เรี่ยไรช่วยค่าทำศพ 3แม่ลูก สลดซ้ำเหยื่อรถตู้! อีกราย-ยกครัว4ชีวิต สวดแค่คืนเดียว-เผา จุดธูปเชิญวิญญาณ นิสิตแพทย์กลับจันท์

5 ม.ค. 2560 - 08:13 น.

สลดซ้ำเหยื่อรถตู้มรณะ เพื่อนบ้านโพสต์ เรี่ยไรเงินค่าทำศพแม่กับลูกอีก 2 คน ขณะที่อีกครอบครัวเสียชีวิต 4 ศพพ่อแม่ลูก ญาติตั้งสวดคืนเดียวแล้วเผาเลย ส่วนศพนิสิตแพทย์ นักวิจัยจุฬาฯ นักบาส สาวบริษัทขายรถ กลับถึงเมืองจันท์แล้ว แม่สาวหนึ่งในผู้ตายเผยลูกเสียชีวิตในวันเกิดตัวเอง ช่วงเช้ายังไปทำบุญด้วยกัน พอตกค่ำรู้ข่าวร้าย ผลผ่าพิสูจน์ศพโชเฟอร์รถตู้มรณะ ไม่มีแอลกอฮอล์และสารเสพติด ตร.ระบุคดีอาญาสิ้นสุด เหตุคนขับเสียชีวิตด้วย แต่ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นำศพนิสิตแพทย์กลับจันท์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ถนนสาย 433 หลักก.ม.ที่ 25-26 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี สถานที่เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-จันทบุรี พุ่งข้ามเลนชนประสานงารถกระบะ แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ย่างสด 25 ศพ น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี พร้อมด้วยญาติพี่น้อง นำศพนายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี นิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลูกชายหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสยอง มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ และนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่วัดป่าคลองกุ้ง อ.เมือง จ.จันทบุรี ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ

น.ส.ศศินันท์กล่าวว่าจากอุบัติเหตุที่เกิด ขึ้นกับลูกชาย ทำให้กลัว ไม่กล้าจะเดินทาง ไปไหน ขอวิงวอนไปยังผู้ประกอบการรถตู้โดยสารมีความตระหนักมากขึ้น ขอให้ดูแลคนขับรถให้พักผ่อนมากๆ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หนุ่มรอดตายไม่นั่งแล้วรถตู้

ต่อมาเวลา 08.00 น. ที่ร.พ.บ้านบึง พญ. แววดาว พิมลธเรศ ผอ.ร.พ.บ้านบึง นำคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ร.พ. นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ประสบอุบัติเหตุ 25 ศพ โดยพญ.แววดาวกล่าวว่า เศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะร.พ. บ้านบึงใช้พื้นที่อาคารอเนกประสงค์ลำเลียง 25 ศพ มาคัดแยกพิสูจน์ตัวบุคคลเบื้องต้น ก่อนนำไปตรวจพิสูจน์ที่ร.พ.ตำรวจ ทำให้แพทย์ เจ้าหน้าที่ขวัญเสียอย่างมาก ช่วยกันออกเงินซื้อ ผ้าไตร อาหาร เครื่องสังฆทานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 25 คน

นายธงชัย ตั้งวงศ์พุทธิกุล อายุ 20 ปี ผู้โดยสารรถตู้ที่รอดชีวิตกล่าวว่าขณะนี้ดีขึ้นมาก เหลือแค่ปวดตามร่างกายและไหล่ขวา แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสาร เรื่องประกันพ.ร.บ. ที่ทางฝ่ายคู่กรณีไม่สะดวกหากกลับไปพักฟื้นที่ บ้าน ส่วนการเดินทางครั้งต่อไป คงไม่ใช้รถตู้โดยสารไปอีกนาน ครั้งนี้ถือว่าเฉียดตาย อย่างหวุดหวิด ขอฝากถึงผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร ในช่วงเทศกาลควรหาคนขับเอาไว้เยอะๆ หากไม่พอคนขับรีบนอนไม่เพียงพอ ผู้โดยสาร 14-15 ชีวิตต้องฝากชีวิตกับคนขับเพียงคนเดียว และหลังจากกลับบ้านจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ที่รอดชีวิตมาได้

อาญาสิ้นสุด-แต่ฟ้องแพ่งได้

เวลา 11.00 น. นายณัฐพงศ์ บุญตอบ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมทีมงานลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บข้อมูลหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง โดยนายณัฐพงศ์กล่าวว่าตรวจสอบสภาพถนนเกาะกลางว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด จากร่องรอยที่พบคาดว่ารถตู้น่าจะวิ่งมาด้วยความเร็ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้ พุ่งข้ามเลนนั้นต้องไปตรวจสอบตัวรถโดยละเอียดอีกครั้ง รวมถึงเก็บข้อมูลจากผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ด้วยว่าตอนเกิดเหตุนั่งอยู่จุดใดในตัวรถ เพื่อนำมาประกอบกัน

ส่วน พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง กล่าวว่าถึงเรื่องทางคดีว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญา แต่คนขับรถตู้ผู้ต้องหาเสียชีวิตไปแล้ว จึงถือว่าสิ้นสุดในคดีอาญาทันที สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ แต่ญาติผู้เสียชีวิตสามารถฟ้องร้องในคดีแพ่งได้ หากไม่พอใจค่าชดเชย

สวดวันเดียวเผา 4 ศพพ่อแม่ลูก

ขณะเดียวกัน ที่วัดบ้านหว้า หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ญาติพี่น้องนำศพนายน้อย หาญเสมอ อายุ 38 ปี คนขับรถปิกอัพที่ถูกรถตู้พุ่งข้ามเลนมาชน นางนอง หาญเสมอ อายุ 39 ปี ด.ช.วีรศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี ลูกชาย และ ด.ญ.สุทธิดา หาญเสมอ อายุ 1 ปี ลูกสาว ตั้งเรียงกันในศาลาเตรียมทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้อง

นายตึ๋ง สิงขรณ์ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.กู่ และนายวิเชียร ดอนน้ำขาว สมาชิก อบต.กู่ ญาติผู้ตาย ร่วมกันกล่าวว่าศพครอบครัวหาญเสมอนำกลับมาถึงบ้านเมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 4 ม.ค. สภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม แทบจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ญาติพี่น้องหารือกันกับเจ้าอาวาสวัด สรุปว่าจะตั้งศพสวดพระอภิธรรมเพียง 1 คืนเท่านั้น จากนั้นจะทำพิธีฌาปนกิจศพพร้อมกันทั้ง 4 ศพ ในวันที่ 5 ม.ค. เนื่องจากว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จะไม่เก็บศพไว้นานหลายวัน และขณะนี้พ่อแม่และพี่สาวของผู้เสียชีวิตยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.ปรางค์กู่ เพราะเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักจนช็อก

ต่อมาตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับบริษัทประกันภัยมอบเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่ญาติผู้ตาย เมื่อรวมกับยอดเงินบริจาคจากราชการต่างๆ แล้วรวมทั้งสิ้น 1,192,722 บาท

สลดสูญเสียแม่-น้องอีก 2 คน

ส่วนที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตทยอยเดินทางมารับศพ ในจำนวนดังกล่าวมีนายสุรศักดิ์ เจือจาน อายุ 26 ปี นำเอกสารมายื่นแสดงรับศพนางพัน เจือจาน อายุ 48 ปี แม่ น.ส.สุดาภรณ์ เจือจาน อายุ 18 ปี น้องสาว และ ด.ช.สุภกฤษ เจือจาน อายุ 2 ขวบ น้องชาย โดยทั้ง 3 ศพนั่งมากับรถปิกอัพ ภายหลังตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวบุคคลเรียบร้อยแล้ว นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.

ด้าน น.ส.พรทิพย์ ฤกษ์เมือง อายุ 28 ปี พนักงานบริษัทขายรถฮอนด้า เดินทางมาร่วมรับศพ น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย อายุ 26 ปี ผู้โดยสารรถตู้ที่เสียชีวิต พร้อมทั้งกล่าวว่า น.ส.หทัยทิพย์เดินทางกลับบ้าน จ.จันทบุรี และบอกเพื่อนๆ ว่าจะกลับเย็นวันที่ 2 ม.ค. พอทราบข่าวอุบัติเหตุ จึงพยายามติดต่อ น.ส. หทัยทิพย์ แต่ติดต่อไม่ได้ กระทั่งช่วงค่ำเพื่อนพนักงานโทรศัพท์มาบอกว่าทางครอบครัวยืนยันว่าน.ส.หทัยทิพย์เสียชีวิตแล้ว จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี สวดพระอภิธรรมศพ 3 คืน และฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.

แม่รับศพลูก-เผยตายในวันเกิด

ขณะที่ น.ส.วิภาวดี แสนทวีสุข อายุ 38 ปี เดินทางมารับศพ น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี ลูกสาว หนึ่งในผู้โดยสารรถตู้ และกล่าวทั้งน้ำตาว่ามีลูก 3 คน น.ส.หนึ่งฤทัยเป็นคนโต ปกติลูกสาวพักที่กรุงเทพฯ จะเดินทางมา จ.จันทบุรี ช่วยแม่ขายของช่วงสุดสัปดาห์เป็นประจำ ในวันเกิดเหตุเป็นวันเกิดของลูกสาวพอดี ไปทำบุญตอนเช้าตามปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร จนลูกสาวขึ้นรถตู้เดินทางไป มาทราบข่าวจากญาติโทรศัพท์มาคุยเรื่องข่าวอุบัติเหตุรถตู้ จึงเดินทางไปสอบถามที่คิวรถว่าเป็นรถรอบไหนอย่างไร และก็เป็นรถคันเดียวกับลูกสาว

แม่ผู้สูญเสียกล่าวต่อว่าปกติหากต้องมากรุงเทพฯ จะใช้บริการรถทัวร์ ส่วนลูกสาวจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ด้วยวินรถตู้นี้เป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากสะดวก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลอย่างจริงจัง เพราะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง เท่าที่ทราบคันที่เกิดเหตุคนขับวิ่งรถหลายรอบ อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่ควรเอาชีวิตใครมาเสี่ยงแบบนี้ ส่วนการฟ้องร้องบริษัทรถตู้นั้น มีหลายคนพูดถึง อยากให้ดำเนินการ แต่ขอศึกษาดูอีกที หลังจากรับศพลูกสาวแล้วจะนำไปทำพิธีทางศาสนา ที่ จ.จันทบุรี

ศพโชเฟอร์รถตู้ไร้แอลกอฮอล์

ส่วน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวว่าแพทย์ตรวจศพผู้ขับขี่รถตู้เรียบร้อยแล้ว ผลจากการตรวจเลือด และเนื้อเยื่อ ไม่มีแอลกอฮอล์ และสารเสพติดเจือปนอยู่ แพทย์มั่นใจว่าการตรวจดีเอนเอ และเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกายในปัจจุบันค่อนข้างมีความแม่นยำ และเชื่อถือได้อย่างแน่นอน


ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยากล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการส่งมอบศพผู้เสียชีวิตนั้น ก่อนหน้านี้ส่งศพคืนให้ญาติแล้ว 11 ราย ส่วนวันที่ 4 ม.ค.นี้ จะคืนศพให้ญาติเพิ่มเติมอีก 8 ราย และอีก 3 รายอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนอีก 3 รายที่เหลือรอญาติเข้ามาติดต่อรับศพ คาดว่าทั้งหมดจะเสร็จในค่ำวันที่ 4 ม.ค. พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุการตาย และรอผลสรุปผลทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ว่าเกิดจากขาดอากาศหายใจ หรือไฟไหม้

สรุปรายชื่อผู้ตายทั้ง 25 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้สรุป รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 25 ศพ ดังนี้ ผู้เสียชีวิต ที่นั่งมากับรถกระบะ 1.นายน้อย หาญเสมอ อายุ 39 ปี คนขับรถกระบะ 2.นางนอง หาญเสมอ อายุ 40 ปี 3.ด.ช.วีรศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี 4.น.ส.สุนันทา หาญเสมอ อายุ 15 ปี 5.นายสุพิณ หาญเสมอ อายุ 41 ปี 6.ด.ญ.สุทธิดา หาญเสมอ อายุ 1 ขวบ 7.นางพัน เจือจาน อายุ 48 ปี 8.ด.ช.สุภกฤษ เจือจาน อายุ 2 ขวบ 9.น.ส.สุดาภรณ์ เจือจาน 18 ปี 10.นายบุญเกิด ต้นทอง อายุ 33 ปี และ 11.น.ส.เกศินี กมลเมธากุล อายุ 18 ปี

ส่วนผู้เสียชีวิตในรถตู้โดยสารจำนวน 14 ศพ 1.นายสุมนต์ เอี่ยมสมบัติ อายุ 64 ปี คนขับ 2.นางวิมล ธีระนิธิ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 3.นายประกาศิต รัตนตันหยง อายุ 36 ปี /นักวิจัยด้านมะเร็ง จุฬาฯ กำลังศึกษาต่อปริญญาเอก 4.น.ส.ศิริพร หนุนเกื้อกูล อายุ 39 ปี 5.น.ส.ภัทธวรรธน์ ทรัพย์จันทร์ อายุ 29 ปี 6.น.ส.ดวงชีวัน พันเพ็ชร์ อายุ 34 ปี 7.น.ส. หทัยทิพย์ หมดภัย อายุ 26 ปี พนักงานขายบริษัทรถยนต์ 8.นายกันตินันท์ ไทยตรง อายุ 23 ปี 9.นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี 10.น.ส.หทัยรัตน์ บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี 11.น.ส.ดวงฤทัย วงศ์สิริวิบูลย์ 12.น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี 13.น.ส.ดารณี พลายคง อายุ 27 ปี และ 14.น.ส.ภัทราวรรณ รื่นเริง อายุ 42 ปี

โพสต์เรี่ยไรเงินช่วยค่าทำศพ

วันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ณัฐวดี บัวทอง” โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนของลูกสาว ชื่อ น.ส.สุดาภรณ์ หรือออม เจือจาน นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนพระแม่มารี สาทร กทม. เสียชีวิตพร้อมแม่และน้องรวม 4 คนในรถกระบะ ส่วนพ่อไม่ได้ไปด้วย เพราะป่วยปวดขามาก นั่งรถไม่ไหว ขณะนี้คุณพ่อไม่มีเงินทำศพ อยากฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องที่พอช่วยเหลือได้ ช่วยครอบครัวน้องด้วย

ข้อความระบุต่อว่า ปิดการโอนเงินรับบริจาคยอดเงินอยู่ที่ 58,959.15 บาท ยอดเงินทั้งหมดนี้จะถึงมือพ่อและพี่ชายของผู้เสียชีวิตแน่นอน ขอขอบคุณผู้ที่ช่วยกันทำบุญให้น้องและครอบครัว หลักฐานการนำเงินไปให้ในวันนี้จะถ่ายไลฟ์สดและนับจำนวนเงินว่าได้ให้ทั้งหมดจริง

ศพนักบาส-นักวิจัยถึงเมืองจันท์

ส่วนที่วัดธรรมมาศน์นักบุญโปรแตส บ้านท่าแฉลบ อ.เมือง จ.จันทบุรี ญาติเคลื่อนศพนายกันตินันท์ หรือคิว ไทยตรง อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชน จ.จันทบุรี หนึ่งในผู้โดยสารรถตู้ที่เสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและเพื่อนๆ โดยกำหนดตั้งศพประกอบพิธีมิสซาทุกคืนไปจนถึงวันที่ 7 ม.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกันตินันท์ก่อนเสียชีวิต อยู่ในช่วงเก็บตัวคัดเลือกเป็นตัวแทนนักกีฬาบาสเกตบอลจังหวัด รุ่นประชาชนทั่วไป ศึกษาจบระดับปริญญาตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กทม. ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์บริษัทฮิตาชิ สำนักงานใหญ่

นอกจากนี้ ญาติผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย นำ ศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ จ.จันทบุรี แล้ว ในจำนวนนี้มีศพนายประกาศิต รัตนตันหยง อายุ 36 ปี นักวิจัยด้านมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบุญวาสวิหาร หรือวัดหนองโพรง อ.ท่าใหม่

บิ๊กตู่ฮึ่มจัดการรถผิดกฎหมาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงอุบัติเหตุปีใหม่ว่า จากนี้เป็นต้นไปภายใน 3 เดือน จะดำเนินคดีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับรถ คนขับ รถไม่ได้มาตรฐาน รถตู้ที่บรรทุกเกินที่นั่ง เบียดเสียดยัดเยียดบนรถประจำทางทั้งหมด รถโดยสารประจำทางทั้งหมดที่ให้บริการ จะต้องมีสมุดประจำรถ ลงชื่อคนขับ เวลาขับ ทุกเส้นทาง โดยทุกด่านจะต้องตรวจทั้งหมด ถ้าขับเกินเวลาต้องยึดรถ เอาคนลง แล้วหารถใหม่ คนขับใหม่ จะใช้มาตรการนี้เข้มงวดใน 3 เดือน ก่อนถึงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ครั้งต่อไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ไปดูรถตู้ให้บรรทุกเท่าไหร่ตามกฎหมายกำหนด ต้องมีสายรัดนิรภัย และต้องดูว่าคาดหรือไม่ ส่วนรถกระบะใช้บรรทุกของ ก็ไปนั่งท้ายกันเป็นสิบๆ คน วิธีทางแก้ต้องมีมาตรการในเชิงป้องกัน และต้องแก้ปัญหาในระยะยาว แต่วันนี้จะแก้ปัญหาระยะสั้นก่อน บอกไปเท่าไหร่ก็แก้ไม่ได้ แก้ปัญหาด้วยมาตรา 44 ก็ยังแก้ ไม่ได้ ดังนั้น จะมีอะไรมากไปกว่าต้องบังคับใช้กฎหมายก่อนที่จะมากกว่าไปนี้

“ป้อม”ให้ใช้มินิบัสแทนรถตู้

ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่าคนขับเป็นเจ้าของรถเอง และขับมาหลายเที่ยว ร่างกายอาจจะเพลีย แต่เห็นว่าทั้งสองคันบรรทุกคนจำนวนมาก เรื่องนี้จะต้องเข้มงวดต่อไป โดยรถมีกี่ที่นั่งก็ต้องนั่งเท่านั้น ส่วนรถปิกอัพต่อไปกระบะท้ายต้องนั่งไม่ได้เลย เพราะเอาไว้บรรทุกของ ไม่ใช่เอาคนไปนั่ง เพราะถ้ามีอุบัติเหตุโอกาสรอดน้อย จะเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น

รองนายกฯ กล่าวต่อว่าในที่ประชุมครม.พูดคุยกันเรื่องนี้ ว่าจะหารถอะไรที่ทำให้เกิดความปลอดภัยมาวิ่ง เป็นรถมินิบัสได้หรือไม่ ให้กระทรวงคมนาคมไปดู เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะส่วนใหญ่ประชาชนต้องการความรวดเร็ว ถ้าเป็นบขส.อาจจะแวะจอด ตรงนี้ก็ให้กระทรวงคมนาคมไปคิด

ครม.อนุมัติกม.จราจร 3 ฉบับ

ด้านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่าที่ประชุมครม.พิจารณาและอนุมัติกฎหมาย 3 ฉบับ ที่สำคัญคือร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก นายกฯ ให้ความสำคัญมาก โดยระบุว่าบางส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะขับรถขณะเมาสุราและการคาดเข็มขัดนิรภัย และการบรรทุกน้ำหนักเกินที่นั่ง หรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สิ่งเหล่านี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และต้องเข้มงวดในเรื่องของการให้ใบขับขี่รถ ต้องมีความเข้าใจ และมีความรับผิดชอบในขับรถด้วย เพราะอาจจะกระทบถึงความปลอดภัยของคนอื่นด้วย

เลขาฯ คณะกรรมการกฤษฎีกากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงการไม่ชำระค่าปรับใบสั่ง แล้วไปต่อทะเบียนป้ายวงกลมได้นั้น เป็นการขัดต่อกฎหมาย เพราะการต่อทะเบียนป้ายวงกลมเป็นเรื่องของการเสียภาษี ดังนั้นจะเข้มงวดมากขึ้น จะบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังมากขึ้น และในที่ประชุมหยิบยกอุบัติเหตุ 25 ศพ นายกฯ เป็นห่วงมาก และกำชับให้เอาจริงเอาจัง เพราะที่ผ่านมาออกกฎหมายอะไรไป ถ้าไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจังจะมีปัญหา ดังนั้นต้องปรับทั้งระบบ

เสนอใช้ม.44 เพิ่มโทษสูงสุด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอปรับเพิ่มโทษในกรณีต่างๆ เสนอให้ นายกฯ พิจารณาว่าจะออกมาตรา 44 มาบังคับใช้ได้ภายในเดือนม.ค.นี้ เพื่อให้ทันเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นเพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ทั้งคนขับขี่ ผู้ประกอบการเจ้าของรถให้เป็นโทษที่สูงสุด เช่น กรณีผู้ประกอบการอาจจะต้องยึดใบประกอบการ เพิ่มโทษอาญาและโทษปรับในอัตราที่สูงขึ้น ส่วนใบขับขี่จะต้องกำหนดให้ออกยากยึดง่าย

รมว.คมนาคมกล่าวว่าส่วนมาตรการระยะยาว อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนารถโดยสารสาธารณะเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะรถตู้อาจต้องเปลี่ยนไปใช้รถขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ไมโครบัส 20 ที่นั่ง เนื่องจากรถตู้ไม่ได้ออก แบบให้เป็นรถโดยสาร แต่ออกแบบมาขนของ แต่ในประเทศไทยนำมาใช้เพื่อการโดยสารสาธารณะ ในอนาคตจะต้องเลิกใช้รถตู้โดยสารระยะไกล และหลังจากนี้จะไม่ออกใบอนุญาตให้รถตู้โดยสารอีกแล้ว และจะไม่ต่อใบอนุญาตให้ด้วย เพราะต้องการให้ทยอยเลิกใช้รถตู้เป็นรถโดยสาร จากข้อมูลพบว่ามีรถตู้โดยสารสาธารณะอยู่จำนวนหนึ่งที่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ คงต้องอนุโลมให้วิ่งบริการไปก่อน คาดว่าภายในปี 2564 จึงจะหมดอายุทั้ง หมด จะไม่มีรถตู้โดยสารสาธารณะให้บริการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เรี่ยไรช่วยค่าทำศพ 3แม่ลูก สลดซ้ำเหยื่อรถตู้! อีกราย-ยกครัว4ชีวิต สวดแค่คืนเดียว-เผา จุดธูปเชิญวิญญาณ นิสิตแพทย์กลับจันท์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง