สองรปภ. ให้ปากคำ เล่านาที บิ๊ก ป.ป.ช. ชักปืนเล็งแท็กซี่ หลังบีบแตรไล่!

สองรปภ. ให้ปากคำ เล่านาที บิ๊ก ป.ป.ช. ชักปืนเล็งแท็กซี่ หลังบีบแตรไล่!

กรณีนายพิเศษ นาคะพันธ์ อายุ 52 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช.ชักปืนภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ปรากฎเป็นคลิปดังกระฉ่อนเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์เหตุเกิดท้องที่สน.ทุ่งสองห้องตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 10 ต.คตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติดมน์ ศิริสุข อาสาสมัครจราจร สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมด้วยนายประสงค์ ธิติพนิต อาสาสมัครจราจรสน.ทุ่งสองห้อง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.รักเกียรติ์ ปทุมวัลย์ สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้องเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์ในคดีดังกล่าว

นายกิตติดมน์ กล่าวว่า เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตนไม่เห็นว่ามีการขับรถปาดกันไปมาหรือไม่ เห็นตอนที่ปรากฎเป็นคลิปออกไป โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาพักผ่อนของพวกตน ไม่ได้อยู่ภายในป้อมใกล้จุดเกิดเหตุ ตนไม่เห็นตอนนายพิเศษลงจากรถ มาเห็นก็ตอนควักปืนแล้ว ทางฝ่ายแท็กซี่นั้นไม่มีการลงจากรถแต่อย่างใด ช่วงเวลาชักปืนกินเวลาไม่ถึง 1-2 นาที จากนั้น นายพิเศษ ก็ได้ขึ้นรถแล้วขับออกไป ทางแท็กซี่ก็ขับแยกย้ายกันไป ช่วงควักปืนนั้นไม่มีการพูดจากันแต่อย่างใด เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ด้านนายประสงค์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดช่วงเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. ก่อนจะถึงช่วงที่จะต้องจัดระเบียบการจราจร ตอนแรกนึกว่าเป็นเหตุรถชนกัน จึงเดินไปดูกันกับนายกิตติดมน์ แต่เมื่อเห็นนายพิเศษลงจากรถแล้วควักปืนก็ตกใจกลัว ถึงกับชะงัก เพราะเห็นปืน จึงได้แค่มอง ไม่ได้พูดอะไร และไม่แน่ใจว่านายพิเศษพูดจาอะไรออกไปหรือไม่

โดยไม่เห็นว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการชักปืนนั้นเกิดจากเหตุใด ซึ่งเหตุการณ์นี้กินระยะเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อทางนายพิเศษ เก็บปืนก็ได้เดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป แท็กซี่ก็ขับตามกันไป ตามเส้นทางจราจรตรงนั้น ไม่รู้ว่าไปแยกย้ายกันตอนใด รู้เพียงว่าตลอดเหตุการณ์นั้น ทางโชเฟอร์แท็กซี่ไม่ได้ลงจากรถเลยแต่อย่างใด

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับรถแท็กซี่นั้นเป็นรถเขียวเหลือง แต่จำทะเบียนไม่ได้ ติดฟิล์มค่อนข้างมืด ทำให้เห็นคนขับไม่ชัด เพราะฟิล์มหน้ารถบัง เห็นเพียงครึ่งล่างของจมูกลงมา โดยตนเห็นเพียงว่าโชเฟอร์แท็กซี่นั้นไว้ผมสั้น อายุประมาณ 40 กว่าปีขึ้นไป รูปร่างสันทัด ใส่เครื่องแบบแท็กซี่สีฟ้า และรถแท็กซี่คันนี้ไม่มีการรับผู้โดยสาร และเปิดไฟสีแดงตรงคำว่า “ว่าง” ไว้ เชื่อว่าเหตุการณ์ชักปืนนี้เป็นเพียงการข่มขู่เท่านั้น

เบื้องต้นทาง พ.ต.ต.รักเกียรติ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ประสานพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้เดินทางมาให้ปากคำเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานในทางคดีนี้ต่อไป หลังจากสอบปากคำแล้วก็จะตรวจสอบพยานหลักฐานทางอื่นประกอบสำนวนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เผยสาเหตุ ผู้พิพากษาหนุ่ม เสียชีวิตที่เลห์-ลาดัก
บทความถัดไปอ่านกลอน สุจิตต์ วงษ์เทศ : พรุ่งนี้ยังไม่สาย