ปลัดอำเภอโต้ล่า หมีขอ ระบุอส.ลูกน้องซื้อมาจากชาวบ้าน ตร.แจ้ง 9 ข้อหา สอบสวนส่งฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าตัวอ้างเข้าไปทำบุญมอบของบริจาคที่สำนักสงฆ์ ด้านอส.อ้างจะเอาไป ทำยา พร้อมรับผิดพกปืนเข้าป่า ขณะที่ ผวจ.กาญจน์สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วตั้งกรรมการสอบ
จากกรณีที่ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำกำลังจับกุมตัว 11 ผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย 1.นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน อำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี 2.นายอนุสรณ์ เรือนงาม อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย 3.น.ส.ศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม อายุ 31 ปี 4.นายทัศดนัย ขอกระโชก อายุ 32 ปี 5.นาย ฉัตรชัย เกาะลอย อายุ 46 ปี 6.นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์ อายุ 46 ปี 7.ว่าที่ร.ต.สุนทร มาเจริญรุ่งเรือง อายุ 43 ปี 8.นายสกานต์ แก่งหลวง อายุ 34 ปี จนท.อส.ด่านมะขามเตี้ย 9.นายประสาน เต็มธนัน อายุ 41 ปี 10.นางอรุณ แสงใส อายุ 41 ปี 11.นายถาวร เซี่ยงหลิว อายุ 56 ปี
พร้อมของกลางรถยนต์ 6 คัน อาวุธปืนลูกกรด ติดกล้องพร้อมเครื่องเก็บเสียง 1 กระบอก ปืนสั้นขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก เครื่องกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 20 นัด กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 15 นัด อุ้งเท้าหมีขอ 4 เท้า หนักรวมกันประมาณ 9 ขีด โดยของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 ฒง 3555 กทม. ที่มีนายอนุสรณ์ อส.ด่านมะขามเตี้ยเป็นคนขับ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเข้าพักค้างแรมในพื้นที่ป่าบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค
โดย นายวัชรชัย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ระบุว่า เข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และบริจาคสิ่งของ นอนพักค้างคืนอยู่ภายในสำนักสงฆ์เต่าดำ ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ยืนยันว่าทุกคนไม่ได้เกี่ยวข้องของการล่าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าที่ถูกจับทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบแต่เพียงว่านายอนุสรณ์ หรือ อส.ออย ไปขอแบ่งซื้อมาจากพรรคพวก ทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
ด้าน นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หลังจากแก้บนที่ศาลเจ้าพ่อเขาพลูก็ไปที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และได้พักค้างคืนที่นั่น เมื่อถึงช่วงเช้าทำบุญแล้วเสร็จก็ขับรถออกมาข้างนอก ผ่านศาลเจ้าพ่อเขาพลู เจอกับชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ขายของ มีถุงวางอยู่ตะกร้าหน้ารถ จึงจอดรถลงไปดู และซื้อของป่ามาในราคา 100 บาท หวังว่าจะเอาไปทำยา ส่วนกลุ่มคณะรวมทั้งปลัดอำเภอที่มาด้วยกันไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะตนเป็นคนซื้อเพียงคนเดียว ส่วนปืนลูกกรดเป็นของพี่ชายตน ซึ่งตนยอมรับผิด ยืนยันว่าคณะทั้งหมดไม่มีใครรู้เรื่องหมีขออย่างแน่นอน
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 8 ต.ค. เจ้าหน้าที่คุมตัวทั้ง 11 คนส่ง สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมแจ้งข้อหาทั้งหมด 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.ฐานร่วมกันเก็บหานำออกไป ทำด้วย ประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ยางไม้ น้ำมันยาง น้ำมันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ตามมาตรา 16 (2) ประกอบมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
2.ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ ตามมาตรา 16 (3) ประกอบมาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
3.ฐานร่วมกันนำยานพาหนะเข้าออก หรือขับขี่ยานพาหนะ ในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (9) ประกอบมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
4.ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้อนุญาตนั้นกำหนดไว้ ตามมาตรา 16 (15) ประกอบมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
5.ฐานร่วมกันล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้น ตามมาตรา 26 ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 47
6.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว และต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 47
7.ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยการกระทำความผิด ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
8.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
9.ฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในราชการสงคราม และขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเก็บหลักฐานคราบเขม่าปืนจาก ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน
ต่อมาเวลา 08.30 น. นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นำกำลังตรวจค้นจุดที่กลุ่มบุคคลทั้งหมดนอนพักค้างคืนบริเวณโดยรอบสำนักสงฆ์เต่าดำ เพื่อหาหลักฐานซากหมีขอ รวมทั้งค้นหาปลอกกระสุนที่คาดว่าจะใช้ยิงหมีขอเสียชีวิตก่อนที่จะชำแหละออกเป็นชิ้นๆ ดังเช่นกรณีคดีการฆ่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร
นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจค้นรถกระบะทั้ง 6 คัน พบซากสัตว์ป่าเป็นหมีขอ น้ำหนัก 920 กรัม ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงมิดชิดและแช่น้ำแข็งไว้ในถังหลังรถอยู่ในรถกระบะเพียงคันเดียว ทราบว่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนเป็นคนขับ และให้การว่า ซากหมีขอดังกล่าวซื้อมาจากชาวบ้าน
ส่วนผู้ต้องหารายอื่นให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นการครอบครองสัตว์ป่าแต่อย่างใด ส่วนอาวุธปืนพบว่าผู้ต้องหาเกือบทุกคนพกอาวุธปืนเข้ามายังพื้นที่อุทยานฯ ทางกรมอุทยานฯ ก็สามารถแจ้งข้อหาพกอาวุธปืนเข้าพื้นที่ได้ ส่วนอาวุธปืนดังกล่าวจะได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่นั้นต้องเป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนต่อไป
เมื่อถามว่าหลักฐานที่มีในขณะนี้จะสามารถดำเนินคดีได้ทั้ง 9 ข้อหาหรือไม่ โฆษกอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ในขณะนี้ถือว่าหลักฐานยังอ่อน หากเปรียบเทียบกับคดีล่าเสือดำของนายเปรมชัย กรรณสูต เจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงกับ ผู้ต้องหาทุกคนให้ได้
เวลา 11.30 น. ที่ห้องมณีเมืองกาญจน์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี แถลงว่า สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้พักราชการนายวัชรชัย หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าคดีหรือผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ส่วนนายสกานต์ และนายอนุสรณ์ ทางจังหวัดสั่งพักการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชั่วคราว หากผลการสอบสวนหรือคดีสิ้นสุดพบว่าได้กระทำผิดจะสั่งให้ออกจากสมาชิก อส. และในระหว่างนี้ อส.ทั้ง 2 นายจะไม่ได้รับค่าตอบแทน
ก่อนหน้านี้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มออฟโรด ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณหนองเต่าดำ-เขาปลาน้อย ที่มีพฤติกรรมล่าสัตว์ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนอยู่ หากทำผิดก็ดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อ กรณีที่ปลัดอําเภอปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ส่วนจะไปซื้อมาจริงหรือไม่ก็ต้องสอบสวน เรื่องนี้คงไม่กระทบข้าราชการทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วยว่าเขาทำจริงหรือไม่
พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีข้อหาล่าเสือดำ ยืนยันว่าเรื่องไม่ได้เงียบ และศาลก็ยังไม่ตัดสิน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สั่งการพล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 ให้สั่งการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้แล้ว โดยให้มีรอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ใช้ชุดเดียวกับคณะพนักงานสอบสวนที่ทำคดีเสือดำ เนื่องจากเป็นคณะพนักงานสอบสวนที่มีประสบการณ์การทำคดีลักษณะนี้ จะสามารถทำคดีได้อย่างรวดเร็ว รู้ขั้นตอนเข้าใจข้อกฎหมายอยู่แล้ว
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องพิสูจน์ทราบ คือซากหมีที่พบ ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าขาที่พบเป็นขาของหมีขอตัวเดียวกันหรือไม่ จำเป็นต้องส่งพิสูจน์ คาดว่าใช้เวลา 1 เดือน เพราะถ้าเป็นขาของหมีคนละตัวกันหมีขาขาดตัวเดียวมันไม่ตาย แต่ถ้าขาขาดทั้ง 4 ขาหมีตายแน่ ส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปในป่าเพื่อหาซากหมีที่เหลือแล้ว เป็นหลักฐานเพิ่มเติม การครอบครองขาหมีมีความผิดแน่ แต่ในทางกฎหมายถ้าหมีตายกับหมีไม่ตายความผิดต่างกัน หากหมีตายเข้าฐานความผิดล่าสัตว์ป่า โทษคุก 5 ปี ปรับ 50,000 บาท แต่ถ้าโทษครอบครองสัตว์ป่า ความผิดคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาท รับโทษต่างกัน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าซากหมีเป็นของตัวเดียวกันตัดมา 4 ขา เข้าข้อหาล่าสัตว์ ทั้งนี้ หากพิสูจน์ไม่ได้ยังแจ้งได้เพียงข้อหาครอบครองซากสัตว์ ตอนนี้จึงเร่งรัดให้ส่งขาทั้ง 4 ตรวจพิสูจน์
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า การดำเนินคดีต้องทำทุกข้อหา เบื้องต้นนายวัชรชัย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้สั่งการให้ส่งของกลางทั้งหมด อาทิ ปืน ตรวจพิสูจน์ยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ แม้เจ้าหน้าที่ชุดที่เข้าไปตรวจสอบในป่าไม่พบซากหมี แต่หากดีเอ็นเอของขาทั้ง 4 ชี้ว่าเป็นของหมีตัวเดียวกันก็ชี้ได้ว่าหมีตายแล้ว เข้าฐานความผิดล่าสัตว์แน่นอน
ที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ธนา รรท.ผบช.ภ.7 เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะที่ส่วนพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 11 คนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ให้ประกันตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 9 ต.ค.
ส่วนอีกคดี ที่ห้องพิจารณา 912 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่งการขอส่งตรวจงาช้าง คดีหมายเลขดำ อ.1143/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางคณิตดา กรรณสูต อายุ 64 ปี ภรรยาของนายเปรมชัย กรรณสูต นายเปรมชัย ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และน.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 71 ปี คนใกล้ชิดของภรรยานายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 1-3
ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยง อากรฯ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 และพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดยจำเลยทั้งสามซึ่งได้รับประกันตัวระหว่างพิจารณาคนละ 300,000 บาท เดินทางมาศาล ขณะที่อัยการโจทก์มาศาล
ก่อนถึงเวลานัด พนักงานสอบสวนนำงาช้างของกลางคดีนี้ 2 คู่ (4 กิ่ง) พร้อมฐานตั้ง มาส่งศาล โดยศาลอนุญาตตามคำร้องของจำเลย ส่งงาช้างไปตรวจสอบที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.มหิดล เพื่อตรวจว่าเป็นงาช้างไทยหรือไม่ และคำนวณอายุของงาช้าง ทั้งนี้ จำเลยให้การว่างาช้างดังกล่าวได้รับตกทอดมาจากมารดา เมื่อ 30 ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ศาลยังกำหนดพยานบุคคลที่จะนำสืบคดีนี้ โดยพยานฝ่ายโจทก์มี 8 ปาก นัดสืบพยาน 8-9 ส.ค. 2562 ฝ่ายจำเลย 9 ปาก สืบพยาน 13-14 ส.ค. 2562