เปิดตัวศิษย์ธรรมกาย”พระชาญณรงค์”อดีตพล.ท.ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบกแจงวางถังน้ำมันข้างตึกบุญรักษา กันฝุ่นกันร้อน เปล่าขวางการปฏิบัติหน้าที่ ด้านเจ้าคณะใหญ่หนกลางจี้รักษาการเจ้าอาวาสนำตัวพระธัมมชโยมามอบตัว ยันกรณีนี้ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่และพระสังฆาธิการทุกระดับชั้น ด้านบิ๊กตู่ระบุแนวทางแก้ปัญหาจะใช้ทั้งกฎหมายบ้านเมืองร่วมกับกระบวนการของคณะสงฆ์ ขณะที่ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเตรียมรายงานที่ประชุมมหาเถรสมาคม พร้อมทำหนังสือถึงสมเด็จพระพุทธชินวงศ์แจ้งพฤติกรรมพระไชยบูลย์ ด้านศิษยานุศิษย์-เจ้าหน้าที่วัดที่ถูกออกหมายเรียกทยอยเข้ารายงานตัวดีเอสไอ หวิดวุ่นทหารกักรถบรรทุกน้ำเข้าไปในวัดจนเกิดการกระทบกระทั่งกันกับพระ-ศิษย์
เจ้าหน้าที่วัดธรรมกายรายงานตัว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าและประเมินสถานการณ์การเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมตัวพระไชยบูลย์ ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น ทหาร ตำรวจ และกรมการปกครอง
พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวก่อนการประชุมว่า เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพื้นที่บริเวณอาคารบุญรักษา หลังจรวจพบภาพถ่ายทางอากาศมีการขุดร่องน้ำเพื่อสกัดกั้นยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งพบถังน้ำมัน 200 ลิตร จำนวน 18 ถัง วางเรียงรายกันอยู่ในพื้นที่อีกหรือไม่นั้น ต้องขอรับฟังการประเมินสถาน การณ์จากเจ้าหน้าที่ในช่วงเช้านี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ยุยงปลุกปั่นแล้ว โดยฝ่ายกฎหมายสามารถรวบรวมรายชื่อประมาณ 90 คน ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อเวลา 09.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอาคารสถานที่ภายในวัดพระธรรมกาย กว่า 10 คน ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้ว หลังจากพ.ต.อ.ไพสิฐ ได้ลงนามในคำสั่งเรียกผู้ดูแลอาคารสถานที่ภายในวัดพระธรรมกาย รวม 19 ราย
ทั้งนี้ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้พาขึ้นไปรายงานตัวต่อพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีพิเศษภาค และพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ยังบริเวณชั้น 2 อาคารบก.ตชด.ภ.1
อัยย์รุดให้กำลังใจ-เตรียมขึ้นศาล
ต่อมาเวลา 10.30 น. นายวุฒิสาร พนารี ผู้ประสานงานมวลชนวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายอัยย์ เพชรทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าพบดีเอสไอตามคำสั่งเรียกให้มารายงานตัว ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งมาตรา 44 โดยนายวุฒิสาร กล่าวยืนยันว่า จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของ เจ้าหน้าที่หากมีคำสั่งหรือระเบียบใดๆ ทั้งนี้ ตนขอปฏิเสธว่าที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปลุกปั่น เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเท่านั้น
ด้านนายอัยย์เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนมาในฐานะเป็นผู้ให้กำลังใจ เพราะคดีของตน อยู่ระหว่างเตรียมเข้าพบพนักงานอัยการในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ที่ศาลธัญบุรี โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางและปลุกระดมในพื้นที่ ตามมาตรา 44 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามอะไร นอกจากการห้ามเข้าพื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกายและตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี ร่วมถึงให้งดการให้สัมภาษณ์ใดๆ ที่จะเป็นการปลุกระดม ทั้งนี้ ตนจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล
บิ๊กตู่ระบุใช้มาตรการทางสงฆ์ด้วย
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 2-3 อย่างคือ มาตรการทางการปกครองของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เพราะมีการกระทำความผิด ถือเป็นการดำเนินการในมาตรการทางรัฐ ทางการปกครอง ในเรื่องที่สองคือมาตรการทางสงฆ์ ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามพ.ร.บ.สงฆ์ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคมอยู่ระหว่างดำเนินการ
“วันนี้อย่าหลงประเด็น เพราะถ้าไม่มีความผิดต่างๆ ก็ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องยอมรับในกระบวนการยุติธรรมและเข้ามาต่อสู้ในกระบวนการทุกอย่างก็จบ ความเดือดร้อนต่างๆ ก็ลดลง” นายกฯ กล่าวและว่า ส่วนที่มีหลายฝ่ายห่วงเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากนั้น ต้องเข้าใจว่ากรณีเดียวกันในส่วนของคนยากจนที่กระทำความผิดเนื่องจากไม่รู้กฎหมาย ทุกคนต้องใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ใช่จะละเว้นใครได้
ให้พศ.หารือที่ประชุมมหาเถรฯ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากถอดสมณศักดิ์ของพระธัมมชโย แล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของทางพระ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทำเรื่องชี้แจงหารือไปยังมหาเถรสมาคม ก็เปรียบเหมือนส่งเรื่องให้ศาลพระ ในการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะมีขั้นตอนการอุทธรณ์ และอะไรอีกหลายอย่าง แต่ถ้าตัวไม่ออกมาก็จะทำอะไรได้ ปัญหาอยู่ที่ตัวคนเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ใช้เวลามาเกือบ 20 วันแล้ว แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังไม่สามารถจับกุมพระธัมมชโยได้ จะเปลี่ยนให้หน่วยงานอื่น มาดำเนินการหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องถามกลับว่าทำไมถึงยังค้นไม่ได้ ต้องไปหาคำตอบเอง ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่อยากค้น เจ้าหน้าที่ และดีเอสไอก็ทำตามหน้าที่ แต่ที่ทำไม่ได้เพราะอะไรสาเหตุเพราะมีการต่อต้านจากคนจำนวนมาก แล้วใครต้องมารับผิดชอบร่วมกับตนบ้าง อย่าเอาแต่ใจตัวเอง การที่เราใช้งานเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแล และมีเบี้ยเลี้ยงให้ ทำไมไม่เล่นงานคนที่ทำให้เกิดปัญหา ส่วนที่ถามว่าจะจับกุมได้เมื่อไร จะใช้ระยะเวลาอีกนานหรือไม่และจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อีกหรือไม่นั้น ผมขี้เกียจตอบ
สั่งปล่อยผู้รายงานตัว-ไม่แจ้งเพิ่ม
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงประกาศสำนักนายกฯ เรื่องถอดถอนพระเทพญาณมหามุนี ออกจากสมณศักดิ์ว่า เรื่องการถอดสมณศักดิ์นั้น ขอให้สอบถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ตนได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าพระสงฆ์ที่ได้รับหมายเรียก ทยอยมารายงานตัวแล้วและถูกปล่อยตัวไปโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ส่วนพระเหล่านี้ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้างหรือไม่นั้น ขอให้ถามอธิบดีดีเอสไอ
นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ขณะที่การดำเนินคดีกับพระสงฆ์และประชาชนซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่เข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ยังถูกดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่ในพื้นที่ ลูกศิษย์ยังขัดขวาง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นวัดเพิ่มได้ เรายืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ดังกล่าวยังคงประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 5 ต่อไป
แจ้งเจ้าคณะใหญ่หนกลางดูคดี
ส่วนที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีข้อยุติเร็วๆ นี้หรือไม่ นาย สุวพันธุ์กล่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประเมินสถานการณ์ ส่วนการดำเนินการทางพระธรรมวินัยนั้น พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ได้ทำหนังสือถึงสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง มีสาระสำคัญคือแจ้งถึงพฤติกรรมของพระไชยบูลย์ที่อาจขัดต่อพระธรรมวินัย จึง ขอให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณาดำเนินการ
รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ส่วนเรื่องการปกครองทางสงฆ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพูดคุยกับรักษาการเจ้าอาวาสหรือผู้มีอำนาจในวัดพระธรรมกายได้ เพราะไม่ทราบว่าพระไชยบูลย์อยู่ที่ใด จึงขอให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณาเรื่องการทำให้การปกครองทางสงฆ์เป็นไปในทางที่เหมาะสม และสามารถยุติการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม และรัฐบาลจะประชุมในวันที่ 10 มี.ค.นี้ โดยรัฐบาลจะนำประเด็นต่างๆ เข้าหารือ ซึ่งในส่วนนี้ต้องสอบถามนายวิษณุ และนายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
แจงเปล่าขวางขุดคู-วางถังน้ำมัน
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่หน้าประตู 1 พระชาญณรงค์ อุตตโม พระประจำศูนย์ปฏิบัติธรรมประเทศบาห์เรน พร้อมด้วยพระลูกวัดรวม 7 รูป แถลงข่าวถึงกรณีดีเอสไอขอเข้าตรวจค้นโซนอาคารบุญรักษา
พระชาญณรงค์เปิดเผยว่า กรณีที่ดีเอสไอให้ข่าวมีการกักตุนน้ำมันโดยบรรจุใส่ถังขนาด 200 ลิตรวางไว้รอบคูน้ำรอบโซนอาคารบุญรักษานั้น ขอชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนานำมาวางขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ เป็นถังน้ำมันเปล่า บางถังใส่น้ำเปล่าไว้เพื่อนำไปวางบังฝุ่นแดดลมร้อน และป้องกันอันตรายให้ศิษย์วัดที่ปฏิบัติธรรมอยู่ภายใน
ส่วนมีผู้กล่าวหาว่าพระธรรมกายเป็นกบฏแผ่นดินและผิดธรรมวินัย ทางวัดขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวเพราะที่ผ่านมาทางวัดได้ส่งเสริมการศึกษาธรรมวินัยอย่างจริงจังมีพระบวชเรียนถึง 3,000 รูป สอบผ่านเปรียญธรรม 9 ประโยค 70 รูป จบการศึกษาระดับด๊อกเตอร์อีก 12 รูป และที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาทั้งในและต่างประเทศอีกมาก
นอกจากนี้ทางวัดยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ตรวจค้นโซนเอและบีไปแล้วถึง 3 รอบ จนเวลาผ่านมาแล้วกว่า 18 วัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่กลับและยังใช้ม.44 ต่อไป ในส่วนกล้องวงจรปิดรอบวัดที่เจ้าหน้าที่ทำลายไปจำนวน 17 ตัว เป็นกล้องวงจรปิดที่ติดเพื่อความปลอดภัยป้องกันมือที่สาม ซึ่งทางวัดจะนำไปติดเพิ่มที่จุดเดิมอีกครั้ง และหวังว่าจะไม่ถูกทำลายอีก
เปิดปูมเป็นอดีตพลโท-จปร.รุ่น16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพระชาญณรงค์นั้น เป็นอดีตนายทหารยศพลตรี นามสกุล รสจันทน์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 5 สำเร็จจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 16 เคยรับราชการเป็นเจ้ากรมการเงินทหารบก จากนั้นเกษียณอายุราชการที่ยศพล.ท. ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพบก จึงตั้งข้อสังเกตว่าการขุดคูน้ำเป็นวิธีการป้องกันทางยุทธวิธีแบบทหารหรือไม่ ซึ่งพระชาญณรงค์กล่าวว่าก็เพื่อเป็นการป้องกันอันตราย อีกทั้งชาวบ้านลูกศิษย์วัดที่มาขุด เราก็ไม่ทราบ บางคนอาจจะเป็นทหารหรือเจ้าหน้าที่มาก่อน คงจะขุดตามความรู้ที่มี
อย่างไรก็ตาม กรณีพระชาญณรงค์นั้น ดีเอสไอกำลังพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดและจะออกหมายเรียกมารายงานตัวหรือไม่
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ตลาดกลางคลองหลวง กลุ่มพระและลูกศิษย์วัดพยายามที่จะนำรถน้ำและผักผลไม้เข้าไปภายในตลาดแต่ถูกทหารห้ามไม่ให้เข้า จึงเกิดการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะยอมอนุญาตให้ผ่านเข้าได้โดยไม่มีเหตุรุนแรง ทั้งนี้ลูกศิษย์จึงได้ทำกิจกรรมนั่งสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้าหน้าที่เพื่อช่วยดลใจให้ผ่านเข้าตลาดได้ทุกครั้ง
เล็งใช้กฎมหาเถรฯดำเนินการ
วันเดียวกัน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯถอดสมณศักดิ์พระเทพญาณมหามุนีส่งผลให้ขณะนี้พระไชยบูลย์ มีสถานะเป็นพระสงฆ์ธรรมดาทั่วไป ขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการนำเอกสารในเรื่องการถอดสมณศักดิ์แจ้งยังที่ประชุมมหาเถรสมาคม วันที่ 10 มี.ค.นี้ และเพื่อรับทราบถึงแนวทางที่คณะสงฆ์จะปฏิบัติต่อกรณีนี้ต่อไปได้วย ขณะเดียวกัน พศ.จะต้องแจ้งรายละเอียดการถอดสมณศักดิ์ให้พระธัมมชโยได้รับทราบ พร้อมทั้งจะประสานขอคืนพัดยศที่ได้รับพระราชทานมาเมื่อครั้งได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพคืนมาด้วย
ผอ.พศ.กล่าวต่อว่าส่วนการดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 เรื่องให้พระภิกษุสละสมณเพศ ที่มีการพูดถึงในขณะนี้เป็นอย่างมากนั้น เป็นกรณีที่พระสงฆ์รูปนั้นๆ มีการทำผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ แต่กระบวนการที่จะไปถึงเกณฑ์ตามกฎดังกล่าวได้นั้น ยังมีขั้นตอนอื่นๆ อีก เช่น การพิจารณาจากเจ้าคณะผู้ปกครอง ซึ่งก็ต้องพิจารณาอีกว่าจะสามารถใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ได้เลยหรือไม่ หรือจะต้องใช้การดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ซึ่งหมายถึงการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งต้องอยู่ที่การพิจารณของเจ้าคณะ ผู้ปกครอง
เจ้าคณะใหญ่สั่งให้นำมามอบตัว
ด้านสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กล่าวถึงกรณีที่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ขอให้นายกฯ ดำเนินการทำเรื่องทูลขอพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าฯ ให้ถอดสมณศักดิ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าคณะภาค 1 เจ้าคณะจ.ปทุมธานี เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง และเจ้าคณะตำบลคลองสี่ เนื่องจากไม่ยอมดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า จะไม่ขอโต้ตอบ
ส่วนการดำเนินการทางด้านคณะสงฆ์นั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ยืนยันว่ากรณีเรื่องวัดพระธรรมกายทางคณะสงฆ์ในเขตปกครองที่รับผิดชอบทุกระดับ มีการประสานงานกับทางรัฐบาล และดีเอสไอ เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการมาตั้งแต่ต้น ซึ่งการดำเนินการหลังจากถอดสมณศักดิ์แล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่จะนำตัวพระธัมมชโยออกมามอบตัว
ชาวสวนโวย-อ้างคูทำท่วมบ้าน
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ประตู 1 วัดพระธรรมกาย ทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงหลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านและสวนที่อยู่บริเวณใกล้กับประตู 1 เนื่องจากทางวัดได้ขุดคูคลองใกล้กับอาคารบุญรักษาทำให้ปิดกั้นทางน้ำไหล น้ำจึงไหลเข้าท่วมบริเวณใกล้เคียง จากการตรวจสอบพบว่ามีบ้าน 1 หลังและสวนเตยหอมเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ได้รับความเสียหาย
นายสมพร น้อยไม้ อายุ 50 ปี เจ้าของสวนกล่าวว่า ตนทำปลูกเตยหอม ตัดส่งขายกิโลกรัมละ 10 บาท เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเดินดูสวนตามปกติพบว่ามีน้ำไหลมาจากทางด้านคูน้ำที่ทางวัดขุดไว้เอ่อล้นมาเข้าสวนตน เมื่อตรวจสอบก็พบว่าดินที่ขุดทำคูน้ำไปปิดทางระบายน้ำคลองร่องสวนน้ำจึงไหลมาท่วมสวนตน ทำให้ต้นเตยที่กำลังจะถึงเวลาตัดขายต้องจมใต้น้ำหากไม่ระบายน้ำออกอีก 2 วันจะเน่าตายได้รับความเสียหายประมาณ 50,000 บาท
เบื้องต้น นายบุญเลิศ เนตร์ขำ ปลัดอำเภอคลองหลวงได้เดินทางมาตรวจสอบ จากนั้นเปิดเผยว่าเบื้องต้นขอตรวจสอบก่อนว่าน้ำท่วมได้อย่างไร เกิดจากคนกระทำขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นเพราะมีการดัดแปลงกีดกั้นทางน้ำก็จะมีความผิด
“วรณัน”แถลงลูกศิษย์ขวางค้นอีก
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.ต.วรณันแถลงภาพรวมการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ตามที่มีคำสั่งเรียกเจ้าหน้าที่ควบคุมอาคาร 100 ปี และอาคารบุญรักษา รวม 19 ราย ซึ่งได้เข้ารายงานตัวเกือบครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ถูกคำสั่งเรียกเข้าพบเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ เวลา 10.30 น. มีรถน้ำของเอกชน 2 คัน พยายามเข้าพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่สกัดออกนอกพื้นที่ไปได้ 1 คัน ส่วนอีก 1 คัน หลุดเข้าไปในพื้นที่ได้ จากนั้น พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม นำพระสงฆ์และมวลชนเข้าปิดล้อมรถยึดรถยนต์ไว้ไม่ให้ออกนอกพื้นที่ หลังการเจรจานาน 1 ช.ม.เจ้าหน้าที่กลัวเหตุการณ์จะบานปลาย จึงยอมทิ้งรถไว้ในพื้นที่
ต่อมา เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติจำนวน 10 คน เดินทางไปยังอาคารบุญรักษา พร้อมพระสังฆาธิการ และพระวินยาธิการรวม 8 รูป เพื่อเจรจาขอเข้าตรวจพื้นที่ โดยมวลชนยอมให้เข้าพื้นที่เฉพาะพศ.กับพระเท่านั้นไม่อนุญาตให้ดีเอสไอ ทหาร ตำรวจเข้าพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปได้เพียง 5 นาที เจ้าคณะตำบลคลองสามออกมาแจ้งว่าพระสงฆ์ข้างในไม่ยอมให้เข้าพื้นที่ จึงถือเป็น 2 ครั้งแล้ว ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าค้นอีกครั้งภายใน 48 ช.ม.ตามคำสั่งคสช. แม้อธิบดีดีเอสไอเป็นหัวหน้าสั่งการ
ดีเอสไอเรียกรายงานตัวอีก7ราย
พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า สำหรับเจ้าของที่ดินบริเวณอาคารบุญรักษา ไม่ใช่ที่ดินของวัด เหตุใดจึงมีพระสงฆ์เข้าไปในพื้นที่ ส่วนเจ้าของที่ดินเอกชนรายนี้จะเป็นใครนั้น ตนไม่มีข้อมูล ล่าสุดได้สั่งห้ามนายวุฒิสาร พนารี และทองสา หาสุข เข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงและ วัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ยังมีหนังสือเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มอีก 7 คนคือ นาย ศรชัย กองแก้ว นางศิริกานดา ศรีสุทธิพันธิพร นายจำนงค์ วุฒิไกร นายเฉลิมชัย ตั้งวัชรวิชัย น.ส.วีรดี ลิ้มศิริเศรษฐกุล นายเอกรินทร์ ทานประสิทธิ์ นายศรชัย โสภา ซึ่งข้อมูล การข่าวพบว่าเป็นผู้สนับสนุนและสิ่งของต่างๆ ในพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง ฝ่ายปฏิบัติรับทราบข้อมูลที่พระเสกสรรค์จะเข้ามอบตัวที่สภ.คลองหลวง โดยจะเชิญชวนมวลชนร่วมเดินทางไปยังสภ.คลองหลวงด้วย ซึ่งฝ่ายปฏิบัติมีมาตรการเตรียมการแล้ว
สำหรับพระในวัดพระธรรมกายหลายรูปในวัดเป็นอดีตตำรวจ อดีตทหาร และอดีตข้าราชการ วันนี้ พระแสนพล เทพเทพา พระถวัลศักดิ์ บุญศิริวัฒนกุล ซึ่งมีคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ ได้มาพบเจ้าหน้าที่ หลังรายงานตัวแล้วพนักงานสอบสวนสั่งให้เข้าไปในวัดเพื่อรอประสานงานและอำนวยความสะดวกในเวลาตรวจค้น
พระปลัดเสกสรรค์ลั่นไม่ให้สึก
เวลา 16.00 น. ที่ตลาดกลางคลองหลวง พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม ออกแถลงข่าวยืนยันว่า ในวันที่ 8 มี.ค. เวลา 09.00 น. จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ลาสิกขา เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรผิด
“ส่วนคณะศิษย์ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ก็ระบุว่าจะร่วมเดินทางไปให้กำลังใจพระปลัดเสกสรรค์ ที่จะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ส่วนกรณีเมื่อกลางวันที่ผ่านมาที่กลุ่มคณะศิษย์ได้นำรถขนน้ำมาเติมน้ำในห้องสุขาภายในตลาดกลางคลองหลวง มีเจ้าหน้าที่พยายามขัดขวาง ก็เห็นว่าไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ในชีวิตประจำวัน” พระปลัดเสกสรรค์กล่าว และว่า เรื่องนี้ ทางบ้านเป็นห่วง แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ยินดีไปตามหมายเรียก เพราะคิดว่าไม่ได้ผิดอะไร ที่ผิดเพราะมีมาตรา 44 ครอบพื้นที่ จึงตั้งคำถามกับสังคมว่า การปฏิบัติอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่
“ถ้าไม่ได้รับการประกันตัวไม่ได้กลับมาที่นี่ ก็พร้อมจะอยู่ในคุกไม่กลัว อยู่ได้ ใครจะถอดจีวรออกก็เชิญ แต่ยืนยันว่าไม่ลาสิกขา ไม่ได้ท้าทาย เพราะท่านมีอำนาจในมืออยู่แล้ว ใครก็สู้อำนาจท่านไม่ได้ แต่ที่ไปจะได้เห็นว่าอำนาจแบบนี้ มีคนไม่เห็นด้วย ไม่ได้ท้าทายอำนาจรัฐ” พระปลัดเสกสรรค์กล่าว