รวบแล้วหนุ่มรปภ.โหดฆ่าเปลือยสาวผมทองศพทิ้ง ร่องน้ำริมถนนหัวเวียง”อ.เสนา”พระนครศรีอยุธยา ตร.กรุงเก่าบุกจับคาที่ทำงานย่านถนนโรจนะ เผยที่แท้หนุ่มฆาตกรมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้ตายรู้จักแช็ตผ่านโปรแกรมบีทอล์กแล้วนัดเจอพาไปร่วมหลับนอนที่รีสอร์ตเกิดโต้เถียง อ้าง ผู้ตายไม่ยอมให้กลับ จึงใช้หมอนกดใบหน้าแล้วใช้เชือกรัดคอเสียชีวิต ก่อนปลดทรัพย์สินลากศพใส่รถไปทิ้งกระทั่งมาถูกตร.จับ
จากกรณีพบศพ นางวราภรณ์ วีระสัย อายุ 38 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พระนคร ศรีอยุธยา สภาพถูกฆ่าเปลือย ศพขึ้นอืดเน่าเปื่อย ถูกจับมัดมือด้วยสก๊อตเทปทั้งสองข้างอยู่ในร่องน้ำข้างแปลงนาข้าวริมถนนสายหัวเวียง-วัดใบบัว หมู่ 5 ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาทางญาติยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ตายมีทรัพย์สิน เป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท เลสข้อมือทองคำหนัก 1 บาท เเหวนทองคำหนัก 2 สลึง 2 วง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หายไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.จนกระทั่งมาพบกลายเป็นศพเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.กิติศักดิ์ เกตุอร่าม ผกก.สภ.เสนา พ.ต.ท.สุกรี ผ่องโอภาส รอง ผกก สภ.เสนา จ.พระนคร ศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ควบคุมตัว นายปัญญา หรือเบียร์ จันทร์เปรม อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าโหด นางวราภรณ์ วีระสัย อายุ 38 ปี ไปจับได้ที่ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ บริเวณ ริมถนนโรจนะ ขาเข้า อ.พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวนเข้าจับกุมขณะกำลังทำงานอยู่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาพร้อม นำตัวไปสอบสวนยอมรับสารภาพ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเริ่มตั้งแต่ที่บริเวณที่โรงแรมเฟื่องฟ้า รีสอร์ท อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังจากได้หลับนอนด้วยกันแล้วเกิดมีปากเสียงกันโดยใช้หมอนกดทับที่บริเวณ ใบหน้าจนเสียชีวิตแล้วลากศพใส่ท้ายรถยนต์เก๋ง นิสสัน สีบรอนซ์ ทะเบียน กฉ-7211 พระนครศรีอยุธยา จากนั้นได้ควบตัวไปทำแผน บริเวณจุดที่นายปัญญานำผู้เสียชีวิตไปทิ้งบริเวณริมถนนสายหัวเวียง-วัดใบบัว ต.หัวงเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลากศพลงจากรถยนต์เก๋งทิ้งลงยังจุดที่เกิดเหตุ
นายปัญญากล่าวยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้รู้จักกับผู้ตายผ่านเฟซบุ๊ก และมีการพูดคุยกันผ่านโปรแกรมแช็ตบีทอล์ก ซึ่งตนเอง จะเอารูปของชายหนุ่มที่หน้าตาดีมาเป็นรูปของตนเอง เมื่อพุดคุยกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็มีการนัดแนะพบกันในปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.ป่าโมก แล้วพามาร่วมหลับนอนที่รีสอร์ต ดังกล่าวตนเองได้ขอกลับบ้านเพื่อจะไปช่วยงานบวช แต่ผู้ตายไม่ยอมให้กลับ จึงเกิดมีปากเสียงกันจึงใช้หมอนและเชือกรัดปลอกหมอนรัดที่คอนางวราภรณ์จนแน่นิ่งไป แล้วตนก็ออก ไปช่วยงานบวช ก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง พบว่า เสียชีวิตแล้ว จึงได้ปลดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตายแล้ว นำศพใส่ท้ายรถเก๋งนำศพไปทิ้งแล้วขับรถกลับบ้านพักช่วงเช้านำรถจักรยานยนต์ไปแยกชิ้นส่วนนำไปขายพร้อมกับทองรูปพรรณแล้วไปทำงานเป็นรปภ.ตามปกติจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหามีประวัติเคยต้องโทษในคดีลักรถจักรยานยนต์ และคดียาเสพติด ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา จึงรู้เส้นทางต่างๆ เป็นอย่างดี อยากขอฝากเตือนผู้หญิงในการใช้โปรแกรมแช็ตคุยต่างๆ และการนัดพบต้องใช้ความระมัด ระวังอันตรายของอาชญากรที่แฝงตัวมา