กรมควบคุมโรค ให้กำลังใจสาวเสิร์ฟ หลังห้ามเสี่ยสูบบุหรี่ จนโดนตบหน้าหัน!

กรมควบคุมโรค ให้กำลังใจสาวเสิร์ฟ หลังห้ามเสี่ยสูบบุหรี่ จนโดนตบหน้าหัน!

จากกรณีเพจดังเผยแพร่คลิปวงจรปิด แฉพฤติกรรมของ นายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการเขตอุตสาหกรรมนวนครสูงเนิน จ.นครราชสีมา ตบหน้า นายปริตา คชประภา อายุ 25 ปี สาวประเภทสองที่เป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากโมโหที่ถูกห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ โดยเจ้าตัวอ้างว่า ถูกพูดจาไม่ดีใส่ก่อน และไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 น.ส.เศรณีย์ จุฬาเสรีกุล รองผู้อำนวยการสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ และทีมนิติกร กลุ่มพัฒนาและบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ให้เดินทางไปยังโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้กำลังใจ นายปริตา คชประภา พนักงานของโรงแรม ซึ่งถูกนายสุรสีห์ ตบหน้า จากการเข้าไปเตือนลูกค้าว่า บริเวณห้องอาหารของโรงแรมเป็นพื้นที่ที่กฎหมายกำหนดห้ามสูบบุหรี่

นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า จากการที่ทีมลงพื้นที่และสอบถาม พบว่า ผู้บริหารโรงแรมมีมาตรการที่ดีมากเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า การแจ้งเตือนหรือการเตือนผู้มาใช้บริการไม่ให้สูบบุหรี่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งขอชื่นชมในพฤติกรรมของพนักงานคนนี้ เพราะหากเจ้าของสถานที่ไม่มีมาตรการหรือปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่ห้ามสูบก็จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เช่นกัน ดังนั้น พฤติกรรมของพนักงานเสิร์ฟจึงเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการแจ้งเตือนแล้วถูกทำร้ายร่างกายนั้น ต้องว่ากันไปตามกฎหมายคดีอาญา

เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจทำให้พลเมืองทั่วไปไม่กล้าเข้าไปแจ้งเตือนคนที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะหรือที่ห้ามสูบหรือไม่ นพ.ชยนันท์ กล่าวว่า ตนมองว่ากระแสสังคมตอนนี้ถือว่าเป้นมุมบวก เพราะเห็นใจคนที่ทำตามกฎหมายแต่กลับถูกทำร้าย และสนับสนุนให้คนดีได้มีที่ยืน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการเข้าไปเตือนแล้วถูกทำร้ายเป้นเรื่องส่วนบุคคลว่า เหตุใดคนๆ นั้นถึงทำ แต่หากเป็นคนปกติเมื่อถูกแจ้งเตือนหรือได้รับข้อมูลว่า พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ห้ามสูบ ก็น่าจะให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม หากแจ้งเตือนแล้วเข้าไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ต้องดำเนินการอะไร ให้แจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ หรืออาจจะถ่ายรูปเป็นหลักฐานเก็บไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาผิด เปรียบเทียบปรับภายหลัง ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

เมื่อถามถึงสถานที่ห้ามสูบปัจจุบันมีพื้นที่ใดบ้าง นพ.ชยนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภท หรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ. 2561 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 โดยสถานที่สาธารณะที่ห้ามสูบบุหรี่จะครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.สถานที่สาธารณะ อย่างโรงเรียน โรงพยาบาล จะเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% และบวกเพิ่มอีก 5 เมตรจากรั้ว ประตู หน้าต่างออกไปอีก 5 เมตร เพื่อแก้ปัญหาการสูบบุหรี่หน้าสถานที่ 2.กลุ่มที่บังคับว่าพื้นที่ภายในที่อยู่ในห้องปรับอากาศ ต้องปลอดบุหรี่ 100% เหมือนกัน เช่น ร้านอาหาร

3.บางพื้นที่ที่กำหนดให้สูบบุหรี่ได้ เช่น ท่าอากาศยาน หรือ สถาบันอุดมศึกษา สถานที่ราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ อาจเปิดพื้นที่เฉพาะให้สูบได้ แต่ต้องเป็นนอกตัวอาคาร และไม่ใช่สถานที่โจ่งแจ้ง ชักชวนให้คนเข้าไปสูบง่ายๆ อย่างสนามบินซึ่งปัจจุบันยังจัดพื้นที่ภายในอาคารให้สูบบุหรี่ แต่ถ้า 3 ก.พ. 2562 เป็นต้นไป จะต้องจัดให้อยู่นอกตัวอาคาร และ 4.ให้บางพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% เช่น ร้านอาหาร หมูกระทะ ที่เป็นลานกว้าง เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้ပန်ဒေါင်းကျေးရွာကို ရွာသားတွေ စွန့်ခွာပြေးတာ အခုဆို ၇ နှစ်ရှိပါပြီ
บทความถัดไปราเยวัช ขอพา ช้างศึก เน้นผลแข่งขัน – สิงคโปร์ หวังสร้างเซอร์ไพรส์ตอกหน้าแฟน