อุโมงค์ส่งน้ำแม่งัด-แม่กวง ถล่มทับร่าง 2 วิศวกรธรณีดับ ขณะเข้าสำรวจภายใน เพื่อวางแผนการขุดเจาะ เผยก่อนเกิดเหตุ3 วิศวกรธรณีของบริษัทอิตาเลียนไทยเข้าไปสำรวจชั้นหินตามปกติ ก่อนพบว่ามีน้ำซึมผ่านชั้นหินออกมา ไม่ทันจะทำอะไรจู่ๆ แผ่นหินขนาดใหญ่พังถล่มลงมาทับร่างทั้งสองจนเสียชีวิต ส่วนอีกหนึ่งรายโชคดีกระโดดหลบทัน ด้านวิศวกรคุมงานคาดอาจเป็นโพรงน้ำบาดาล ไหลมาตามรอยเลื่อนและมาดันแผ่นหินถล่มลงมา ขณะที่ ผวจ.เชียงใหม่สั่งหยุดก่อสร้าง จนกว่าจะทราบสาเหตุและมีวิธีการป้องกัน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ร.ต.อ. จรินทร์ วิริยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดเหตุอุโมงค์ถล่มมี ผู้เสียชีวิต ในพื้นที่หมู่ 1 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย ปภ.จังหวัด อาสาสมัครกู้ภัยอำเภอแม่แตงเชียงใหม่

ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้างโครงการอุโมงค์ส่งน้ำแม่งัด-แม่กวง เป็นอุโมงค์ส่งน้ำขนาดใหญ่ ระบายน้ำลงสู่เขื่อนแม่กวง ซึ่งอยู่ระหว่างขุดเจาะเป็นอุโมงค์รูปเกือกม้า สูง 4 เมตร 20 เซนติเมตร โดยจุดเกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในอุโมงค์ 639 เมตร เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน จากการถูกหินขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 3 เมตร ที่อยู่ในชั้นหินหล่นลงมาทับ ทราบชื่อต่อมาคือ นายปฐมพร ศิริวัฒน์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 4 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และนายปรัชญาวัต วสุอนันต์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอย 4 (ถนนเวสาลี) ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทั้งคู่เป็นวิศวกรของบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด ที่รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ ทาง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องขุดเศษดินและหินที่พังถล่มลงมา ก่อนจะสามารถนำร่างของบุคคลทั้งสองออกมาได้สำเร็จ จากนั้นจึงนำส่งชันสูตรที่ร.พ.แม่แตง พร้อมติดต่อญาติมารับศพต่อไป

ทางด้านนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุเป็นอุโมงค์เข้า-ออก หมายเลข 6 เป็นอุโมงค์สำหรับใช้ในการลำเลียงขี้หินจากอุโมงค์ส่งน้ำออกมาในระหว่างการก่อสร้าง ทราบมาว่าทุกเช้าก่อนคนงานจะทำงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตทั้งสองมีหน้าที่สำรวจภายในอุโมงค์ เพื่อจะได้ออกแบบระบบน้ำและระบบการค้ำยันเป็นประจำทุกวัน และวันนี้ขณะที่ทั้งสองเข้าไปสำรวจเกิดดินในอุโมงค์ทรุดตัวและทับร่างทั้งสองเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้นายอำเภอแม่แตงเข้าอำนวยการ ณ จุดเกิดเหตุพร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันจังหวัดเชียงใหม่สาขาเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมสั่งให้หยุดการก่อสร้างไว้ก่อนแล้ว

ขณะที่นายสมหมาย บัวคำ วิศวกรของบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด เผยว่า ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่วิศวกรด้านธรณีวิทยา 3 คน จะต้องเข้าไปสำรวจชั้นดิน-หิน ภายในอุโมงค์ เพื่อสำรวจความปลอดภัย ก่อนที่จะให้ทีมก่อสร้างเข้าไปดำเนินการ ซึ่งตอนแรกที่แจ้งเข้ามาบริเวณที่เข้าไปยังเป็นชั้นหินแข็งอยู่ แต่เมื่อเข้าไปยังจุดที่เกิดเหตุเห็นว่ามีน้ำมากเกินปกติ คาดว่าเกิดจากน้ำใต้ดินไหลซึมลงมา ก่อนที่หินที่อยู่เหนือหัวกลุ่มผู้เสียชีวิตจะพังลงมาทับร่างทั้งสองคน แต่อีกรายกระโดดหลบได้ทันจึงรอดชีวิต คาดเป็นเหตุสุดวิสัย สาเหตุที่สำคัญยังเป็นรอยเลื่อนของหิน และน้ำก็ไหลมาตามรอยเลื่อน และดันแผ่นหินลงมา ซึ่งหน้าที่การตรวจสอบน้ำใต้หินและชั้นหินก็เป็นหน้าที่ของคนทั้งสองที่เสียชีวิต จะต้องไปตรวจน้ำใต้หินและสภาพหินเป็นประจำทุกๆ วัน ก่อนจะมาให้คำแนะนำกับทีมก่อสร้างว่าสภาพหินเป็นเช่นไร ถือว่าเป็นหน้าที่

“ทุกครั้งที่จะมีการก่อสร้าง ทีละเมตร สองเมตร จะต้องตรวจและวิเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้าการเข้าไปตรวจสอบพบมีน้ำอยู่ แต่ไม่มาก ทั้งสองจะรู้ว่าหินจะอ่อนจะแข็งอย่างไร แต่วันนี้ถือว่าเปลี่ยนไปแบบฉับพลันมาก ซึ่งบริเวณเกิดเหตุหินเป็นหินโคลนและหินดินดาน เป็นรอยเลื่อนของเปลือกโลก ทำให้หินหักออกจากกัน ไม่คาดว่าจะมีโพรงน้ำบาดาลอยู่ที่จุดดังกล่าว ทำให้น้ำไหลเข้ามาตามรอยเลื่อนพวกนี้ หลังเกิดเหตุต้องปิดให้ผู้เชี่ยวเข้ามาตรวจสอบก่อน ถึงจะดำเนินการก่อสร้างต่อไป” นายสมหมายกล่าว

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.นพดล เพียรเวช ผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างอุโมงค์ของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ระบุว่า การเข้าไปปฏิบัติงานของนักธรณีวิทยาที่ประสบเหตุในครั้งนี้เป็นการเข้าไปทำงานตามขั้นตอนปกติ ที่จะต้องเข้าไปสำรวจสภาพชั้นหินเพื่อวางแผนการทำงานในขั้นต่อไป ที่ผ่านมามีการหล่นร่วงลงมาของหินบ้าง แต่เป็นก้อนเล็กๆเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าบริเวณที่หินหล่นลงมาทับในครั้งนี้นั้นไม่มีการรั่วซึมของน้ำในชั้นหิน เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นชั้นหินที่เป็นหินโคลนและหินทรายแป้งที่ไม่ค่อยมีน้ำใต้ดิน แต่ยอมรับว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ลาดลงและใกล้จะไปเชื่อมต่อกับอุโมงค์หลัก ซึ่งมีน้ำที่เกิดจากการก่อสร้างและขุดเจาะขังอยู่เพื่อรอการระบายออกเท่านั้น อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง ทว่าเบื้องต้นไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความมั่นคงแข็งแรงของอุโมงค์ที่ขุดเจาะและก่อสร้างไปแล้วแต่อย่างใด

ทางด้านนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำแม่งัด-แม่กวง จนนักธรณีวิทยาของบริษัทผู้รับเหมาที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสียชีวิต 2 คน นั้นเป็นอุบัติเหตุ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ซึ่งบริษัทผู้รับเหมาจะดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอน ต่อไป ส่วนการก่อสร้างยังไม่มีผลกระทบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าเทคนิคที่นำมาใช้ก่อสร้างยังเป็นที่ยอมรับของทั้งโลก แต่การดำเนินการต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น การวิเคราะห์ของนักธรณีวิทยาเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างไรก็ตามกรมชลประทานมีคำสั่งให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำแม่งัด-แม่กวง เป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำแม่แตง-แม่งัด-แม่กวง เป็นอุโมงค์ผันน้ำ เชื่อม 3 แหล่งน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ โดยรับน้ำมาจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขนาดของอุโมงค์เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.2 เมตร ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำทั้งช่วงหน้าฝนและหน้าแล้ง

การเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง เป็นการเจาะชั้นหินครั้งแรกในประเทศไทย ใช้เทคนิคผสมผสานกัน 2 วิธี คือ การขุดเจาะและฝังระเบิด หลังจากระเบิดเสร็จก็ขนย้ายหินออก ติดตั้งค้ำยันแล้วจึงพ่นคอนกรีต และการเจาะอุโมงค์ด้วยหัวเจาะ ซึ่งอุโมงค์ที่ขุดเจาะมีความลึกจากผิวดิน 300-700 เมตร ที่ผ่านมาการดำเนินงานประสบปัญหาล่าช้าทั้งจากการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนและในพื้นที่ป่าเขตอุทยานแห่งชาติ และยังมีปัญหาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการขุดเจาะระเบิดชั้นหิน ทำให้ต้องปรับสภาพภายในอุโมงค์ และเครื่องมือขุดเจาะใหม่ตามสภาพโครงสร้างหิน การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะทางรวม 22 กิโลเมตร กำหนดแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2564 ประกอบด้วยอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง-แม่งัด อุโมงค์ส่งน้ำแม่งัด-แม่กวง ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน งบประมาณรวมกว่า 15,000 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน