เปิดฉาก 7 วันอันตราย ตาย 42 เจ็บ 565 บขส.เผยส่งกลับแล้วกว่า 5 แสน มั่นใจไม่มี ผู้โดยสารตกค้างขณะรถไฟมีคนใช้วันละกว่าแสน มท.สั่งคุมเข้มเมาแล้วขับ ทั้งถนนสายหลัก-สายรอง คสช.ยึดรถคนเมาแล้ว 27 คัน บิ๊กตู่น้อมนำพระราชดำรัส-ส.ค.ส.พระราชทาน ปี 2537 อวยพรประชาชน

ประเดิม 7 วันอันตราย-ดับ 42

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฐานะรองประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน คนที่ 3 เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยศูนย์ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 524 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 565 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.77 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.09 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 58.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.17 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.25 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 35.11 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 52.88

ห่วงคนแห่เดินทาง

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,016 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 63,864 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 516,509 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 85,079 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 25,082 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 24,019 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี และพิษณุโลก 23 คน

นพ.โสภณกล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ทำให้ปริมาณการจราจรบนเส้นทางสายหลักหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับจังหวัดและกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้มข้นการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางขาออกสู่ภูมิภาค กวดขันการขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และการขับรถย้อนศร พร้อมเพิ่มการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง รถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ ควบคู่กับการเร่งระบายรถ โดยเปิดช่องทางพิเศษและจัด เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบริเวณจุดตัด เส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น ส่วนมาตรการป้องกันอุบัติเหตุรถโดยสาร คุมเข้มสภาพรถและวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถ กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

มท.คุมเข้ม”เมาแล้วขับ”

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ศปถ.ได้บูรณาการจังหวัดและทุกภาคส่วนสร้างความปลอดภัยทางถนน ในมิติเชิงพื้นที่ คาดว่าประชาชนบางส่วนเดินทางถึงพื้นที่และเริ่มเฉลิมฉลองแล้ว จึงได้กำชับให้จังหวัดดูแลถนนสายรอง โดยใช้กลไกของจุดตรวจร่วมและด่านชุมชนกวดขันการดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะบริเวณสถานบันเทิงและสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ และขอฝากเตือนผู้ใช้รถหากขับรถระยะทางไกลควรจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัย หรือจุดบริการบนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สั่งการให้ทุกจังหวัดกวดขันการเล่นดอกไม้เพลิง โคมลอย ฯลฯ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 ลงวันที่ 10 มิ.ย.2559 เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตราย หรือเกิดอุบัติภัย ในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2560 ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและเหมาะสม เช่น การสวดมนต์ข้ามปีในทุกศาสนาการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ กระทรวงมหาดไทยจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมและดำเนินชีวิตให้ก้าวข้ามปี 2560 อย่างเป็นมงคล ตามโครงการสวดมนต์ข้ามปีทุกศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต กิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนกิจกรรมการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ยึดแล้วจยย. 21 คัน-รถยนต์ 6 คัน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า คสช.โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันตั้งจุดตรวจและจุดอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรอย่างเต็มที่ ซึ่งสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 29 ธ.ค. แบ่งออกเป็นการกระทำความผิดจากรถจักรยานยนต์, รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิดรวม 788 ครั้ง ดำเนินคดี 500 ราย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 21 คัน ยึดรถยนต์ 6 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 62 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 25 คน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาล ปีใหม่ ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นการป้องกันอาชญากรรม 4 แนวทางหลัก คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม, การเผชิญหน้ากับแผนเผชิญเหตุ, การแก้ไขปัญหาจราจร และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งพล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้กวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559-15 ม.ค. 2560 อีกทั้งยังได้กำชับให้ คัดกรองบุคคลเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวดรัดกุม โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ ทั้งทางอากาศยาน ทางบก และทางน้ำ ส่วนโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจขณะนี้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 4,000 หลัง ถือว่าได้รับการตอบรับมากกว่าปีที่ผ่านมา

อุตุฯเตือนเหนือหนาว-ใต้มรสุม

วันเดียวกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และจะปกคลุมจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค.59-1 ม.ค.60 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

โดยประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ม.ค.60 สำหรับในช่วงวันที่ 30 ธ.ค.59-1 ม.ค.60 บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

มิตรภาพรถยังหนาแน่น

ที่สถานีขนส่งหมอชิต ถ.กำแพงเพชร 2 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนเดินทางมาซื้อตั๋วรถโดยสารเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอเดินทางในช่วงเย็น เพราะกลัวตั๋วหมด เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากจนเก้าอี้พักรอที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ต้องนำสัมภาระมาจับจองพื้นที่นั่งตามมุมต่างๆ ของอาคาร เพื่อพักผ่อนรอเดินทาง

ที่จ.นครราชสีมา ช่วงเช้าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา ก่อนมุ่งหน้าไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน มีปริมาณรถมากแต่ยังเคลื่อนตัวได้ดี สามารถใช้ความเร็วได้ในบางช่วง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่จะชะลอตัวและสะสมตัวในบางช่วงที่เป็นทางขึ้นเขาที่ต.กลางดง อ.ปากช่อง, เขาลำตะคอง อ.สีคิ้ว และบริเวณที่เป็นคอขวด และช่วงที่เป็นทางเบี่ยงแยกไปยังจังหวัดต่างๆ คาดว่าในช่วงบ่ายปริมาณรถจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนบางส่วนที่เริ่มหยุดงานในวันนี้จะทยอยออกเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปร่วมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สภาพการจราจรบริเวณถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม สี่แยกอำเภอโชคชัย ช่วงเช้าเริ่มมีรถติดสะสมยาวกว่า 2 ก.ม. ฝั่งขาออกไปบุรีรัมย์ เนื่องจากมีรถที่เลี่ยงถนนสาย 304 มาสมทบและเกิดสะสม ส่วนที่บริเวณสี่แยกโชคชัยมีรถติดสะสมยาวกว่า 1 ก.ม. ถนนสาย 224 โชคชัย โคราชมีรถติดสะสมไม่มากยาวประมาณ 600 เมตร สำหรับถนนมิตรภาพต้องเปิดช่องทางพิเศษ บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 78-87 ให้รถแล่นสวนกัน เพื่อเร่งระบายปริมาณรถสะสมจำนวนมาก

นครสวรรค์แนะเลี่ยงเมือง

ที่จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชียช่วง จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ มีปริมาณรถหนาแน่นตั้งแต่คืนวันที่ 29 ธ.ค. ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันนี้ โดยเฉพาะที่บริเวณสี่แยกหางน้ำสาคร จุดยุทธศาสตร์หลักในการระบายขึ้นสู่ภาคเหนือ มีปริมาณรถเริ่มติดสะสมยาวกว่า 3 กิโลเมตร เนื่องจากมีอุบัติเหตุรถชนท้ายกันเกิดขึ้นเป็นระยะตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา รวมกว่า 10 ครั้งมีรถได้รับความเสียหายกว่า 20 คัน ส่วนสภาพการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณ บุรี-ชัยนาท ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเข้าพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ผ่านสามแยกหลวงพ่อโอ ปริมาณรถน้อย การจราจรคล่องตัว แนะนำประชาชนที่ต้องการเดินทางขึ้นภาคเหนือ เลี่ยงมาใช้เส้นทาง 340 ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 1 จะได้รับความสะดวกมากกว่า

ที่จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศสภาพการจราจรช่วงประตูสู่ภาคเหนือ บริเวณสะพานเดชาติวงศ์ช่วงผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาการจราจรเริ่มหนาแน่น ปริมาณรถขาขึ้นหนาแน่นต่อเนื่อง ต้องเปิดช่องทางจราจรเพิ่มอีก 1 ช่องทางเพื่อระบายรถที่หนาแน่น คาดว่าตลอดทั้งคืนจนถึงพรุ่งนี้เช้าปริมาณรถจะหนาแน่นเรื่อยๆ เบื้องต้นตำรวจจราจร สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้ใช้รถติดเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง โดยประชาชนเดินทางมาจาก กทม.สามารถเลี้ยวซ้ายช่วงเลย อ.พยุหะคีรี ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองไปร่วมถนนพหลโยธินช่วงตลาดหนองเบน ไม่ต้องผ่านสะพานเดชาฯ หลีกเลี่ยงรถติด เนื่องจากขณะนี้เส้นทางเลี่ยงเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเลี้ยวซ้ายขึ้นเหนือและตรงข้ามสะพานเดินทางไป จ.พิษณุโลกได้อีกทางหนึ่ง

บขส.ส่งกลับแล้วกว่า 5 แสน

นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารทยอยเดินทางมาใช้บริการท่าอากาศ ยานดอนเมืองเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. มีผู้โดยสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ประมาณ 103,000 คน ประมาณ 700 เที่ยวบิน ส่วนวันที่ 30 ธ.ค.59 มีผู้โดยสาร 104,000 คน ประมาณ 700 เที่ยวบิน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าวันที่ 1 ม.ค.60 จะเป็นวันที่ผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการมากที่สุดประมาณ 106,000 คน ส่วนการจราจรได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง และ สน.วิภาวดี มาช่วยอำนวยความสะดวกด้วย

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการ บริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยตัวเลขผู้โดยสารเดินทางเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร, เอกมัย, สายใต้) ว่า บขส.ได้จัดรถโดยสารทั้งรถ บขส., รถร่วม และรถตู้ อำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางในเที่ยวไป 7,217 เที่ยว เสริม 1,905 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ 180,454 คน ขณะที่ช่วงวันที่ 27?29 ธ.ค. รวม 3 วัน มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนากว่า 5 แสนคน คาดว่า ในวันที่ 30 ธ.ค. จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนามากที่สุด ประมาณ 161,368 คน โดยบขส.ได้จัดเตรียมเที่ยววิ่งไว้รองรับตามความต้องการที่ใช้จริง จึงมั่นได้ว่าจะไม่ปัญหา ผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งอย่างแน่นอน

ขึ้นรถไฟกลับวันละกว่าแสนคน

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. มีขบวนรถไฟให้บริการ 211 ขบวน และขบวนเสริมพิเศษไป/กลับ 10 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ มียอดผู้โดยสารเดินทางกลับ 100,208 คน ส่วนวันที่ 30 ธ.ค. จะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 110,000 คน

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก.จัดเดินรถกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และวัดสำคัญต่างๆ โดยขยายเวลาการเดินรถในเส้นทางปกติถึงเวลา 02.00 น. ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. ถึงวันที่ 1 ม.ค. และเพิ่มจำนวนรถ 25 เส้นทาง เส้นทางละ 10 คัน ได้แก่ เส้นทางสาย 29, 95, 34, 59, 26, 60, 71, 206, 2, 23, 25, 145, 4, ปอ.76, 82, 7, 80, 84, 63, 97, 134, 203, 3, 54 และ 73ก

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า ระหว่างเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. ถึง 12.00 น. วันที่ 1 ม.ค. ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้ฟรีทั้ง 4 เส้นทางคือ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล สายฉลองรัชธรรม รถไฟฟ้าบีทีเอส และแอร์พอร์ต ลิงก์ รวมทั้งขยายเวลาการให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 3 ระบบในวันที่ 31 ธ.ค.ออกไปจนถึงเวลา 02.00 น. อีกด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางไปทำกิจกรรมปีใหม่

เจ้าท่าให้ข้ามอ่าวพัทยา-หัวหินฟรี

นายสรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมคณะจากกระทรวงคมนาคม และตัวแทนบริษัท รอยัลเพรสเซ็นเจอร์ไลน์ จำกัด ได้เดินทางมาตรวจสอบความพร้อม และเปิดการเดินเรือเที่ยวปฐมฤกษ์ของเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน ใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมง โดยระหว่างวันที่ 1-15 ม.ค. 2560 กรมเจ้าท่าจะเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมทดสอบสมรรถภาพของเรือได้ที่เมืองพัทยาโดยรับจำนวนจำกัด จากนั้นจะคิดค่าบริการราคา 1,250 บาท/คน/เที่ยว ส่วนชั้นบิซิเนส และชั้นเฟิร์สคลาสยังไม่กำหนดราคา

บิ๊กตู่น้อมนำพระราชดำรัสอวยพร

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใส่พระทัยทุกข์สุขของปวงชนชาวไทยโดยทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และแนวทางพระราชทานตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษที่ผ่านมา ไปประยุกต์ใช้ด้วยปัญญาและความเพียร

สำหรับรัฐบาลและข้าราชการในการบริหารราชการแผ่นดิน และสำหรับประชาชนทุกคนในการดำรงชีวิตประจำวัน ขออัญเชิญ “ส.ค.ส.พระราชทาน ปีใหม่พ.ศ.2537” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ศาสตร์พระราชา” โดยมีสาระสำคัญที่แสดงสัจธรรมแห่งชีวิตคือ “ยิ้มบ้าง ไม่ยิ้มบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เหมือนจราจร มาจากคำว่าจร แปลว่าแล่น อะจรแปลว่าไม่แล่น ดังนั้นเมื่อสนธิเป็นคำใหม่ว่าจราจรจึงหมายถึงแล่นบ้าง ไม่แล่นบ้าง ให้ใจเย็น ต้องอดทน รักษาความเพียร รักษาความดี เพราะอุปสรรคเป็นเครื่องทดสอบคนดี ที่จะไม่ยอมให้ความทุกข์ความลำบากชักนำสู่หนทางเสื่อม หวังว่าสัจธรรมง่ายๆ นี้จะเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ที่ยึดมั่นในความดี และไม่อยากให้ท้อถอย หมดกำลังใจ ตลอดปีใหม่และตลอดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน