หนุ่มนักบิดวัย 23 แชร์บทเรียนที่เกือบแลกด้วยชีวิต เตือนสติ คนชอบความเร็ว!

หนุ่มนักบิดวัย 23 แชร์บทเรียนที่เกือบแลกด้วยชีวิต เตือนสติ คนชอบความเร็ว!

เรื่องของความเร็ว เป็นสิ่งที่หนุ่มๆ มักจะชื่นชอบ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ที่หนุ่มๆ มักจะฝันว่า ได้ครอบครองและออกไปบิดบนถนน โดยโซเชี่ยลมีการแชร์ข้อความของหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบความเร็วเช่นเดียวกัน และยังเป็นนักแข่งในสนาม พร้อมทั้งเปิดร้านที่เกี่ยวกับบิ๊กไบก์อีกด้วย โดยหนุ่มรายนี้ ได้เขียนเล่าเรื่องราวตัวเอง หลังจากซิ่งแล้วประสบอุบัตเหตุจนต้องนั่งรถเข็นมาหลายเดือนแล้ว เพราะบาดเจ็บสาหัส ด้วยความไม่ระมัดระวัง

โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Chavanakorn Boosai ได้โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ ว่า “Ep.1 “บทเรียนราคาแพง” สวัสดีครับผมชื่อ นอย เป็นคนนึงที่หลงใหลรถบิ้กไบก์และความเร็วมาก จนทำให้ผมมีธุรกิจที่เกี่ยวกับบิ๊กไบก์เป็นของตัวเองชื่อว่า Daivo ซึ่งมันเพอร์เฟ็กต์มาก ที่ได้ทำในสิ่งที่รักและด้วยอายุแค่ 23 ปี ผมเป็นเด็กคนนึงที่ชอบขี่รถด้วยเร็ว ขี่อันตราย ขี่ไม่ระวัง ขี่ไม่เกรงใจคนอื่น ไม่ได้คิดหน้าหลังเลยว่าผลที่ตามมาคืออะไร???

“จากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ผมคิดได้ในวันนี้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

หลังจากที่ผมได้ประสบอุบัติเหตุ ทำให้สันหลังหัก 4 ท่อน ซี่โครงหักอีก 4 ปอดทะลุและเศษกระดูกที่หักก็ไปตัดเส้นประสาทส่วนล่างขาดอีก พูดง่ายๆ คือตั้งแต่เอวลงไปผมสั่งการมันไม่ได้เลย ซึ่งช่วง 30 วันแรกเป็นช่วงที่ผมทรมานที่สุด ผมรับสภาพตัวเองไม่ได้ ผมร้องไห้ ผมท้อแท้ ผมหมดหวัง หมดทุกสิ่งอย่าง จนคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง

ผมฝันกับเหตุการณ์ซ้ำๆ สะดุ้งตื่นทุกคืน เหงื่อท่วมตัวทุกคืน จนทุกวันนี้ยังต้องกินยานอนหลับยาคลายเครียดหลายตัว จนทำให้บางวันที่ตื่นขึ้นมาผมเบลอ จำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้ว่าเมื่อวันก่อนทำอะไร พูดอะไรไป มันสุดๆ จริงๆ ตื่นมาทุกครั้งเหมือนอยู่ในฝันตลอด ผมลืมบอกไปผมผ่าตัดหลังถึง 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ผมกลัวมาก กลัวจะไม่ตื่นกลัวตาย

แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี ใช้เวลาผ่าตัด 8 ช.ม. พร้อมกับตื่นมาแบบมึนๆ และเจ็บที่แผลสุดๆ สายเดนระบายเลือด 2 เส้นเสียบที่หลัง 1 ท่อยางระบายเลือดออกจากปอด มือซ้ายเข็มยาฆ่าเชื้อ มือขวาให้น้ำเกลือ ปลายนิ้วชี้ติดเครื่องวัดชีพจร จมูกใส่เครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ท่อฉี่ที่ส่วนเข้าไปในน้องชายผม
2-3 วันหลังผ่าตัด ผมทนกับความเจ็บไม่ไหว จนหมอถึงขั้นฉีดมอร์ฟีนเข้าเส้นเลือด และยังมีอีกหลายอย่างที่ผมต้องเจอ เพราะระบบเส้นประสาทผมมันผิดเพี้ยนไปหมด

นี่แหละครับที่ทำให้ผมคิดได้ว่า “ผมใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายมาตลอด”

เรื่องราวผมมีมากมายไว้ผมจะลงให้อ่านกันเป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนๆ ที่ชอบความเร็วแบบผม สุดท้ายแล้ว ถ้าคุณยังใช้ชีวิตแบบผม ไม่วันนี้ก็วันหน้าที่คุณหรือคนรอบข้างของคุณจะเป็นแบบผม” “ขอบคุณครับที่อ่านจบ”

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นยุบพรรค รปช. เบญญา-เทือก ขู่ปฏิวัติ-พรรคเพื่อ..ชนะ บุกราชดำเนิน!
บทความถัดไป“ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” ขอเชิญชวนนักปั่นทั่วประเทศ ร่วมขบวนปั่นไปเที่ยวไปร่วมทำความดีกับชุมชน 12 จังหวัด พร้อมเฟ้นหา “นักปั่นขึ้นกล้อง” ที่สามารถเก็บสถิติปั่นมากที่สุด ชิงรางวัล 100,000 บาท เริ่มจังหวัดแรก 31 มีนาคม 2562 นี้ ที่สมุทรสงคราม