ผลชันสูตรศพเซลส์แมน เจอสารเสพติดในร่างกาย จนทำให้ตับไตล้มเหลว อวัยวะภายในเสื่อมสลาย เร่งตรวจเช็กว่าเสพมากแค่ไหน-นานเท่าไหร่ เผยไม่พบร่องรอยโดนทำร้ายด้วย เมื่อตรวจเช็กย้อนหลังพบคนตายเปิดโรงแรมเล่นยานาน 4 วัน ก่อนมาบ้านสาวคนสนิทและเสพต่อจนคลุ้มคลั่ง ตร.เชื่อไม่มีใครอุ้มไปทำร้าย-บังคับเสพยา เหตุมีพยานยืนยันหลายจุด ด้านพ่อยังติดใจการตาย เชื่อโดนทำร้ายอย่างมีเงื่อนงำ แต่ไม่ขอชันสูตรศพอีกรอบ
จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด เซลส์แมนขายรถ หายตัวปริศนาย่านฝั่งธนฯ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยตำรวจตามแกะรอยหาเบาะแสเรื่อยมา จนวันที่ 6 ก.พ.2560 พบศพหนุ่มเซลส์แมนกลายเป็นศพนิรนามอยู่ที่ร.พ.ศิริราช ตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปเจออยู่ในสภาพชักเกร็งริมถนนบรมราชชนนีเมื่อคืนวันที่ 20 ธ.ค.2559 ในมือกำยาไอซ์ประมาณ 1 กรัมและรักษาตัวอยู่ 10 วันจนเสียชีวิตในวันที่ 30 ธ.ค.
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ร.พ.ศิริราช พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นายละเอียด พิมใจใส อายุ 65 ปี บิดานายรัติภูมิ เดินทางมาดูศพนายรัติภูมิ โดยนายละเอียดยืนยันเป็นศพลูกชายที่หายตัวไป แต่ต้องรอแพทย์นิติเวชตรวจสอบดีเอ็นเอยืนยันอีกครั้ง
ต่อมานพ.วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผอ.ร.พ. ศิริราช รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร.พ.ศิริราช นพ.ปภาณุ สุทธิประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวช ศาสตร์ ร.พ.ศิริราช พล.ต.ท.ศานิตย์และนายละเอียด ร่วมกันแถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนายรัติภูมิ
นพ.ปภาณุเผยว่า จากการชันสูตรศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลถูกทำร้าย แต่มีภาวะตับและไตล้มเหลว อวัยวะภายในเสื่อมสลาย จากการตรวจเลือด ชิ้นส่วนและอวัยวะพบมีสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว เบื้องต้นแพทย์เก็บชิ้นส่วนศพและเส้นผมไปตรวจว่ามีการเสพสารเสพติดปริมาณเท่าไหร่และเสพมานานแค่ไหน ส่วนบาดแผล 2 จุดบริเวณใบหน้าและท้ายทอยไม่ได้เป็นบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต
นพ.ปภาณุเผยอีกว่า สำหรับอาการคลุ้มคลั่งของนายรัติภูมิที่พบในกล้องวงจรปิดนั้นอาจเกิดจากฤทธิ์ของสารแอมเฟตามีน ส่วนการรักษาอาการป่วยตลอด 10 วันในโรงพยาบาล นายรัติภูมิไม่ได้สติ แพทย์จึงรักษาตามอาการ
พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่มีการอ้างว่าผู้เสียชีวิตขโมยมา ในทางคดีเมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิต คดีก็สิ้นสุดลง แต่ตำรวจจะพิสูจน์ทราบให้ได้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต
นายละเอียดเผยว่า ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และไม่ขอชันสูตรพลิกศพเป็นครั้งที่สอง แต่ขอให้ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย ส่วนศพลูกชายจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ที่วัดช่องลม ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า ญาตินำศพนายรัติภูมิมาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยมีภรรยา ครอบครัวและเพื่อนมาร่วมงานด้วยความเศร้าโศก พร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิต
นายละเอียดเผยว่า ยังรู้สึกใจหาย เนื่องจากลูกชายเป็นเสาหลักของบ้าน โดยส่งเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่เดือนละ 10,000-20,000 บาท ส่วนสาเหตุการตายนั้น ตนและครอบครัวยังกังขาอยู่หลายเรื่อง ซึ่งดูจากสภาพศพแล้วทุกคนต่างเชื่อว่าลูกชายต้องถูกทำร้ายอย่างแน่นอน และเชื่อว่าสาเหตุการตายต้องมีเงื่อนงำแน่นอน โดยหลังจากตั้งศพสวดพระอภิธรรมครบ 5 วัน จากนั้นครอบครัวจะปรึกษากันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศานิตย์มอบหมายให้พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. ติดตามตรวจสอบรายละเอียดของคนตาย ตั้งแต่ก่อนวันที่ 20 ธ.ค.2559 กระทั่งได้ข้อมูลว่าตั้งแต่วันที่ 16-19 ธ.ค. คนตายและเพื่อนชายคนสนิทได้เปิดโรงแรมย่านเลียบทางด่วนรามอินทราพักอยู่ 4 วัน จากนั้นได้ใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค.คนตายได้เดินทางมาบ้านสาวคนสนิทย่านฝั่งธนฯ และยังใช้ยาเสพติดต่ออีก ก่อนมีอาการคลุ้มคลั่งและนำทรัพย์สินไปทิ้งบริเวณริมถนนบรมราชชนนี จากนั้นประมาณ 1 ทุ่มหลังจากคนตายโทรศัพท์ไปหาผู้จัดการโชว์รูมที่เคยทำงานด้วย ยังพบว่าคนตายยังใช้โทรศัพท์อีกหลายครั้งจนมีเด็กปั๊มบริเวณดังกล่าวสังเกตเห็น ซึ่งรายละเอียดย้อนหลังไปจนพบตัวเซลส์แมนนอนสลบอยู่ เป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีใครอุ้มไปทำร้ายหรือบังคับให้เสพยา เนื่องจากมีพยานหลายจุดยืนยันได้