จิตแพทย์ ชี้ พวกแสดงความเห็นการเมืองรุนแรง คือ ประชาธิปไตยอ่อนหัด!

จิตแพทย์

จิตแพทย์ ชี้การแสดงความเห็นทางการเมืองรุนแรง เปรียบเสมือนประชาธิปไตยอ่อนหัด หากมีวุฒิภาวะถือเป็นประชาธิปไตยสุกงอม

จิตแพทย์ / วันที่ 18 ก.พ. นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการสื่อสาร และการรับข่าวสารทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า การรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองท่ามกลางความเห็นที่แตกต่าง และขัดแย้งมักจะกระตุ้นอารมณ์สูง ชวนให้คนติดตามไปเรื่อยๆ และเริ่มเสพติดข่าวสารที่มีลักษณะทางอารมณ์มากเกินไป และเกิดความเครียด

ที่แสดงออกผ่านการติดตามข่าวสารการเมืองหลายชั่วโมง เริ่มนอนไม่หลับ เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวมากโดยเฉพาะเมื่อเจอความเห็นที่ต่าง ยิ่งปัจจุบันการสื่อสารง่าย มีส่วนร่วมได้ง่ายโดยการเข้าไปออกความเห็นผ่านโซเซียลมีเดีย รวมถึงการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ล้วนเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเสพข่าวสารทางการเมืองมากเกินไป ซึ่งกรมสุขภาพจิตเองค่อนข้างเป็นห่วงในช่วงนี้

นพ.ยงยุทธ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นหลักของการจัดการกับเรื่องนี้จึงเน้นเรื่องการจำกัดเวลาการรับ และการสื่อสาร แค่ 1-2 ชั่วโมง ก็ควรพัก หันไปทำกิจกรรมที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ทั้งการงาน การเรียน เรื่องครอบครัว หากจัดการเรื่องเวลาได้ดีก็ไม่ค่อยมีปัญหา และเป็นวิธีการจัดการความเครียดที่ดีที่สุด แต่ที่มีปัญหาเพราะไม่ค่อยได้จัดเวลา นอกจากนี้ เราต้องรู้ว่าตัวที่ทำให้เกิดความเครียดมากคือ อารมณ์

ดังนั้นสื่อประเภทไหนที่มีอารมณ์รุนแรงก็อย่าไปเสพ อย่าส่งต่อ เพราะคิดว่าการเมืองสร้างสรรค์คงไม่ต้องใช้สื่ออารมณ์ที่รุนแรงต่อกัน การสื่อสารควรเน้นที่การไม่ใช้อารมณ์ ซึ่งมีหลักฐานจากการทำแล็ปทางสังคมพบว่าการที่ผู้รับสารสะท้อนถึงคนที่ใช้สื่อแบบใช้อารมณ์มากเกินไป โดยการชี้แจงด้วยเหตุผลไม่ต่อว่ารุนแรง ทำให้ความรุนแรงลดลง ดังนั้นคนรับสารต้องช่วยกันสะท้อนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนแต่ต้องสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

ผู้สื่อข่าวถามว่าการแสดงความเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองและค่อนข้างรุนแรง ถือว่ายังอยู่ในบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่

นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เป็นประชาธิปไตยแบบอ่อนหัด ที่เริ่มต้นก็แสดงความเห็นรุนแรงต่อกัน แต่พอประชาธิปไตยสุกงอม มีวุฒิภาวะมากขึ้นก็จะเริ่มมองความเห็นต่างเป็นโอกาสมากกว่าศัตรู

ทั้งนี้ สังคมไทยเผชิญความขัดแย้งกันมานาน เรามีการเรียนรู้แน่นอน คนเริ่มลดความรุนแรงในการแบ่งขาวกับดำ มองเป็นเรื่องของความแตกต่างมากกว่าความถูกผิด แต่แน่นอนว่าทุกประเทศที่เพิ่งผ่านวิกฤตมาก็ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าแม้ว่าเราจะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ไม่ว่าเราจะอยู่ฝ่ายไหน ก็ต้องการให้เกิดการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้สังคมไทยมีทางออก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้วงจรปิดแฉ หนุ่มเมาขับเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ ไฟลุกไหม้ทั้งร้าน เหยียบถึง 150 กม./ชม.
บทความถัดไปเร่งกำจัด ผักตบชวา ลอยเต็มท่าจีน อัดแน่นกว่า 1 ก.ม. จนเรือติดนาน 5 ชั่วโมง