จากกรณีที่ แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าได้เลิกรากับภรรยา คือ สาวเฟิร์น เกวรินทร์ หลังจากเพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 เดือน โดย แตงโม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการ ห้องข่าวบันเทิง ช่องเวิร์คพอยท์ ด้วยอาการเศร้าและมีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา
โดย แตงโม เปิดเผยความรู้สึกผ่านรายการว่า ตลอดเวลาที่เกิดข่าวขึ้นมา ทั้งสองคนได้พูดคุยกันตลอดเวลา ซึ่งคนที่ผมต้องแคร์มากที่สุด คือ เฟิร์น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การที่ผมจะพูดอะไรออกไป ก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ใหญ่ด้วย แต่ตอนนี้ ผมกับเฟิร์น ก็ห่างกันแล้ว ที่ไม่พูดคำนั้นออกมา ก็เพราะถ้าเป็นผู้หญิงก็คงไม่อยากได้ยินคำนั้นแม้ว่าจะเป็นความจริงก็ตาม
เมื่อถามว่า ตอนนี้ยุติความเป็นสามีภรรยากันแล้วใช่หรือไม่ แตงโม กล่าวว่า ผมไม่อยากสรุปว่าเป็นอะไรแบบไหน สรุปว่า ตอนนี้เราห่างกัน ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแล้ว ทั้งเข้าใจว่าเป็นแบบไหน เรารู้จักเป็นเพื่อนมา 10 ปี คบกันเป็นแฟน 2 ปี ก่อนจะแต่งงาน ไม่มีใครอยากคบกัน 2-3 ปี แล้วเลิก อยู่แล้ว แต่เมื่อตอนคบเป็นเพื่อน เป็นแฟน ตอนแต่งงาน ทุกอย่างมันต่างกัน ที่ผ่านมา เราไม่เคยว่ากัน แต่ทางเลือกของคนสองคน เราทั้งสองได้คุยกัน เคยดูข่าวคนอื่นที่เลิกกันแต่เมื่อถึงตัวเอง ก็ถึงรู้ว่าเป็นสิ่งที่พูดยาก ตอนนี้สิ่งที่พูดได้ก็มีเท่านี้
“ไม่มีใครคิดหรอกครับว่าเมื่อแต่งงานแล้วอีก 8 เดือนจะเลิก หรืออีก 2-3 เดือนจะเลิก ผมยืนยันได้เลย ตัวผมและเฟิร์นก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างผมทำให้เฟิร์น ทั้งในอินสตาแกรมที่ผมพาเฟิร์นไปเที่ยว ส่วนเหตุผลจริง ๆ ก็ต้องออกตัวก่อนว่า เฟิร์นไม่เคยว่าแตง และแตงไม่เคยว่าเฟิร์น แต่บางทีทางเลือกที่ดีที่สุดของคนสองคนที่จะไปด้วยกัน เราต้องคุยกันและเฟิร์นเป็นคนที่พูดกันแล้วรู้เรื่อง ซึ่งก็มีการพูดคุยปรึกษากันหลายครั้ง เพราะทุกคู่คงไม่มีใครพูดจากันแค่ครั้งเดียวแล้วเลิก หรือพูดแค่ครั้งเดียวแล้วห่างกันคงไม่มีทาง”แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว
แตงโม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราพยายามปรับตัวเข้าหากันมาตลอด เราทั้งคู่พยายามจะปรับแล้ว การเป็นแฟนกันอาจอยู่ด้วยกันบ้าง แต่สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง บางทีมันก็ทำให้เห็นว่าแต่ละคนเป็นแบบไหน เราเป็นแบบไหน แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะ และยืนยันว่าไม่มีมือที่สาม” แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาเกิดจากเรื่องราวที่ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ คดีสีชมพู หรือไม่ แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ทุกรายการต้องมีการคุยกันก่อนอยู่แล้วและรายการต้องมีความสนุก ซึ่งตนก็ได้คุยกับเฟิร์นก่อนหน้านี้แล้ว แต่อีกฝ่ายเป็นคนพูดไม่เก่ง อย่างในชีวิตจริงตนก็ไม่เคยบอกให้เขาไปเป็นแฟนกับแท็กซี่ ที่พูดในรายการเป็นการเพิ่มอรรถรส ตัวเขาเองก็ยอมรับว่า ในรายการเถียงไม่ทัน พอกลับจากรายการก็ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ก็ยอมรับว่าเรื่องในรายการบางส่วนก็เป็นความจริง ซึ่งไม่ใช่เฟิร์นที่ไม่ทำ อาจจะเป็นผมเองก็ได้
แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ช่วงแรก ๆ ที่ไม่อยากให้สัมภาษณ์เพราะแคร์ความรู้สึกของเฟิร์น ที่จริงเขาไม่อยากให้พูดเลย เพราะเฟิร์นก็มีหน้าที่การงานของเขา แต่ก็เข้าใจว่าเราอยู่ในจุดนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ความจริงก็คือความจริง ซึ่งพ่อแม่ของเราทั้งคู่ก็เสียหาย แต่ก็ได้แค่บอกว่า เป็นเรื่องของคนสองคน เขาตัดสินแทนเราไม่ได้ ซึ่งผมก็ขอบคุณทุกกำลังใจ ชีิวิตคู่มันมีอะไรเยอะแยะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราก็ไม่ได้โทษกัน
อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของรายการ แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้เปิดเผยว่า ยังไม่ได้จดทะเบียนกันเพราะตอนแรกหมอดูทักว่าหากจดทะเบียนแล้วจะเลิกกัน แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องดวง และอยากให้เรื่องราวชีวิตคู่ของตนเป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งหลังจบรายการ หนุ่มแตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ที่พยามยามกลั้นน้ำตาไว้ตลอดก็ได้โผเข้ากอด นุ้ย สุจิรา ซึ่งเป็นพิธีกรในรายการทั้งน้ำตา