ชาวคอนโดหรู-โวย ระฆังวัด ตีดังรบกวนชีวิตเช้า เขตส่งหนังสือเตือนซ้ำ สมภารยอมลดเสียง กิจของสงฆ์-เลิกไม่ได้ ดาราดังพักอยู่ใกล้ๆ เห็นใจวัดตั้งมาก่อน ด้านเจ้าอาวาสเผย ก่อนการสร้างคอนโดฯ มีใบสำรวจมายังวัดและชุมชนรอบข้าง เนื่องจากมีความสูงกว่าวัด เจ้าอาวาสรูปเก่าก็ยินยอมเซ็นใบอนุมัติเพื่อเป็นการอนุเคราะห์แก่ผู้พักอาศัย

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสำนักงานเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ส่งหนังสือลงวันที่ 2 ต.ค. ถึงเจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 ระบุว่า “ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ว่า ได้รับความเดือดร้อนกรณีวัดไทรตีระฆังส่งเสียงดังในช่วงเวลา 03.30-04.00 น. ทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยบนคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดวัด สำนักงานเขตบางคอแหลมจึงขอความร่วมมือวัดไทร ลดเสียงให้เหมาะสม ป้องกันการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย” จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยหลายคนมองว่าเป็นธรรมเนียมของวัดที่จะต้องตีระฆังเพื่อปลุกพระปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งวัดก็สร้างมาเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่คอนโดฯเพิ่งสร้างไม่ถึง 10 ปี

ล่าสุด “หลวงพี่เล้ง” พระลูกวัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว “ข่าวสดออนไลน์” ระบุว่า วัดได้รับหนังสือจากสำนักงานเขตบางคอแหลมจริง โดยตั้งแต่ปีที่แล้ว ผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดฯที่อยู่ติดกับวัดไทรได้โทร.มาที่วัดหลายครั้งให้หยุดตีระฆังตอนเช้า บอกว่ารบกวนเวลาพักผ่อน ทั้งนี้วัดต้องตีระฆังในตอนเช้าทุกวันเพื่อปลุกให้พระมาทำวัตรเช้าและไปบิณฑบาต หรือบางครั้งมีงานบวช แห่นาค งานทอดกฐิน ก็จะมีคนที่อาศัยบนคอนโดฯโทร.มาที่วัดบอกให้เบาเสียง วัดไม่รู้จะทำอย่างไร จึงบอกให้ผู้ร้องเรียนไปแจ้งความ จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วลงบันทึกประจำวันไว้ นอกจากนี้ยังมีผู้ร้องเรียนไปทางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ กทม. ซึ่งก็มีโทรศัพท์ มาเตือนวัด

พระวัดไทรบอกอีกว่า การตีระฆังของวัด ไม่ได้ตีรัวๆ แต่ตีเป็นจังหวะ โดยระฆังมีความสูงประมาณ 1.2 เมตร อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับหนังสือ เจ้าอาวาสได้สั่งให้หยุดตีระฆัง

รายงานข่าวเผยว่า สำหรับวัดไทร สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่มีหลักฐานที่พอจะนำมาสันนิษฐานประกอบได้ โดยดูจากองค์พระพุทธรูปในวิหาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืน ปางห้ามญาติ จีวรเป็นดอกพิกุล หรือดูจากพระปรางค์หรือเจดีย์ สังเกตจากฝีมือช่าง เปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับช่างในสมัยอยุธยาตอนปลาย

น.ส.วันทนีย์ สว่างตระกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม กล่าวว่า เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1555 กรุงเทพมหานคร ว่าได้รับความเดือดร้อนกรณีวัดไทรตีระฆังในเวลา 03.30-04.00 น. ส่งเสียงรบกวนและสร้างความเดือดร้อนกับผู้พักอาศัย เมื่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ส่งเรื่องมาที่เขต เขตจึงทำหนังสือถึง เจ้าอาวาส ขอให้พิจารณาปรับลดระดับเสียงและพิจารณาช่วงเวลาในการตีระฆังให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนรำคาญกับผู้พักอาศัย เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา เขตต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคน จึงทำหนังสือขอความร่วมมือวัดเพื่อแก้ไขปัญหา และหากยังมีประชาชนร้องเรียนเข้า มาอีก เขตจะพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลลงพื้นที่เพื่อตรวจวัดระดับเสียงในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในช่วงเวลาดังกล่าวต่อไป

ด้าน เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ นักแสดงหนุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯใกล้วัดไทร เปิดเผยว่า ตนได้ยิน ทุกวัน เสียงดังก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นเหมือนมีใครมาตะโกนข้างหู และวัดไม่ใช่มีแค่เสียงระฆังดัง บางครั้งก็มีงานบวช มีขบวนกลองยาว บางทีเอาเครื่องเสียงมาเปิดในวัดเสียงดัง แต่มันก็ไม่ได้บ่อย นานๆ ครั้ง คือที่ดินย่านนี้ราคาค่อนข้างสูง คนที่ย้ายเข้ามาก็ต้องการความเป็นส่วนตัว พอได้ยินเสียงระฆังดังเขาก็เลยรู้สึกรับไม่ได้ ไปรบกวนเขา แต่คุณลืมไปว่าวัดมาก่อนคุณย้ายมาอยู่ที่หลัง

“วัดมาอยู่ก่อนคน เราก็ต้องเข้าใจกิจวัตรของสงฆ์ เมื่อคุณเลือกที่จะมาอยู่ใกล้วัด คุณต้องรู้กิจวัตรของพระด้วย คือมีทำวัตรเช้ากับทำวัตรเย็น ซึ่งระยะเวลาที่พระท่านตีระฆังมันก็ดังไม่เกิน 2 นาที อีกอย่างเราก็ต้องตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปทำงานกันอยู่แล้ว สิ่งแรกผมว่าเราต้องแก้ไขที่ตัวเองก่อน เมื่อรู้ว่าไม่ชอบเสียงดังก็ติดกระจกหรืออะไรที่มันช่วยกันเสียง อีกอย่างร่างกายคนเรามันปรับสภาพได้ ช่วงแรกที่ได้ยินอาจจะนอนไม่หลับ แต่สักพักมันก็ชินไปเอง จะให้ย้ายวัดก็คงไม่ใช่” เพชร-กรุณพล กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดไทร ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. พระสมจิตโต พระลูกวัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเข้าพรรษาปีที่แล้ว มีโยม ผู้หญิง ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล โทรศัพท์มาหาอาตมา สอบถามว่าวัดจัดงานอะไร อาตมาจึงชี้แจงไปว่าตีระฆังเพื่อเตรียมทำวัตรเช้าใน เวลา 04.00 น. และตีย่ำค่ำในช่วงเวลา 18.00 น. ของทุกวันในช่วงเข้าพรรษา โยมบอกให้วัดหยุดตีเนื่องจากส่งเสียงรบกวน อาตมาตอบกลับไปว่า ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาช้านานและมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น

พระสมจิตโตกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ระหว่างที่วัดมีงานบวช งานกฐิน ญาติโยมที่เข้ามาร่วมทำบุญนำกลองยาวแตรวงมา ซึ่งก็มีเพียงแค่เดือนละครั้ง โยมรายดังกล่าวโทรศัพท์มาสอบถามอาตมาอยู่หลายครั้ง เมื่อตกลงกันไม่ได้ อาตมาจึงแนะนำให้โยมไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.วัดพระยาไกร จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เดินทางเข้ามาตรวจสอบพร้อมร้องขอให้ลดเสียงเบาลง วัดก็ยอมปฏิบัติทำตามมาโดยตลอด

พระสมจิตโตกล่าวอีกว่า จนกระทั่งเมื่อ วันที่ 2 ต.ค. มีจดหมายจากสำนักงานเขตบางคอแหลม ให้วัดช่วยลดเสียงอีกครั้ง เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าวัดได้ตีระฆังในช่วงเวลา 03.00 น. ซึ่งแท้จริงแล้วในช่วงเข้าพรรษาจะตีระฆังในเวลา 04.00 น. เพื่อเตรียมทำวัตรเช้าในเวลา 04.30 น. และจะตีอีกครั้งในเวลา 18.00 น. ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปกติ

ด้านพระอธิการปรีชา ปุณณโล เจ้าอาวาสวัดไทร เปิดเผยว่า ก่อนการสร้างคอนโดฯ มีใบสำรวจมายังวัดและชุมชนรอบข้าง เนื่องจากมีความสูงกว่าวัด เจ้าอาวาสรูปเก่ายังยินยอมเซ็นใบอนุมัติเพื่อเป็นการอนุเคราะห์แก่ผู้พักอาศัย และคอนโดฯก็เคยนิมนต์พระ ที่วัดไปทำบุญ อาตมาคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้พักอาศัยบางรายเท่านั้น ซึ่งได้สั่งพระลูกวัดให้ช่วยลดเสียงในการตีระฆัง แต่จะไม่มีคำสั่งให้ยกเลิกเนื่องจากเป็นหลักในการปฏิบัติในช่วงเข้าพรรษา แต่หลังออกพรรษาก็ไม่มีการตีระฆังแต่อย่างใด

ทางด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า การตีฆ้อง-ตีระฆังภายในวัด เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน เพื่อใช้เป็นสัญญาณประกอบกิจทางพระพุทธศาสนา ให้พระภิกษุสามเณรลงทำวัตรเช้า-เย็น หรือใช้บอกเวลาพระออกบิณฑบาต ซึ่งบางแห่งก็ใช้แจ้งเป็นสัญญาณที่มีความแตกต่างกันไป หากจะให้วัดเลิกตีระฆัง คงจะไม่สามารถทำได้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น เข้าใจได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผล วัดถือการตีระฆังเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ส่วนผู้อยู่อาศัยใกล้วัดอาจจะได้รับความเดือดร้อนจากเสียงตีระฆัง

“ทั้งนี้ สำนักพุทธฯจะส่ง เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถามเจ้าอาวาสวัดไทร ถึงประเด็นปัญหา รวมทั้งต้องสอบถามข้อมูลไปที่สำนักงานเขตบางคอแหลม เพื่อหาทางไกล่เกลี่ยปัญหา” ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน