บิ๊กตู่ยันเลือกตั้ง24กพ.62แน่ 3ปชป.ขอขมายิ่งลักษณ์คดี ว.5 ถอนฟ้องฎีกา-รอดถูกตัดสิทธิ
อดีตรัฐมนตรี-ส.ส.เพื่อไทยแห่บินฮ่องกง พบ”แม้ว-ปู” 3 เกลอ ปชป. “ศิริโชค- ชวนนท์-เทพไท” สำนึกผิด โพสต์ขอโทษ “ยิ่งลักษณ์”คดี”ว.5โฟร์ซีซั่นส์” อดีตนายกฯ ส่งทนายยื่นถอนฟ้องชั้นฎีกา 8 ต.ค. รอดถูกจำคุก-ตัดสิทธิการเมือง “บิ๊กตู่”ลงพื้นที่พบคนกรุง โชว์ออกกำลังกายสวนลุมฯ ตรวจจุดเชื่อมต่อเดินทาง “ล้อ-ราง-เรือ” ยืนยันเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 แน่ ลั่นไม่กลวโดนขุดคุ้ย บอกสื่อเลิกถามเรื่องนายกฯคนนอก ได้แล้ว กก.สรรหาเคาะชื่อว่าที่ 2 กกต. “เลิศวิโรจน์-ฐิติเชฏฐ์” ส่งสนช.เห็นชอบ
บิ๊กตู่พบชาวบ้านที่สวนลุมฯ
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่สวนลุมพินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มาเดิน-วิ่งเป็นการส่วนตัวประมาณ 1 ชั่วโมง นายกฯแวะทักทายชาวบ้านที่มาออกกำลังกายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยพล.อ.ประยุทธ์สวมชุดวอร์ม ใส่รองเท้าคอนเวิร์ส ออล สตาร์ สีขาว ออกกำลังกาย
เวลา 07.40 น. นายกฯ เปลี่ยนจากชุดวอร์มมาใส่เสื้อแจ๊กเกต เพื่อถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 และออกกำลังกายร่วมกับประชาชนในสวนลุมฯ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. นายสกลธี พัทธิยกุล รองผู้ว่าฯกทม.ร่วมคณะ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่มาเพราะต้องการเยี่ยมเยียนเหมือนไปเยี่ยมประชาชนต่างจังหวัด อย่ามองว่ามาเพื่อการเมือง การเมืองก็คือการเมือง ประชาชนขอให้ช่วยดูเรื่องที่จอดรถ ที่นั่งพักผ่อน รวมถึงคนเร่ร่อน จะให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ช่วยดู และให้กทม.ดูแลสถานที่จอดรถให้เป็นระเบียบ ยืนยันไม่เกี่ยวกับการหาเสียงใดๆ ทั้งสิ้น และย้ำอีกครั้งตอนท้ายมาครั้งนี้ไม่ได้มาหาเสียง เดี๋ยวจะว่ามาหาเสียงกันอีก
นายกฯร่วมรำไท้เก๊กกับชาวไทยเชื้อสายจีน ชมการสาธิตตกแต่งกิ่งไม้ของกองสวนสาธารณะ กทม. ร่วมเต้นบาสโลบกับกลุ่มชาวชุมชนบ่อนไก่อย่างสนุกสนาน นายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายและร่วมถ่ายรูปกลุ่มออกกำลังกายทุกกลุ่ม น่าสังเกตว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเป็นกันเองกับชาวบ้านโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกันประชาชนเหมือนที่ผ่านมา
ย้ำตลอดขอเวลาทำงาน
เวลา 09.00 น. นายกฯ ขึ้นรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) จากสถานีรถไฟฟ้าสีลมไปสถานีหัวลำโพง รับฟังการบรรยายสรุปประวัติการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) เข้าร่วมกิจกรรมระบายสี MRT happy blue line (ขยายความสุขในทุกๆ วัน) ของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม โดยกล่าวกับเด็กและเยาวชนว่า สำหรับนายกฯ อาจมีหงุดหงิดหรือโมโหบ้าง อารมณ์ไม่ดีบ้าง เพราะงานมาก ส่วนการตอบคำถาม ผมก็จะตอบให้น้อยลง”
ช่วงทักทายและจับมือประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาใช้บริการรถไฟที่หัวลำโพง นายกฯ กล่าวว่า “วันข้างหน้ารถไฟจะเร็วขึ้น รัฐบาลจะทำให้เต็มที่ ผมไม่หลอกและไม่โกหกแต่ต้องให้เวลาผม จะแก้ไข ทุกอย่างได้เอง”
จากนั้นร่วมถ่ายรูปกับคณะและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ก่อนเดินทักทายประชาชนที่รอบริเวณชานชาลารถไฟ นายกฯ เอามือป้องปากและตะโกนเรียกประชาชน ชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูพร้อมกล่าวว่า วันหน้าจะมีรถไฟทางคู่ รถไฟจะวิ่งเร็วกว่าเดิมเพราะวิ่งสวนกันได้ ตอนนี้ทำไปได้กว่า 2,000 กิโลเมตรแล้ว จากเดิมที่ทำมาหลายปีได้ไปไม่กี่ร้อยเมตร รัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปีทำไปกว่า 2,000 กิโลเมตร ต่อไปอีกระยะหนึ่งจะมีกว่า 4,000 กิโลเมตร
ระหว่างที่นายกฯ กำลังหันหลังกลับมีประชาชนตะโกนว่า นายกฯ สู้ๆ ขณะที่ นายกฯตอบว่า อดทนหน่อย ขอเวลา รัฐบาลได้วางแผนไว้แล้วในยุทธศาสตร์ชาติ
ปลื้มเสียงเชียร์อยู่นานๆ
ก่อนเดินทางออกจากหัวลำโพง พล.อ. ประยุทธ์สังเกตเห็นพระชาวต่างชาติจึงเข้าไปนมัสการ สอบถามภาษาอังกฤษว่ามาจากที่ใดและจะไปที่ใด บวชกี่พรรษาแล้ว พระตอบว่าชื่อ Brother mark หรือหลวงพี่มาร์ก ชื่อทางธรรมว่า ภิกขุ อกาชิโก ชาวสหรัฐอเมริกา บวชมา 16 ปีแล้ว พร้อมถามนายกฯกลับว่า ชื่ออะไร นายอาคม ตอบแทนว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯของประเทศไทย พระฝรั่งตกใจ จึงขอนามบัตร แต่นายกฯ ไม่ได้พกมาด้วย
เวลา 10.15 น. นายกฯ ขึ้นเรือจากท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังท่าเรือเทวราชกุญชร (เทเวศร์) ตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง “ล้อ ราง เรือ” ของกรุงเทพ มหานคร ตามโครงการเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมจากท่าเรือรถไฟหัวลำโพงไปเขตปทุมวัน ไปยังท่าเรือตลาดเทวราชกุญชร เขตพระนคร ระยะทาง 5 กิโลเมตร พร้อมฟังบรรยายเชิงประวัติศาสตร์สถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่คลองผดุงกรุงเกษม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของทหาร-ตำรวจตลอดแนวคลองผดุงกรุงเกษมทั้งสองฝั่ง
ระหว่างทาง นายกฯโบกมือทักทายและพูดคุยกับประชาชนตลอดเส้นที่นั่งเรือว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาด ดีใจที่เห็นรอยยิ้มของประชาชน ตนจะทำให้บ้านเมืองสงบปลอดภัยแต่ขอให้ทุกคนใจเย็น รักกัน อย่าทะเลาะกัน เมืองไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม อาหารอร่อย ขอให้รักษาตรงนี้ไว้ รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ถึงแม้จะมีปัญหาอีกมากที่ต้องแก้ไขกันต่อไปในระยะยาว
ระหว่างนั่งเรือมีประชาชนตะโกนว่า “ขอให้นายกฯ อยู่นานๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “พูดแบบนี้เดี๋ยวจะหาว่าผมมาการเมืองอีก แต่ก็จะทำให้ทุกคนมีความสุข” เรือวิ่งถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาล นายกฯ บอกว่า พอใกล้ทำเนียบแล้วรู้สึกร้อนๆ ความดันขึ้นเลย ส่วนสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถือเป็นสะพานประวัติศาสตร์ สะพานแห่งการเมืองและสะพานของม็อบ
วอนอย่าตีกันเรื่องรธน.
เมื่อคณะพล.อ.ประยุทธ์ ถึงท่าเรือเทเวศร์ได้ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากคลองผดุงกรุงเกษม สู่แม่น้ำเจ้าพระยา พบประชาชน 200 คน มีชาวบ้านนำกบมาให้นายกฯปล่อย 10 ตัว พล.อ. ประยุทธ์ระบุขอให้กบทุกตัวมีชีวิตอย่างยั่งยืนจนสิ้นอายุขัย ขอให้ประเทศพ้นภัย วันนี้มาเยี่ยมคนกทม.บ้างเพราะไปแต่ต่างจังหวัด คนเรามีหลายระดับต้องได้รับความเป็นธรรม วันนี้รัฐบาลมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันหน้าจะได้มากขึ้น ส่วนยุทธศาสตร์ชาติเราทำเพื่อลูกหลาน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปฟังว่าเราจะให้อะไร มิเช่นนั้นจะกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งได้ไม่ทั่วถึง เราไม่ได้ให้เพื่อให้คนมารัก ไม่ใช่รัฐบาลแบบนั้น การเลือกตั้งวันหน้าก็สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกใครเป็นรัฐบาล ดูให้ดี หาก ทุกคนทำตามกฎหมายบ้านเมืองจะสงบ ตนไม่ได้ใจร้าย เราต้องมีจิตสำนักประชาธิปไตย ยอมเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนรักกัน อย่าเกลียดกัน ส่วนการทุจริตนั้นมีทั้งผู้ให้และผู้รับ มีปัญหามาก็ด่าเจ้าหน้าที่ ใครนึกอะไรไม่ออกก็ด่านายกฯ ตนยอม
“วันนี้ต้องรักกันอย่าให้เกิดอะไรขึ้นอีก วันหน้าไม่ได้แล้ว ไปดูประชาธิปไตยมันเป็นยังไงก็ว่ามา อย่าทะเลาะกันด้วยประชาธิปไตย ด้วยรัฐธรรมนูญอีกเลย พอแล้วอีก 10-15 ปีข้างหน้าบ้านเมืองต้องเปลี่ยนใหม่” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
ไม่กลัวถูกขุดคุ้ย-ฉุนถูกจี้ปม”คนนอก”
เวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า หวังว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะได้รับการสานต่อ ไม่ว่าจะรัฐบาลใด ไม่จำเป็นต้องล้มสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ขอให้ช่วยทำสิ่งที่ตนได้ทำไว้ หากมัวแต่จับผิดทุกอย่างก็เดินหน้าไปไม่ได้ ขอให้กระบวนการยุติธรรมได้ตรวจสอบ
เมื่อถามกรณีนายกฯเคยระบุหลังเปิดเวทีการเมืองและมีการเลือกตั้งอาจถูกขุดคุ้ยประวัติ นายกฯ กล่าวว่า ก็พูดไปแบบนั้น ตามขั้นตอนต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หลายคนจะขุดคุ้ยเรื่องนั้นเรื่องนี้ สื่อทราบดีว่าใครเป็นคนพูด ยืนยันไม่กลัวการขุดคุ้ย ขณะเดียวกันยังย้ำว่าการเลือกตั้งยังเป็นวันที่ 24 ก.พ. 2562 และไม่เป็นอย่างอื่น และไม่เคยไปเลื่อนแต่อย่างใด
ส่วนที่หลายพรรคเปิดตัวรายชื่อบุคคลที่จะเสนอชื่อท้าชิงนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไรเพราะส่วนตัวไม่ได้ไปแข่งขันกับใคร และขณะนี้ยังไม่มีพรรคใดมาทาบทาม แม้ตนจะสนใจการเมืองแต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมกับพรรคใด ได้แต่รับฟังที่หลายฝ่ายพูดไปก่อน หลายพรรคแสดงนโยบายต่างๆ ออกมาแต่ส่วนตัวก็ต้องทบทวนว่าจริงและทำได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ตนบริหารราชการแผ่นดินอยู่จึงทราบว่า สิ่งที่หลายพรรคพูด บางอย่างทำได้ บางอย่างทำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่จะทำไม่ได้ และยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปร่วมกับพรรคใด ไม่มีหลักเกณฑ์ใดทั้งสิ้นและไม่จำเป็นต้องบอกใคร หากมีการเชิญก็เชิญมายังตนเอง หากเชิญมาหลายพรรคก็ต้องตัดสินใจเอง
เมื่อถามว่าหากจะมาสู่การเมืองอีกครั้งจะเข้ามาช่องทางใด และมีโอกาสเป็นนายกฯ คนนอกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “เขาเลิกพูดเรื่องนายกฯ คนนอกไปตั้งนานแล้ว พูดอยู่นั่นแหละ เขามีไว้เพื่ออะไร ไม่รู้เหรอ นายกฯคนนอกเขาเขียนไว้เพื่ออะไร ถ้าเลือกตั้งแล้วมีนายกฯไม่ได้ ต้องหารือรอบสอง เพื่อเลือกนายกฯขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเลือกนายกฯ รอบแรกได้ก็จบ อย่ามาเขียนให้มันเสียหาย พอได้แล้ว” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที
ป๊อกแนะนักการเมืองฝังดีเอ็นเอตู่
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเป็นการหาเสียงว่า นายกฯ ลงพื้นที่ไปดูทุกเรื่อง ไปต่างจังหวัดก็จะดำเนินการเกี่ยวกับการทำมาหาหากินของประชาชน ลงไปแก้ไข ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ส่วนถ้าลงพื้นที่ในเมืองจะไปดูเรื่องสุขอนามัยประชาชนช่วงเช้าที่ผ่านมาลงพื้นที่ในเขต กทม. ก็ไปดูในเรื่องการเชื่อมโยงท่องเที่ยวกับการคมนาคม ถือเป็นเรื่องดี และมีหลายสิ่งที่ต้องทำ สิ่งสำคัญคือประชาชน ภาคเอกชนต้องร่วมมือด้วย
“ถ้าคิดว่าการลงพื้นที่ทำงานของนายกฯ เป็นการหาเสียงทางการเมือง ก็ขอให้ฝังไว้ในดีเอ็นเอของนักการเมืองว่าต้องทำแบบที่ นายกฯทำ ขอบอกว่านายกฯไปทำงานให้ประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้ไปหาเสียง และไม่มีใครห้ามถ้านักการเมืองลงพื้นที่ไปทำดีกับประชาชน ก็ดำเนินการไป แต่ไม่ใช่ลงพื้นที่แล้วด่ากันไปด่ากันมา ประชาชนถ้าฟังดีๆ แล้วได้อะไร มันไม่ได้อะไร ดังนั้นต้องลงไปเพื่อช่วยพี่น้องประชาชน” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
ศิริโชคโพสต์ขอโทษปู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์จดหมายเปิดผนึกบนเฟซบุ๊ก leky sopha ความว่า ตามที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลสุต ที่ 1 นายศิริโชค โสภา ที่ 2 และนายเทพไท เสนพงศ์ ที่ 3 เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท คดีหมายเลขดำที่ อ.630/2557 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.2708/2558 โดยวิธีการโฆษณาด้วยการดำเนินรายการสายล่อฟ้า ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องบลูสกาย กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ แต่ตนกับพวกจัดรายการพาดพิงถึง
ข้อความและการกระทำของตนกับพวก ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าเป็นความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทน.ส. ยิ่งลักษณ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท ขณะนี้ตนกับพวกได้ฎีกาคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง และศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ต.ค. เวลา 09.30 น.
เนื้อหาจดหมายระบุด้วยว่า ทั้ง 3 คนเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า ข้อความและการกระทำของพวกตน เป็นการหมิ่นประมาทน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในขณะดำรงตำแหน่งนายกฯและในฐานะส่วนตัวจริง ข้อความและป้ายดังกล่าวที่นำมาประกอบนั้นไม่ถูกต้อง และไม่เป็นความจริง บัดนี้ ตนและพวกได้สำนึกผิดแล้ว และขออภัยต่อน.ส. ยิ่งลักษณ์ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ให้อภัยต่อตน และยื่นคำร้องขอถอนฎีกาให้กับพวกตน ทำให้หลุดพ้นจากคดีนี้ ตนและพวกขอขอบคุณและถือโอกาสนี้แจ้งข่าวให้ทราบกันโดยทั่วไป
ทั้งนี้ หลังโพสต์ไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ตั้งค่าการมองเห็นจากสาธารณะเป็นส่วนตัว
ปูส่งทนายถอนฟ้องชั้นฎีกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบให้นายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาจำเลยทั้งสาม ต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในวันที่ 8 ต.ค. โดยหลังจากนี้ศาลอาญาจะส่งคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ไว้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.และคำร้องขอถอนฎีกาจำเลยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ คืนให้กับศาลฎีกาเพื่อมีคำสั่งต่อไป หากศาลฎีกาพิจารณาเเล้วมีคำสั่งให้ถอนฎีกาได้ คดีความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทจะถือเป็นที่ยุติ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 39(2)
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การถอนฎีกาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่งผลให้ทั้งนายศิริโชค นายเทพไทและนายชวนนท์ หลุดพ้นจากคดีหมิ่นประมาท ไม่ต้องถูกจำคุก และรอดตายทางการเมืองอย่างเหลือเชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่มีการต่อสู้กันระหว่างพรรคการเมืองอย่างเข้มข้นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ก็มีการแข่งขันกันมาตลอด ประกอบกับเมื่อมองย้อนไปในอดีต น.ส.ยิ่งลักษณ์ แม้จะถูกกระทำทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีจิตใจสูง มีเมตตา ไม่ฆ่ากันทางการเมือง นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมว่าเป็นผู้มีจิตใจสูงสมกับเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง
ประการสำคัญการให้อภัยทานของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ น่าจะเป็นตัวอย่างอันดีที่แต่ละภาคส่วนจะได้ฉุกคิดว่าในวาระสำคัญของชาติ เราคนไทยจะร่วมมือกันนำพาประเทศให้หลุดจากกับดักแห่งความขัดแย้งไปได้อย่างไร โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 ทำอย่างไรถึงจะเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศของเรา สปิริตเท่านั้นถึงจะสร้างความเป็นธรรม ความเป็นกลางให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง
ป้อมให้กกต.ดูทักษิณเคลื่อนไหว
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาฮ่องกง เพื่อเตรียมความพร้อมบัญชาการการเลือกตั้งว่า ไม่ทราบต้องแล้วแต่เขา และขอให้ประชาชนคิดเอาเอง ส่วนจะเข้าข่ายมีบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรคหรือไม่นั้น ต้องให้กกต.เป็นผู้ดูว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยตั้งพรรคสำรองเอาไว้นั้นก็แล้วแต่เขา
เมื่อถามถึง 4 รัฐมนตรีลงมาเล่นการเมือง แต่ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง จะเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับรัฐบาลและคสช.ที่ตั้งใจมาปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของ 4 รัฐมนตรีและเขาทำตามกฎหมาย ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะมา สร้างมาตรฐานอะไรกันตอนนี้ ที่ 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออกเนื่องจากต้องทำงานให้เสร็จก่อนเพราะงานที่ค้างคายังมีอีกมาก เมื่อถามว่าหลายพรรคเริ่มเคลื่อนไหวและรับสมัครสมาชิกพรรคจะดูแลความเรียบร้อยอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดูแลทุกพื้นที่อยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้สั่งการและกำชับแล้วว่าให้ดูแลประชาชน เพื่อความปลอดภัยและมีความสงบ
อดีตรมต.-ส.ส.บินฮ่องกงพบแม้ว-ปู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะพักอยู่ที่ฮ่องกงประมาณ 1 สัปดาห์ โดยมีอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส.ภาคกลาง กทม. ภาคอีสานพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ จำนวนมาก อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร น.ต.ศิธา ทิวารี ตัวแทนของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค ที่มีข่าวว่าครั้งนี้เป็นผู้ประสานแกนนำและอดีตส.ส.ภาคต่างๆ ไปพบและพูดคุยกับนายทักษิณ ซึ่ง วันนี้จะเป็นวันแรกที่นายทักษิณ จะให้คิวอดีตรัฐมนตรีและอดีตส.ส.เข้าพบ
รายงานข่าวแจ้งถึงพรรคเพื่อชาติที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นพรรคย่อยของเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อชาติเป็นการรวมตัวและเคลื่อนไหวโดยกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของห้างอิมพีเรียลเวิลด์ลาดพร้าว เป็นผู้จดทะเบียนตั้งพรรค ที่ผ่านมามีทีมงานฝั่งคนเสื้อแดงติดต่อชักชวนแกนนำและสมาชิกเสื้อแดง ออดีตส.ส.อีสาน และอดีตส.ส.ที่เป็นเสื้อแดงให้ไปร่วมพรรค แต่อดีตส.ส.หลายคนรวมถึงสมาชิกกลุ่มเสื้อแดงเห็นว่าไม่น่าจะได้เสียงมากจึงไม่มีใครขยับไปร่วมในเวลานี้ นอกจากนี้พรรคเพื่อชาติเหมือนเป็นการรวมตัวกันตั้งพรรคแล้วบีบให้นายทักษิณ สนับสนุน ไม่ใช่แนวคิดหรือแผนแก้เกมของนายทักษิณ มีเพียงพรรคเพื่อธรรมซึ่งขับเคลื่อนโดยบ้านแจ้งวัฒนะ นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนาง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เท่านั้นที่เป็นพรรคสำรอง หากมีเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับพรรคพท.
พปชร.ระดมสมองรุ่นใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หลังเปิดตัว 4 รัฐมนตรี เป็นแกนนำว่า พปชร.กำหนดจัดงานระดมสมองพลังคนรุ่นใหม่ พลังคน รุ่นใหม่#พลังประชารัฐ วันที่ 7 ต.ค.เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ มีเวิร์กช็อปแบ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 60 คน อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพื่อแสดงความคิดเห็นว่าคนรุ่นใหม่คิดอย่างไรกับนโยบายประเทศในด้านต่างๆ อาทิ ด้านเศรษฐกิจมหภาค จุลภาค ด้านการศึกษา เทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม เพื่อนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประกอบเป็นนโยบายของพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองและว่าที่กรรมการบริหารพรรค เข้าร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้ พปชร.ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ซึ่งไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเมืองเข้ามาทำงานการเมือง กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ มาจากหลากหลายอาชีพและไม่ได้มีเครือญาติเกี่ยวข้องกับนักการเมือง แต่เป็นผู้สนใจการเมือง ซึ่งแกนนำของพรรคเป็นผู้ทาบทามเข้ามา อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะมีโอกาสเข้าร่วมเป็นสมาชิกพปชร.และเป็นว่าที่ส.ส.ในสังกัดพรรค โดยพรรคจะคัดเลือกตามความเหมาะสมต่อไป
ชพน.จ่อเปิดตัวเซเลบฯ
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมือง จ.นครราชสีมา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 มีสมาชิกพรรคและผู้สนใจส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง อ.สูงเนินและอ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมากว่า 300 คน ร่วมประชุม มีแกนนำพรรค อาทิ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ นายปกครอง ผาสุกยึด นายประสาท ตันประเสริฐ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม นางอัญชลี บุสสุวัณโณ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายประสิทธิ์ ช่วงสงฆ์ เข้าร่วม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแต่งกายนอกเครื่องแบบได้มาเฝ้าระวังการจัดกิจกรรมการเมืองอย่างใกล้ชิด
นพ.วรรณรัตน์ เผยหลังประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ในการร่างข้อบังคับพรรคประจำปี 2561 จากนี้จะประกาศรับสมัครสมาชิกพรรคเพิ่มเติมให้ครบทั้ง 4 ภาค ส่วนสมาชิก ชพน. ยังอยู่ครบทุกคน ยังไม่มีใครแจ้งขอลาออก และวันที่ 8 ต.ค. ชพน.จะเปิดรับสมัครสมาชิกที่กทม. ซึ่งมีผู้สนใจเป็น กลุ่มคนรุ่นใหม่ ความรู้ปริญญาโท-เอก เคยทำงานที่ต่างประเทศ รวมทั้งเซเลบสนใจมา สมัครกันอย่างคับคั่งและวันที่ 12 ต.ค. เปิดรับสมัครที่จ.นครราชสีมา ขณะนี้มีสมาชิก 5,508 คน พรรคส่งครบทั้ง 14 เขตแน่นอน
ลูกพล.อ.อาทิตย์สมัครเข้าพรรค
เมื่อถามว่านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะกลับมารับตำแหน่งสำคัญในพรรคหรือไม่ นพ. วรรณรัตน์กล่าวว่า ยังไม่มีเวลาพูดคุยในรายละเอียด เชื่อว่านายสุวัจน์ ไม่ทอดทิ้งชาวโคราชอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาสร้างความเจริญให้กับโคราชมากมายจึงมีความรักผูกพัน
เมื่อถามว่าชพน.จะสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อหรือไม่นั้น นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นพรรคขนาดกลางอาสาเข้ามาทำหน้าที่การเมือง บทบาทการเป็นพรรครัฐบาลหรือฝ่ายค้านพรรคยึดหลักทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์อยู่บนพื้นฐานสุจริตซื่อสัตย์ เกิดสามัคคีปรองดอง ยุติความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด ดังนั้น พร้อมสนับสนุนทุกฝ่าย เพื่อนำชาติสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีตสปท. และในฐานะกรรมการปฏิรูปการเมืองได้ยื่นใบลาออกจากกรรมการปฏิรูปการเมืองแล้ว เพื่อไปร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา การตัดสินใจครั้งนี้เนื่องจากต้องการสานต่อสิ่งที่พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก อดีตผบ.ทบ. ผู้พ่อทำไว้ตอนสมัยเเรกเริ่มของพรรคร่วมกับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯและนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรค พล.อ.ฐิติวัจน์ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคชพน. อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 ต.ค.นี้
ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมใหญ่ว่าพรรคพร้อมเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน โดยยิ้มก่อนตอบว่า ปลายเดือนนี้น่าจะได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก่อนจะหารือกันถึงทิศทางและนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้
เทือกเยือนเชียงใหม่-ปัดหาเสียง
ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) พร้อมด้วยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช. เป็นวิทยากรบรรยายโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักศึกษาเจริญรอยตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีคณาจารย์และนักศึกษาของคณะวิศวกรรมอุตสาหกรรมเข้าร่วมจำนวนมาก โดยนายสุเทพ เน้นย้ำว่าประเทศไทย จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปในทุกๆด้าน
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาทำ กิจกรรมที่จ.เชียงใหม่ ไม่มีเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความคิดปฏิรูปประเทศ โดยวันที่ 6 ต.ค. ที่โรงแรมเดอะปาร์ค เชียงใหม่ จะพูดเรื่องการปฏิรูปเหมือนกันแต่พูดกับประชาชน อยากฟังเสียงสะท้อนและมุมมอง วันนี้ไม่ขอพูดเรื่องการเมือง ถ้าพูดการเมือง เดี๋ยวจะมีคนไปโยงว่ามาหาเสียงในมหาวิทยาลัย
อลงกรณ์เปิดคิวหาเสียงชิงหน.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้มีผู้รับรองคุณสมบัติค่อนข้างพร้อม ยืนยันจะสมัครหยั่งเสียงเป็นหัวหน้าพรรคใน วันที่ 8 ต.ค. และจะแถลงจุดยืน นโยบาย พร้อมกลุ่มเพื่อนอลงกรณ์บางส่วนเปิดตัวในวันที่ 10 ต.ค. จากนั้นจะเริ่มเดินสายในภาคอีสาน ทั้งขอนแก่น สกลนคร กาฬสินธุ์ ประกาศนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาพรรค โดยตนได้ตั้งกลุ่มไลน์อลงกรณ์ด้วย
นายอลงกรณ์กล่าวว่า ยืนยันว่าการหยั่งเสียงจะไม่ทุจริต ไม่ทำผิดวินัยพรรค ผู้สมัครหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคทั้ง 3 คนจะมาสมัครในวันที่ 8 ต.ค.เวลา 08.30 น. โดยใช้วิธีจับสลากลำดับในการสมัคร จากนั้นทั้ง 3 คนจะแสดงสัญลักษณ์เพื่อยืนยันว่าการแข่งขันครั้งนี้สร้างสรรค์ ตนจะปฏิบัติตามกติกา ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้กองเชียร์ทุกฝ่ายให้ทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์
กกต.เคาะว่าที่ 2 กกต.เพิ่ม
เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการสรรหากกต. มีการประชุมและเชิญผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกกต. ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวม 14 คน มาสัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ จากนั้นคณะกรรมการได้ลงมติเลือกกกต.จำนวน 2 คน คือ 1.นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ2.นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทนายความ เพื่อนำ 2 รายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมสนช. เพื่อตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติและความประพฤติฯ ภายใน 60 วัน ก่อนให้ที่ประชุมสนช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่ต่อไป