตุช่อแฮ สอบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตลอดทั้งคืน ทราบว่าผู้ต้องหารับสารภาพ
เมื่อเวลา 13.40 น. พ.ต.อ.สมชาติ เป้าพานิช รองผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.มนัส เกิดสุขโข ผกก.สส.ภ.จว.แพร่ พ.ต.ท.นิวัต ทัศนเกษม รองผกก.สส.ภ.จว.แพร่ พ.ต.ท.สุรพล เจริญวัฒนกุล รองผกก.สส.สภ.พระธาตุช่อแฮ พ.ต.ท.ณฐกฤษ ชัยนันท์ รองผกก.สอบสวน สภ.พระธาตุช่อแฮ พ.ต.ท.วีรพล อุ่นอารมณ์ สว.สส.ภ.จว.แพร่ ร.ต.อ.อมร ขว้างแป้น รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระธาตุช่อแฮ เจ้าของคดี นำตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.แพร่, นปพ.ภ.จว.แพร่หลายนายควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน คือ
นายวารุต, นายเปี้ย และนายกิตติพงศ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณจุดเกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 207/4 หมู่ที่ 6 ต.ช่อแฮ ข้อหาร่วมกันก่อคดีฆาตกรรมอำพราง โดยทำแผนที่โรงรถจุดฆ่านางหน็อต จุดที่มือปืนดักซุ่มยิงนายอลัน ใกล้เล้าเป็ดซึ่งเป็นจุดที่ฝรั่งผู้ตายขับรถมาจอด เพื่อให้อาหารเป็ดในช่วงเย็น จากนั้นไปที่จุดขับรถแบ๊กโฮและหลุมฝังศพทั้งสอง ซึ่งนายวารุตเป็นผู้ใช้รถแบ๊กโฮขุดฝังศพด้วยตนเอง ส่วนทีมมือปืนก็ร่วมกันฝังศพ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 50 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เสร็จแล้วเดินทางมาที่บ้านของนายวารุต ซึ่งอยู่นอกรั้วบ้านของเศรษฐีฝรั่งหลังดังกล่าว เป็นจุดนัดหมายตกลงและเตรียมปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อบันทึกภาพเสร็จ พาผู้ต้องหาไปค้นอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ผู้ต้องหาให้การว่าโยนทิ้งในห้วยช่วงเขตติดต่ออ. วังชิ้น-อ.ลอง ขณะเดียวกันไปค้นหาประแจที่ใช้เป็นอาวุธสังหารนางหน็อต แต่ยังไม่พบ
เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทองสุข จรัสพงศ์ รองผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ สว่างประเสริฐ ผกก.สภ.พระธาตุช่อแฮ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง เดินทางมาที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อค้นหาอาวุธปืนลูกซองสั้น ที่นายเปี้ย มือปืนที่ยิงนายอลัน ได้รับสารภาพว่า เป็นมือปืนรับจ้างยิงนายอลัน จำนวน 50,000 บาท แล้วนำปืนไปทิ้งลงน้ำเขตติดต่อระหว่าง อ.ลอง และ อ.วังชิ้น แต่ยังไม่พบ
สำหรับนายวารุตรับสารภาพ หลังจากให้การภาคเสธ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ส่วนเบื้องลึกการสังหารโหดสองผัวเมีย น่าจะเกิดจากความต้องการทรัพย์สินมรดกของนายอลันและนางหน็อต หากตำรวจไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้และไม่พบศพ นายวารุตจะได้เป็น ผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งหมด และที่มีดินบางส่วนก็ยังเป็นของนายวารุตด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศพทั้งสองขณะนี้อยู่ที่ร.พ.แพร่และจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางพุทธศาสนา ที่วัดสุวรรณาราม หรือวัดบ้านมุ้ง หมู่ 1 ต.ช่อแฮ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีตำรวจภูธรพระธาตุช่อแฮ
ด้านพระครูโสธร พัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม เผยว่า ได้รับการติดต่อจากสภ.พระธาตุช่อแฮ ว่า ญาติของนายอลันและนางหน็อตจะนำศพมาไว้ที่วัดนี้ ทางวัดจึงเตรียมจัดสถานที่ไว้ เมื่อสักครู่ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ว่าขอยกเลิกนำศพมาไว้ที่นี่ ตามความประสงค์ของลูกสาวนายอลันที่ต้องการนำศพกลับไปยังบ้านเกิดในต่างประเทศ ส่วนศพของนางหน็อต ทางญาติซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ้านเหล่า อ.สูงเม่น จ.แพร่ จะขอนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านเหล่า
วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.แพร่ ว่า ขณะนี้การสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีความคืบหน้าไปมาก โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เชื่อว่าเกิดจากปัญหาส่วนตัวจากการทะเลาะกันของนายวารุตกับนายอลัน สก็อต ฮ็อกก์ ผู้ตาย ชาวอังกฤษ ที่สะสมมานานจนเกิดความคับแค้นใจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
“วันนี้พนักงานสอบสวน พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องนำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งชั้นนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม และหากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏว่ามีผู้ใดเข้ามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้บงการ หรือผู้สนับสนุน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกมิติ ตลอดจนการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด”รองโฆษกตร.กล่าว