ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดใจเหตุผลที่ลงการเมือง เรียกร้องคนรุ่นใหม่ใช้สิทธิ หยุดคนพูดแต่ไม่ทำ!

ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดใจเหตุผลที่ลงการเมือง เรียกร้องคนรุ่นใหม่ใช้สิทธิ หยุดคนพูดแต่ไม่ทำ!

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.  ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดใจถึงการลงการเมืองครั้งแรกในชีวิต กับ ข่าวสดออนไลน์ 

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาลงสนามการเมือง?
“จริงๆ เศรษฐกิจการเมืองมันอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด ผมเกิดมาในยุคที่เคยเจอมีสุขความสงบ แล้วก็เคยเจอแบบความแตกแยกทะเลาะกันฆ่ากันตาย พอผมได้มีโอกาสมาทำธุรกิจทั้งบันเทิงและส่วนตัว อย่างธุรกิจบันเองอาจจะยังไม่ได้กระทบอะไรมาก แต่เวลาการเมืองมีปัญหาธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่โดนผลกระทบเต็มๆ ตอนนั้นผมเปิดร้านไอศกรีมสโนวี่ไอซ์ ได้กำไรอยู่ดีๆ อยู่ๆ มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นทำให้ธุรกิจขาดทุนและปิดตัวไป รวมถึงปัญหาธุรกิจอย่างอื่นอีกที่โดนปัญหาแบบนี้มาแทบทุกยุคสมัย เลยทำให้ผมเห็นว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน

ในเมื่อวันนี้รัฐบาลประกาศว่าต้องการกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ผมเลยออกมาเป็นจิตอาสาว่าพร้อมแล้วทั้งเรื่องของความรู้ วัย และประสบการณ์ ฉะนั้นออกมาตอนนี้เพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนคนไทยทุกคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบผมให้เขามีทางออกของชีวิต บวกกับว่าผมเลือกออกมาตอนที่ตัวเองยังมีชื่อเสียง ไม่ใช่ว่ามาตอนที่ไม่มีใครรู้จักแล้ว เพื่อที่จะดึงคะแนนเสียงของผมได้ลืมตาอ้าปากได้ในเรื่องปากท้อง เพราะว่าผมลงพื้นที่มาตั้งแต่เด็กๆ ที่เริ่มเข้าวงการตอนนั้นอายุ 17 ก็จะเห็นตลอดว่าทำไมจังหวัดนี้คนจนเยอะจังเลย จนสุดๆ แบบไม่มีอะไรจะกิน แต่คนรวยก็รวยสุดๆ แบบไม่รู้จะรวยไปไหน บางทีเอาเงินมาให้ดารานักร้องเยอะมาก

ผมก็เลยเห็นว่าความเหลื่อมล้ำ ความแตกแยก ความไม่เท่าเทียม และความแบ่งชั้นในประเทศไทยมีสูงมากเหมือนกัน เลยอยากเป็นเสียงเสียงหนึ่งแทนคนไทยทั้งประเทศในเรื่องปากท้อง รวมถึงหลายอย่างที่อยากจะเข้ามาเปลี่ยน ทั้งเทคโนโลยี และที่สำคัญคือเรื่องของวงการบันเทิง ผมมองเห็นว่าอีกไม่นานวงการบันเทิงตายหมดแน่ เมื่อเศรษฐกิจซบเซาก็ไม่มีลูกค้าและโฆษณาเข้าก็ต้องทำคอนเทนต์ให้น้อยลง ลดคุณภาพลงมาเพื่อให้อยู่รอด มันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ทำให้ไม่มีคนดู ผมเลยมองว่าถ้าวันนี้รัฐบาลมองเห็นวงการบันเทิงเป็นเหมือนแหล่งเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ทำเป็นอุตสาหกรรมส่งออกวัฒนธรรม ซึ่งสามารถกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวงการบันเทิงได้”

บางคนจะมองว่าเอาตัวเองมาเล่นการเมืองเป็นการเปลืองตัวเปล่าๆ ไหม?
“หลายคนมองว่าเปลืองตัวเพราะในยุคๆ หนึ่งเคยมีคนที่มาเล่นการเมืองแล้วใช้เงินซื้อคนซื้อเสียง ทำให้คนคิดมีความคิดว่าเปลืองตัวหมดตัว เปลืองตัวก็คือถูกด่า หมดตัวก็คือหมดตังค์ไปกับการหาเสียง จริงๆ แล้วยุคนี้ไม่ใช่ ประชาชนคนไทยมีความคิด ไม่ได้ว่าทำตามคนพูดอย่างเดียว ฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิดคนมองว่าผมมาอยู่ตรงนี้เปลืองตัว ผมไม่แคร์เพราะในชีวิตของผมถ้าทำอะไรเพื่อประเทศชาติได้กับการแค่ถูกด่าด้วยอารมณ์ แต่แลกกับการได้ปรับเปลี่ยนอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีต่อประชาชนได้ผมก็ยอม”

เห็นป้ายหาเสียงของเราก็ดูเป็นมิติใหม่?
“อย่างที่บอกว่าทุกวันนี้ทุกคนมีสื่อโซเชียลฯ ในมือทั้งนั้น แล้วก็มีสมองด้วย ล่าสุดผมคิดไอเดียทำป้ายหาเสียงจากที่ตัวเองเคยทำหนังทำละครมาอยู่แล้ว ทำไมป้ายเสียงต้องเชยและเป็นรูปแบบเดียวคือมีรูปส.ส.อย่างที่เห็นกัน วันนี้ผมทำฉีกเลยคือทำให้เป็นหนังเป็นละครขึ้นมาให้คนรู้สึกว่าอะไรเนี่ย ซึ่งเตะตาและเป็นที่จดจำ”

เรื่องของการวางตัวล่ะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไหม?
“บอกเลยว่าเหมือนเดิมครับ ผมแสดงความเป็นตัวตนอยู่แล้ว แล้วอยากจะบอกว่าจริงๆ ดารานักร้องทุกคนที่ทำให้ประโยชน์ให้กับสังคมเขาลงพื้นที่มากกว่าส.ส.อีก ส.ส.บางคนลงพื้นที่เฉพาะตอนหาเสียง แต่ดารานักร้องลงพื้นที่ตลอดเวลา ไปเยี่ยมประชาชน ไปสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ เอาผ้าห่มไปแจกหน้าหนาว ไปงานบุญ อย่างตัวผมจะรู้สึกว่าสิ่งที่ประชาชนให้ผมมาจนเป็น ‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’ มันมีค่ามากที่สุดในชีวิตของผม ผมเลยอยากทำประโยชน์ให้กับสังคมคืนกลับไป”

เล่นการเมืองแล้วยังสามารถทำงานในวงการบันเทิงได้อยู่ไหม?
“จริงๆ ไม่มีกรอบเลย แต่หลายคนมีความคิดว่าเวลามาลงการเมืองแล้วทำอะไรไม่ได้ ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่พอได้มาศึกษาข้อกฎหมายแล้วไม่มีกฎข้อห้ามไหนห้ามเล่นหนังหรือละครหรือร้องเพลง แค่ว่ารุ่นพี่แต่ละคนที่มาลงการเมืองเขาไม่ทำกันเองหรือเบื่อเอง แต่ตอนนี้หลายๆ คนก็กลับมาทำงานในวงการบันเทิงใหม่อย่างพี่บรู๊ค(ดนุพร)หรือพี่แซม(ยุรนันท์) ฉะนั้นแล้วแต่วิถีชีวิต อย่างผมเองสามารถทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้เพาะฝึกมาทางนี้อยู่แล้ว”

รู้สึกยังไงที่คนมองว่าพรรคการเมืองเอาดารานักร้องมาลงสมัคร ส.ส.แค่เพื่อเป็นสีสัน?
“ถ้าคนจะมองอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลก แต่อยากจะบอกกับทุกคนว่าถ้าวันนี้ผมมาแค่กระแสผมก็จะไปแล้ว แต่วันนี้ผมมาด้วยความรู้และความสามารถ กระแสเป็นแค่แรงดึงดูดที่ทำให้คนสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น อันนั้นผมก็ขอบคุณในสิ่งที่ผมมีเพื่อที่จะทำให้คนตื่นรู้ว่าการเมืองสำคัญไม่ใช่เรื่องไกลตัว ต้องออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ความมีเสน่ห์มีสีสันทางด้านการเมืองอันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าดารานักร้องอาจจะมีมากกว่าคนอื่น แต่ประชาชนทุกคนจะเลือกผมจากแนวคิดของผมหรือสิ่งที่ผมพูดออกไป เขาคงไม่เลือกคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริการประเทศ สีสันมันก็แค่สีสันแต่เราจะเข้าไปอยู่ในใจของคนได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับว่าโอกาสที่เขาจะให้เรามีมากน้อยแค่ไหน”

คาดหวังยังไงกับการเลือกตั้ง 2562?
“ผมคาดหวังมาก แต่ไม่ใช่เรื่องว่าผมจะเป็นอะไรในคณะรัฐบาล สิ่งที่ผมมาลุยเต็มตัวขนาดนี้มันจะไปโดนใจเด็กวัยรุ่นหลายคนว่าต้องออกมาช่วยประเทศ ออกมาเลือกตั้งหรือออกมาเป็นผู้สมัคร พรรคไหนก็ได้แค่ขอให้พรรคนั้นนโยบายมันถูกกับตัวเรา แล้วประเทศจะเดินหน้าได้ คุณไม่เบื่อเหรอครับถ้าคุณไม่ออกมาแล้วมีแต่คนแก่ๆ โบราณๆ บริหารประเทศที่ได้แต่พูดแต่ไม่ทำ เอารัดเอาเปรียบ คอรัปชั่น อยู่กันมาแบบนี้กี่ปีแล้ว แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่มีแบบนี้ อย่างตอนไปออกงานแล้วทุกพรรคมารวมตัวกัน เชื่อไหมว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ลงสมัครทุกคนเข้ามากอดกัน ไหว้กัน เล่นกีฬาด้วยกัน จับมือกัน ร่วมกันเสนอนโยบาย นี่คือมิติใหม่ที่ทำไมคุณต้องออกมาเลือกตั้งและเลือกคนรุ่นใหม่ครับ”

 แอดไลน์ข่าวสด ไม่พลาดทุกข่าวสารเพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ปฏิญญาอาเซียน! แรงงานเร่งหารือคุ้มครองแรงงานต่างด้าว
บทความถัดไปหุ้นไทยวันนี้มีแรงซื้อกลับเข้ามาพอสมควรทำให้ดัชนีประคองตัวปิดได้ในแดนบวกเล็กน้อย