รถบัสมรณะ! สยอง 4 ศพ เจ็บสาหัสอีก 18 สลด”ผอ.” ดับด้วยที่อ่างทอง คณะเจ้าหน้าที่สหกรณ์พัทลุเช่ารถทัวร์ 2 ชั้นพา 44 ชีวิตไปดูงานและมอบเครื่องกันหนาวให้เด็กๆ บนดอยที่เชียงราย ขากลับยางหน้าซ้ายเกิดระเบิด เสียชีวิตคาที่ 3 ราย ส่วนอีกรายตัวรถทับขาขาดก่อนไปสิ้นใจที่ร.พ. ขณะที่อธิบดีขนส่งทางบก สั่งฟันโชเฟอร์เหตุขับเร็วเกินกว่ากำหนด พร้อมพักใช้ใบขับขี่ทันที
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 29 ม.ค. ร.ต.ท.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้นเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักก.ม.ที่ 52-53 หมู่ 2 ต.บ้านรี อ.เมือง จ.อ่างทอง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงประสานรถกู้ชีพ ร.พ.อ่างทอง รุดไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยกู้ภัยสมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทอง
ที่เกิดเหตุบนสะพานบางแก้วพบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น สีฟ้า-ขาว หมายเลขทะเบียน 32-1250 กทม. สภาพพลิกตะแคงขวาอยู่กลางถนนพังยับเยิน กระจกหน้าต่างแตก กระเป๋าสัมภาระตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน ภายในรถพบร่างผู้บาดเจ็บชาย-หญิงรวม 19 คน โดยมีผู้หญิงหนึ่งคนถูกตัวรถทับจนขาขาด และพบศพผู้เสียชีวิต 3 รายเป็นชาย 1 ราย หญิง 2 ราย หน่วยกู้ชีพและหน่วยกู้ภัยจึงรีบเข้าปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บก่อนนำตัวส่งร.พ. อ่างทอง
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพผู้เสียชีวิตออกมาจากรถ ทราบชื่อคือ นางภัทรวรินทร์ จันทร์ภู่ นายจรัล ดวงแก้ว และน.ส.ณัฐฏ์ปันชญา สมุหเสนีโต ต่อมาปรากฏว่านางทินากร เกิดผล อายุ 46 ปี ซึ่งถูกตัวรถทับขาขาดไปเสียชีวิตที่ร.พ.อ่างทองอีกราย รวมผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ 4 ราย
จากการสอบสวนนายชัชวาล กลาง อายุ 40 ปีคนขับรถทัวร์ ให้การเบื้องต้นว่ารถทัวร์เป็นของบริษัทสำรวยทัวร์ ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพนักงานอีก 2 คน พาผู้โดยสารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุงรวม 44 คน ออกเดินทางจากจ.พัทลุงไปเที่ยวที่จ.เชียงราย จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาจึงเดินทางออกจากจ.เชียงราย เพื่อไปสมทบกับคณะของจังหวัดพัทลุงที่เดินทางมาถึงสนามหลวงช่วงเที่ยงวันนี้ แต่เมื่อรถขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางขึ้นสะพานจู่ๆ ยางหน้าซ้ายเกิดระเบิดทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ
ด้านนางสุจิน แก้วทอง อายุ 48 ปี ผู้โดยสารที่บาดเจ็บ กล่าวว่าระหว่างที่นั่งมาบนรถขณะนั้นส่วนใหญ่หลับหมดอยู่ๆ ก็สะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงรถยางระเบิดดังสนั่น สักพักรถก็เริ่มเสียหลักพลิกคว่ำ ตนได้รับบาดเจ็บนอนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในรถแต่พักเดียวกู้ภัยก็มาช่วยตนและคนอื่นๆ ออกจากรถนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนร.ต.ท.จักรี กล่าวว่า รถทัวร์คันดังกล่าวพาเจ้าหน้าที่สหกรณ์ของจ.พัทลุงไปเที่ยวที่จ.เชียงราย และกำลังจะเข้ามากรุงเทพฯจากการตรวจสอบพบว่าจากจุดที่ยางระเบิดมาตรงจุดที่รถทัวร์พลิกคว่ำนั้นมีรอยครูดบนถนนเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร โดยจะได้นำตัวคนขับรถทัวร์ไปสอบอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเวลา 09.00 น. นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง เปิดเผยว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 18 คน แพทย์ ให้นอนพักรักษาตัว 4 คน ส่วนที่เหลืออีก 14 คนอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยได้จัดที่พักให้ที่โรงแรมอ่างทองก่อนพร้อมขอให้เร่งสอบสวนผู้โดยสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้จัดหารถส่งกลับภูมิลำเนาที่จ.พัทลุง
ขณะที่น.ส.พวงเพชร์ พราหมพงษ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า คณะที่เดินทางไปนั้นได้ไปศึกษาดูงานและนำสิ่งของไปบริจาคให้กับเด็กๆ บนดอยตามโครงการช่วยภัยหนาวให้น้องบนดอยสูง ณ จังหวัดเชียงราย ไม่คิดว่าขากลับจะมาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ถือเป็นบุคคลสำคัญของสหกรณ์จังหวัดพัทลุงทั้งสิ้น โดยนายจรัล ดวงแก้ว เป็นนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ และเป็นผอ.กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ นางทินากร เกิดผล เป็นนักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ น.ส.ณัฐฎ์ปัทชญา สมุหเสนีโต เป็นนักวิชาการสหกรณ์ปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาชุมชนสหกรณ์ ส่วนน.ส.ภัทรวรินทร์ จันทร์ภู่ เป็นผู้แทนสหกรณ์
วันเดียวกัน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นของเอกชนรับจ้างเช่าเหมาไม่ใช่รถรับจ้างประจำทาง โดยหลังเกิดเหตุกรมการขนส่งทางบกได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว เบื้องต้นได้ถอดรถออกจากรายการบัญชีรถเช่าเหมาไปแล้ว รวมทั้งปรับสูงสุด 5 พันบาท พักใบอนุญาตขับรถโดยสารพนักงานขับรถอย่างน้อย 30 วัน จากข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด โดยจากการตรวจสอบจากระบบ จีพีเอสพบว่าคนขับรถใช้ความเร็วถึง 112 ก.ม. ต่อช.ม.จากที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 80 ก.ม.ต่อช.ม. นอกจากนี้ตำรวจจะดำเนินคดีควบคู่ไปด้วยเพราะถือเป็นทั้งคดีแพ่งและอาญา
นายสนิทกล่าวต่อว่า สำหรับรถทัวร์ 2 ชั้นตามกฎหมายการขนส่งที่ออกมาใหม่นั้น ได้กำหนดให้รถทัวร์มีความสูงไม่เกิน 4 เมตร จากเดิม 4.30 เมตร ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วแต่ที่ยังมีรถทัวร์ 2 ชั้นวิ่งให้บริการอยู่นั้น เป็นเพราะมีการจดขออนุญาตก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะออกมาบังคับใช้ แต่หากหมดอายุการใช้งานหรือหมดอายุใบอนุญาตก็จะไม่ต่ออายุให้อีก