ยิ่งกว่าโคนัน! ม.นเรศวรเจ๋ง เผยผลงาน สืบศพคดีฆาตกรรมจาก แมลงวัน

ศพ / วันที่ 27 พ.ย. ผศ.ดร. นพวรรณ บุญชู อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยนายปริญญา บุญชัย ประธานกรรมการบริษัท ซีนิธเมดิทัช จำกัด พร้อมคณะผู้วิจัย ได้เปิดเผยผลงานวิจัย แมลงวัน ที่จะนำไปสู่การชันสูตรด้านนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากได้ศึกษาเกี่ยวกับแมลงวันมานานกว่า 20 ปี

โดยผศ.ดร. นพวรรณ เปิดเผยว่า ตนได้ศึกษาเกี่ยวกับแมลงวัน ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เพื่อศึกษาประโยชน์ของแมลงวัน ที่ทุกคนไม่ชอบ โดยจากการศึกษาพบว่าแมลงวันในประเทศไทยเรามีจำนวน 96 ชนิด แมลงวันที่พบได้บ่อยและมีความใกล้ชิดกับคน คือแมลงวันหัวเขียวชนิด Chrysomya megacephala และ Chrysomya rufifacies และซึ่งเป็นแมลงวันหัวเขียวชนิดเกี่ยวข้องกับศพมากที่สุด

ผศ.ดร. นพวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีผู้ริเริ่มใช้ประโยชน์จากสัตว์ขาปล้องในงานชันสูตรด้านนิติวิทยาศาสตร์ และแมลงวันเป็นสัตว์ขาปล้องกลุ่มแรกที่พบในศพและทิ้งร่องรอยในศพ นั่นคือ มีการวางไข่ มีการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ดักแด้และตัวเต็มวัย ตามลำดับ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลการเจริญเติบโตของแมลงวันในการย้อนไปหาระยะเวลาหลังการเสียชีวิตได้ โดยเทียบกับการเจริญเติบโตของแมลงวันที่พบในศพดังกล่าว

ผศ.ดร. นพวรรณ เล่าต่อว่า การเจริญเติบโตของแมลงวันชนิดเดียวกันในห้องปฏิบัติการ ซึ่งการหาระยะเวลาหลังการเสียชีวิตนั้น ถ้าพิจารณาจากสภาพศพเพียงอย่างเดียวจะให้ความน่าเชื่อถือได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และความน่าเชื่อถือจะลดลงตามลำดับเวลาที่ผ่านไป

ดังนั้นถ้าเป็นกรณีการเสียชีวิตมากกว่า 24 ชั่วโมง การประเมินระยะเวลาหลังการเสียชีวิตจากการเจริญเติบโตของแมลงเป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากนี้ แมลงวันยังสามารถใช้ประโยชน์ในการแสดงถึงการเคลื่อนย้ายศพ เชื่อมโยงระหว่างสถานที่เกิดเหตุ เหยื่อ และผู้ต้องสงสัย ช่วยระบุตำแหน่งบาดแผลบนศพได้ชัดเจน เป็นแหล่งค้นหาสารพิษและสารพันธุกรรมของมนุษย์

รวมถึงเป็นหลักฐานในการยืนยันการทอดทิ้งและการทารุณกรรมได้ แต่ในทางกลับกัน แมลงวันยังสามารถอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในที่เกิดเหตุได้เช่นเดียวกัน อาทิ การสร้างคราบเลือดแปลกปลอมในที่เกิดเหตุ

ดังนั้นจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการพิจารณาหลักฐานในที่เกิดเหตุด้วย และที่สำคัญสัตว์ขาปล้องเป็นหลักฐานที่ผู้กระทำความผิดมักเพิกเฉย ไม่ระวังในการทำลายหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุ

แมลงวันยังสามารถบ่งบอกถึงระยะเวลาการตายจากศพ ไม่ว่าทั้งมนุษย์ สัตว์ต่างๆได้ โดยต้องศึกษาความแม่นยำของแมลงวันให้มาก ซึ่งหากนำไปใช้กับนิติวิทยาศาสตร์จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวัน ซึ่งเมืองไทยยังถือว่ามีน้อยมาก ทำให้การนำแมลงสืบศพต้องอาศัยเวลานิดหนึ่ง ทำให้ผศ.ดร. นพวรรณ พัฒนาเทคโนโลยีในการศึกษาเกี่ยวกับแมลงวันมากขึ้น

โดยร่วมกับนายปริญญา บุญชัย ประธานกรรมการบริษัทซีนิธเมดิทัชจำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการตรวจสอบแมลงวัน เบื้องต้นใช้ชื่อ iParasites โดยได้ใช้เทคโนโลยี เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI Chatbot เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักวิจัยและผู้สนใจทั่วไปสามารถจำแนกแมลงวันได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

นายปริญญา กล่าวว่า แอป iParasites เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนางานวิจัยและการเรียนรู้ด้านปรสิตวิทยาต่อไป นอกจากนี้แอพพลิเคชั่นนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นที่น่าสนใจ อาทิ อภิธานคำศัพท์ (Glossary) ที่รวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับทางปรสิตวิทยาและนิติกีฏวิทยา ฟังก์ชัน Knowledge ที่จะให้ความรู้ที่ทันสมัย มี QR code scanner รูปแบบ 3 มิติ สามารถแสกนดูวิวัฒนาการณ์ของศพที่แมลงเกาะอยู่ได้อีกด้วย

โดยอนาคตก็จะมีการพัฒนาให้ประชาชนทั่วไปเรียนรู้เกี่ยวกับแมลงวันอีกด้วย โดยผลงานวิจัยทั้งหมดนี้คาดจะสามารถนำไปใช้ได้ดีในต้นปีหน้า ทั้งแอพพลิเคชั่น และการนำกระบวนการศึกษาแมลงวันสืบศพ ล่าสุดได้มีการจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน