รู้จักมากกว่า! ‘โบว์ อยากเลือกตั้ง’ คือใคร? คนธรรมดา นักเคลื่อนไหว รักในสนามรบ?

รู้จักมากกว่า! ‘โบว์ อยากเลือกตั้ง’ – จากกรณีที่มีคลิปหลุดแชร์ว่อนโลกโซเชียล ที่มีชายหน้าตาคล้ายนักการเมืองชื่อดัง กับหญิงสาวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสาวนั้น

จากนั้น น.ส.ณัฎฐา มหัธนา แกนนำคนอยากเลือกตั้ง ได้ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวตนเชื่อว่าเป็นปฏิบัติการ IO (ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ทหารใช้ในการสงคราม) โดยตนเองก็เคยมีประสบการณ์และถูกกล่าวหามาแล้ว เมื่อตอนมีกรณีการถกเถียงเรื่อง การข่มขืน ไม่ประหารชีวิต

โดยเชื่อว่าเป็นการ “เบี่ยงเบนความสนใจ” ของสังคมจากที่สิ่งที่เป็นประโยชน์สาธารณะ กระทั่งนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟสบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว ตามที่ได้นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้จะพาทุกท่านมารู้จัก “ตัวตน” ที่แท้จริงของเขา ครั้งหนึ่ง “โบว์ ณัฎฐา” เคยให้สัมภาษณ์เรียกได้ว่า “เปิดหมดเปลือก” กับทางมติชนสุดสัปดาห์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา ตลอดหลายปีที่ทหารปกครองประเทศ ได้มีคนหนุ่มสาวรวมกลุ่มแสดงจุดยืนคัดค้านต่อต้านมาตั้งแต่ทหารก้าวสู่อำนาจทางการเมืองรอบใหม่ ทำให้มีนักเคลื่อนไหว นักกิจกรรมทางการเมือง ที่เรารู้จักในหน้าสื่อ ไม่ว่า รังสิมันต์ โรม, จ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, ชลธิชา แจ้งเร็ว

แต่สำหรับ ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ หญิงสาวแม่ลูกหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนเมืองทั่วไป กลับเลือกเส้นทางที่กลายเป็นนักกิจกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้

อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงธรรมดา ก้าวออกมา แสดงออกและ เต็มใจที่จะ “เสี่ยง”

– ทำความรู้จัก “โบว์”

ชีวิตโบว์ก็เป็นผู้หญิงกรุงเทพฯ ธรรมดาคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางที่คุณพ่อคุณแม่เน้นเรื่องการศึกษา ก็เข้าเรียนที่อัสสัมชัญ (ประถม) ต่อด้วยสาธิตปทุมวัน (ม.ต้น) เตรียมอุดมศึกษา (ม.ปลาย) ศึกษาต่อที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ และทำงานเหมือนคนที่จบคณะนี้ เกี่ยวกับการต่างประเทศ การสื่อสาร งานประจำที่ทำนานหน่อยก็ที่บริติช เคาน์ซิล มีทำกิจการส่วนตัว แล้วออกมาเป็นรับจ้างอิสระ (Freelance) เน้นการสอน เช่น วิทยากรอิสระ พิธีกรและครูด้วย

– เริ่มออกทีวีเป็นครั้งแรก

โบว์เป็นพิธีกรที่แรกให้กับช่องวอยซ์ทีวี อย่างรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ และโคซี่ ลิฟวิ่ง ก่อนที่รายการจะหยุดผลิตไป

– เป็นชนชั้นกลางปกติอยู่ดีๆ ทำไมถึงมาสนใจการเมืองหละ?

ช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 ก็เริ่มสนใจการเมือง ส่วนใหญ่ขยับบนเฟซบุ๊กมากกว่า เช่น อ่านข้อมูล แสดงความคิดเห็นไปเรื่อยๆ แต่รัฐประหาร 2557 เป็นจุดเปลี่ยน ตอนนั้นได้ไปทำงานทีวี ก็ยังคงแสดงความคิดเห็นเหมือนเดิมแต่คนเริ่มรู้จักมากขึ้น

อยู่มาวันหนึ่ง อานนท์ นำภา ก็ชักชวนเพราะเห็นโบว์เล่นขิมแบบอัดคลิปอยู่ พอรู้ว่าแนวคิดทางการเมืองเป็นยังไง จึงได้ไปเล่นดนตรีเปิดหมวกช่วยเหลือนักโทษการเมือง นั้นเป็นการออกสู่ถนนครั้งแรกนอกจากอยู่บนเฟซบุ๊ก

หลังจากนั้นก็ถลำตัวเข้ามากเรื่อยๆ จนถูกเรียกกว่า “นักกิจกรรม” ตอนทำรณรงค์ ไผ่ ดาวดิน เป็นหนึ่งในคนนำการณรงค์ แล้วก็ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ปกติเราลงมือจะมีความรู้สึกร่วมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะคนโดนข้อหาจากการแสดงความคิดเห็น โบว์เห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คนจะถูกทำร้าย เราควรจะมีเสรีภาพในความคิด

– คิดอย่างไร แล้วอะไรคือแระผลักดันให้มายืนอยู่ “แถวหน้า?”

ตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ชัดสำหรับโบว์มากที่สุด คือเป็นเด็กที่รักความยุติธรรม เวลาเห็นอะไรที่ไม่แฟร์ หรือใครถูกรังแก โบว์มักจะออกหน้า มันเป็นลักษณะที่ติดตัวมาแต่เด็ก เรียกว่าไม่ค่อยเปลี่ยนมาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เปลี่ยนทั้งหน้าตาทรงผม มันยังมีความเป็นเด็กแบบนั้นอยู่ในตัวเราคือรักความยุติธรรม มันจะทนไม่ได้เวลาเห็นคนที่อ่อนแอถูกรังแก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย คนที่ต้องการประชาธิปไตยทุกคนมีความรู้สึกร่วมแบบนี้ อันนี้คือปัจจัยภายใน ส่วนปัจจัยภายนอกหรือเหตุบ้านการเมืองมันมากระทบความรู้สึกของเรา

พอหลังรัฐประหาร การแสดงความคิดเห็นของเราโดนรังแก มันชัดในสังคม มันเกิดขึ้นตลอดเวลา มันทำให้เรามีความรู้สึกร่วมมาก แล้วเมื่ออยู่ในส่วนที่สนับสนุน มีส่วนร่วมลงมือทำอะไรได้ มันก็ทำออกไปตามธรรมชาติ พอทำแล้วเห็นผล พอเหตุการณ์ใหม่เกิด ก็ไปทำใหม่ มันเกิดการต่อยอด เกิดทักษะที่เรียกว่าทำกิจกรรมเป็นแล้ว ก็กลายเป็นนักกิจกรรม ที่เป็นมือสมัครเล่น ไม่ได้เป็นอาชีพ

– แล้วงานประจำที่ทำอยู่ กระทบหนักไหม?

ในความเป็นฟรีแลนซ์ มันมีความเป็นอิสระ เมื่อทำงานอิสระ เราไม่ได้สังกัดองค์กรไหน มันไม่มีใครบอกเราหรอกว่า คุณอย่าแสดงความเห็นแบบนี้ อย่าเคลื่อนไหวมากเกินไปเดี๋ยวจะดูไม่ดีต่อองค์กร ไม่มีใครกล้าพูดกับเราแบบนี้ อย่างมากถ้าไม่ชอบก็เลิกจ้าง แต่ความเป็นฟรีแลนซ์ก็ไปรับจ้างคนอื่นแทน

แต่ที่ผ่านมา โบว์โชคดีที่ไม่เคยเจอกีดกันอะไรด้วยสาเหตุนี้ เรามืออาชีพมากในงานของเรา เพราะฉะนั้น มันเดินคู่ขนานกันไปได้ และเราสามารถจัดการเวลาได้ด้วย เช่น สถานการณ์ไหนมันแย่ โบว์อยากเผื่อเวลาไว้สำหรับกิจกรรม เราก็รับงานน้อย

– โบว์ และ ความเป็น “แม่”

โบว์อาจจะมีเวลาให้กับลูกน้อยลงบ้าง เช่น ในบางสัปดาห์ หากมีงานเสวนาเชิญโบว์เป็นพิธีกร เท่ากับว่าช่วงนั้นหายไป แต่ลูกอยู่ในวัยที่มีความเป็นอิสระพอสมควร เป็นเด็กผู้ชายแต่นิสัยคล้ายโบว์ที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง มีโลกส่วนตัว

เวลาอยู่ในบ้านด้วยกันก็ไม่ได้มุ้งมิ้งตลอดเวลา ลูกออกไปเตะบอลกับเพื่อน ดูคลิปวิดีโอของเขา เล่นรูบิกหรือเกมของเขาไป

ถ้าดีที่สุดคือช่วงเย็นที่ได้อยู่ด้วยกันหรือก่อนนอน พาลูกเข้านอน มันค่อนข้างลงตัวเพราะลูกชายตอนนี้ 10 ขวบ มันเป็นวัยที่ไม่ได้ต้องการเรามากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทิ้งลูก แต่ยอมรับว่าเวลาถูกแบ่งไปบ้าง

ความกังวลของครอบครัว

ในแง่กิจกรรมกับครอบครัว อาจจะมีปัญหาว่าแนวคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน หรือครอบครัวไม่ยอมให้ออกมาเพราะห่วงว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งในเรื่องนี้โบว์ไม่มี เพราะโบว์มีความเป็นตัวของตัวเอง ทุกคนเข้าใจลักษณะของเรา เลยไม่มีใครกล้าห้ามเรา ความเป็นห่วงอาจจะมีอยู่แล้ว แต่ไม่มีการก้าวก่าย

– ถูกคุกคามบ่อยครั้ง ไหนเล่าให้ฟังหน่อย?

เรื่องถูกคุกคามกลายเป็นชินไปกับมันเฉย เวลาจัดงานเสวนาอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจจะโทรมาประสานงานก่อน คือในแง่หลักการ มันคือการคุกคาม เพราะเราสามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องคุยกับตำรวจ แต่ในแง่ท่าทีมันไม่ใช่การคุกคามเพราะพวกเขาสุภาพกับเราและเราก็คุ้นเคย

ดังนั้นการคุกคามที่นักกิจกรรมจะต้องเผชิญก็เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่หลังรัฐประหาร ตั้งแต่ตีขิมตอนนั้นก็มีตำรวจเฝ้าจับตา มันเป็นการคุกคามในแง่ระบอบ มากกว่าตัวบุคคลซึ่งแบบนั้นโบว์ยังไม่ค่อยโดนยกเว้น วันที่ทำกิจกรรม เพลงชาติแห่งความเงียบหน้าสยามพารากอน

หลังจบแถลง พอไปกินข้าว นอกเครื่องแบบตามถ่ายรูปแบบหลบๆซ่อนๆ เป็นครั้งแรกที่โบว์เจอ ปกติจะแสดงตัวคุ้นเคยกัน ทำให้หลายคนเป็นห่วงโบว์ หลังงานจบจะไม่ขึ้นรถกลับคนเดียวแล้ว จะมีเพื่อนประกบด้วย

ซึ่ง การโดนคุกคามในแต่ละครั้ง โบว์ไม่ค่อยเป็นคนวิตก อาจถึงขั้นประมาทก็ได้ ตอนนี้ยังไม่กังวลอะไร ถ้ารู้สึกเจอกันซึ่งหน้าก็คุยได้ นอกเสียจากจะเล่นสกปรก ดักทำร้าย โบว์คิดว่า วิตกไปก็ป้องกันไม่ได้อยู่ดี เราไม่สามารถจ้างบอดี้การ์ดดูแล 24 ชั่วโมง และเราคงไม่ต้องการชีวิตแบบนั้นด้วย เลยไม่ได้คิดถึง

– ถ้าต้องเข้าคุกหละ?

สมมติถ้าเดินออกไป โดนรถชน ขาพิการตลอดชีวิต จะรับมือยังไง เช่นกันถ้าถูกจับและไม่ได้ปล่อยตัวออกมา จะรับมือยังไง มันก็ต้องเจอก่อน รับมือมันด้วยสติ แต่สิ่งที่โบว์มั่นใจนั้นคือ เราเกิดมาเพื่อทำประโยชน์ ไม่ว่าชะตาชีวิตจะเอาโบว์ไปวางไว้ตรงไหนในโลก ภารกิจของเราคือ อยู่ตรงนั้นและทำประโยชน์ โบว์อยู่ที่นี่ (มหาวิทยาลัย) สอนหนังสือ ถ้าต้องไปอยู่ในเรือนจำ จะต้องดูว่าโบว์อยู่ตรงนั้นทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

– เรื่องรักหล่ะ? ได้ข่าวเป็นคนโรแมนติก?

เคลื่อนไหวเพราะ ใจสั่งมา (หัวเราะ) โบว์ยอมรับว่าเป็นคนโรแมนติก เป็นคนมีอุดมคติ บางคนมองเราแล้วรู้สึกว่า เว่อร์ไป แต่โลกมันก็มีคนแบบนี้ เช่นเดียวกับโลกที่มีคนอย่าง จอห์น เลนน่อน เราอาจไม่เป็นเหมือนเขา แต่เรามีความโรแมนติกแบบนั้น เรามีความฝัน บางคนอาจรู้สึกล่องลอย

แต่ว่าสิ่งนี้แหละ ที่คอยขับเคลื่อนชีวิตเรา

– เพื่อนสนิทเผย “ความสัมพันธ์” กับ “วัฒนา เมืองสุข?”

ทั้งนี้ นพ.อิราวัติ อารีกิจ หรือ (หมออั้ม) เพื่อนสนิทของ “โบว์ ณัฎฐา” ยังได้เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคน โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าว่า

“คนเขาคบกันมานานแล้ว ต่างคนต่างเคยมีครอบครัวมาแล้ว และเคยผิดหวังกับความรักทั้งคู่ Single Dad กับ Single Mom ต่างเห็นใจกันและกัน ตอนต่อสู้กับ #อำนาจเถื่อน เพราะถูกกระทำทั้งคู่ ช่วงที่อ่อนแอที่สุด กลับได้พบ สิ่งที่แข็งแรงที่สุด ที่เราเรียกว่ารัก ต่างเช็ดน้ำตาให้กัน จนเป็นความเข้าใจ กำลังใจ และไม่ใช่เด็กๆ เล่นขายของ ไม่ใช่การขโมยกิน หรือหักหลังใคร แปลกตรงไหน ที่คนจะมีความรัก ในเวลาที่ต้องการที่สุด

เราอยู่กันมาได้ด้วยสิ่งนี้ ธรรมชาติของคน ของมนุษย์ ที่ผิด คือ การดิสเครดิต เบี่ยงเบนหลักการ โยงไปถึงการล้วงข้อมูลส่วนตัว กลบข่าวการเมืองอื่นๆ”


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน