ทบ.ยันมีวิธีแยก กะเทย เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด ชี้เคสโซเชียลแฉตรวจแล้ว!

ทบ.ยันมีวิธีแยก กะเทย เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด ชี้เคสโซเชียลแฉตรวจแล้ว!

กลายเป็นเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากโซเชี่ยลมีการแชร์ว่า มีชายหนุ่มหลายราย ที่ปกติแต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่เมื่อจะไปเกณฑ์ทหารแต่งตัวเป็นผู้หญิง โดยมีทั้งแช็ตหลุดคุยกับช่างแต่งหน้า เพื่อว่าจ้างให้แต่งเป็นผู้หญิง และการแฉว่า บางรายสวมชุดซิลิโคนมีหน้าอกปลอม และมาโพสต์อวดว่า ผ่านการเกณฑ์ทหารได้รับการยกเว้น ว่า เป็นกลุ่ม เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิดนั้น

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. แหล่งข่าวหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เปิดเผยว่า กรรมการการตรวจเลือก ได้มีการตรวจสอบตามระเบียบทุกประการ เริ่มจากการแพทย์ เห็นแล้วว่ามีการแต่งกายเป็นหญิง แต่ไม่มีใบรับรองของแพทย์มาแสดงต่อกรรมการตรวจเลือก ซึ่งตามระเบียบแล้ว จึงต้องให้ทางกรรมการแพทย์ตรวจร่างกาย ในห้องลับ

โดยทางกรรมการแพทย์ได้ตรวจร่างกายแล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวมีหน้าอกเต็ม เหมือนผู้หญิง ซึ่งเกิดจากการกินยาฮอร์โมนและยังมีการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า การตรวจสอบสภาพทางจิตใจพบว่าเป็นผู้หญิงมาก ทางกรรมการ จึงลงความเห็นว่าเป็นคนจำพวกที่ 2 คือ คนที่มีร่างกายเห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดี เหมือนคนจำพวกที่ 1คือคนที่มีร่างกายสมบรูณ์ดี แต่ไม่ถึงกับพิการ หรือทุพพลภาพ กรรมการแพทย์จะต้องบันทึกลักษณะที่ไม่สมบรูณ์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 37 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 75 บุคคลดังกล่าวจึงได้รับการปล่อยตัว

ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดถึงการตรวจเลือกทหารประจำปี 2562 ว่า ปัจจุบันการตรวจเลือกทหารกองประจำการ กองทัพมีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจเลือกทุกคน โดยเฉพาะในปัจจุบันมีผู้เข้ารับการตรวจเลือกที่สภาพร่างกายจิตใจไม่เป็นชายสมบูรณ์แบบและไม่เหมาะกับการเป็นทหาร. กองทัพจึงได้จัดให้มีสถานที่เฉพาะในการตรวจร่างกายและวัดขนาด

ส่วนการจะวินิจฉัยให้เป็นบุคคลประเภทใดนั้น มีคณะกรรมการแพทย์เป็นผู้ตรวจร่างกาย วินิจฉัยแยกประเภทบุคคล และมีประธานคณะกรรมการตรวจเลือกเป็นผู้ระบุความถูกต้องในผลการตรวจเลือกอีกระดับหนึ่ง ตามหลักเกณฑ์แล้วผู้ที่มี สภาพร่างกายและจิตใจเป็นหญิง ถ้าผ่านการตรวจร่างกายและได้รับการลงความเห็นจากคณะกรรมการแพทย์แล้ว จะถูกจัดให้อยู่ในคนจำพวกที่ 2 “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ซึ่งเป็นไปตามข้อบัญญัติในกฎกระทรวง ฉบับที่ 75 ออกตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ.2497

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า การจะระบุว่าเป็นคนจำพวกที่ 2 นั้น จะต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ 1. ทำการแปลงเพศแล้ว 2. มีการปรับเปลี่ยนร่างกายให้เป็นสภาพของเพศหญิง แต่ยังไม่แปลงเพศ และ3. มีหนังสือรับรองของโรงพยาบาล หรือสถาบันทางการแพทย์ของรัฐ โดยมีแพทย์ทางจิตเวช เป็นผู้วินิจฉัยและออกหนังสือรับรองให้ ซึ่งผู้ที่คณะกรรมการวินิจฉัยว่าเป็นคนจำพวกที่ 2 “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” กองทัพจะไม่คัดคนประเภทนี้ไว้รับราชการทหาร

​​รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีสภาพร่างกายและจิตใจเป็นหญิงนั้น อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี ซึ่งนอกจากจะต้องผ่านการตรวจร่างกายตามเกณฑ์คนจำพวกที่ 2 แล้ว คณะกรรมการตรวจเลือกยังต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น การยืนยันสถานะทางสังคม ของบุคคลในท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย มิใช่ดูแต่การตรวจสภาพร่างกายภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว

“ขอให้มั่นใจว่าการวินิจฉัยโดยคณะกรรมการตรวจเลือกมีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบภายใต้กฎเกณฑ์ของทางราชการ ไม่น่าจะมีบุคคลใดที่ใช้วิธีการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง ให้เห็นเป็นหญิง เพื่อหวังให้ไม่ต้องเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารนั้น ไม่น่าจะกระทำได้ ขอยืนยันว่า กองทัพยึดมั่นในแนวทางการ ตรวจเลือกทหารกองประจำการ ที่ผู้เข้ารับการตรวจเลือกทุกคนจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้หลักการและแนวทางตามกฎหมาย”พ.อ.หญิงซิริจันทร์ กล่าว และว่า

​กรณีผู้โพสต์ผลการตรวจเลือกที่ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ และที่ อ.หนองวัวซอ
จ.อุดรธานี นั้น ในเบื้องต้นทั้ง 2 กรณีผ่านกระบวนการตรวจเลือก และถูกระบุใน สด.43 ว่าเป็นบุคคลจำพวกที่ 2 ภายใต้การวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจเลือกในพื้นที่ ส่วนการโพสต์แสดงผลการตรวจเลือกของตนเองนั้น ขอให้พิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย เพราะอาจจะถูกนำไปตีความให้เกิดความเข้าใจผิดในกระบวนการตรวจเลือกทหารในภาพรวมได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้บรูไนเริ่มแล้ว! กม.ปาหินเกย์ ไม่สนโดนประณาม สุลต่านลั่นประเทศนี้เคารพองค์อัลเลาะห์
บทความถัดไปเสธ.แมว ชี้ กกต. เสื่อม สังคมเอือมล่าชื่อถอด แนะกองทัพเลิกยุ่งการเมือง เคารพเสียงปชช.