หลิว-อาจารียา เผยชีวิต วัยเด็กยากแค้น ซุ่มคบแฟน 8 ปี ฝ่ายชายไม่พร้อมออกสื่อ

หลิว-อาจารียา เผยชีวิต วัยเด็กยากแค้น ซุ่มคบแฟน 8 ปี ฝ่ายชายไม่พร้อมออกสื่อ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักร้องเลยก็ว่าได้ สำหรับ หลิว-อาจารียา ที่ไม่ว่าจะออกอัลบั้มไหน แฟนๆ ก็สามารถร้องตามและเต้นไปกับเธอได้ตลอด ล่าสุด หลิว ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี หนิง-ปณิตา และ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

หลิว-อาจารียา
นักร้องสาว เผยชีวิตวัยเด็กอาภัพ

เห็นว่าคบแฟนมา 8 ปีแล้ว?
“ค่ะ เข้าสู่ปีที่ 8 แต่เราไม่ได้ลงโซเชียล จริงๆ ที่ผ่านมานักข่าวก็จะถามว่าคบกับใคร เราก็จะตอบแต่คู่เราไม่มีโมเมนต์สวีตเลย เพราะผู้ชายเขาจะเขิน เขาไม่อยากออกสื่อ”

เห็นว่าช่วง 5 ปีแรกเป็นการแอบคบ?
“ค่ะ แต่ไม่เชิงว่าแอบคบ เราไม่เปิดเผยว่าเรามีแฟนพ่อแม่ต่างฝ่ายต่างรับรู้ แล้วช่วง 5 ปีที่แล้ว นักร้องลูกทุ่งเขายังไม่เปิดเผย กลัวว่าแฟนคลับจะนู่นนี่นั่นหรือเปล่า”

แล้ววันนี้เราเปิดเผยแล้ว แฟนคลับว่ายังไงบ้าง?
“มันเป็นเรื่องปกติ เขาก็รักในผลงานของเรา”

แฟนทำงานอะไร อายุเท่าไหร่?
“เขาทำเครื่องเสียง เวที แสง สีเสียง งานที่ผ่านมาก็คือ สงกรานต์ที่บุรีรัมย์”

ไปรู้จักกันได้ยังไง?
“คือคุณพ่อบุญธรรมเป็นเพื่อนกับพ่อเขา ก็เลยแนะนำ รู้จักกันผ่านงานแต่ง ตั้งแต่วันนั้นมาก็ได้คุยกันมาเรื่อยๆ”

มีแพลนจะแต่งงานหรือยัง?
“เคยมีช่วง 4 ปีที่แล้ว แต่เราก็บอกว่าอย่าเพิ่ง เราอยากทำงาน คือสมมุติตอนนั้นเราบอกว่าอีก 3 ปีนะ แล้วพอเวลาผ่านไปเราก็บอกอีก 3 ปีนะ เขาก็บอกว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน”

มาพูดถึงชีวิตน้องหลิวตอนเด็กดีกว่าเห็นว่าลำบากมาก?
“ในช่วงนั้นลำบากมาก เพราะว่าอยู่กับตากับยาย มีช่วงหนึ่งไม่มีน้ำปลา ต้องไปยืมข้างบ้าน บางทีมันลืมไม่ได้ไปซื้อ แล้วขอเงินยายไม่ได้เพราะตอนนั้นเด็กมาก แล้วยืมบ่อยๆ ข้างบ้านก็บอกว่าอะไรว่ะแค่น้ำปลาไม่มีตังซื้อ มันก็คิดนะ เออใช่ แค่น้ำปลาทำไมซื้อไม่ได้ต้องไปยืมเขา”

ขอโทษนะคะ แล้วคุณพ่อ คุณแม่?
“แยกทางกันตั้งแต่เด็ก และช่วงนั้นหารายได้ด้วยการห่อขนมจีบ ได้วันละ 10-20 บาท ส่วนคุณตาเป็นช่างไม้ คุณยายเป็นช่างทำอิฐบล็อก ก็จะได้วันละ 120-150 รวมกันก็ได้สองร้อยกว่าบาท ซึ่งเราก็ต้องเรียนไปด้วย ไหนจะค่าเรียน ค่ากิน ค่าอยู่”

ชีวิตลำบากขนาดนี้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
“จริงๆ มันเป็นช่วงชีวิตพลิกผัน ตั้งแต่ป.6 คุณพ่อเลิกซัพพอร์ต เราก็เลยลำบากตรงนั้น ทุกวันนี้ก็ยังเจอบ้าง หนูก็ยังส่งให้คุณพ่อ คุณแม่ ทุกเดือน”

ณ ตอนนั้นเราน้อยใจไหม ว่าทำไมเราไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ เหมือนเด็กคนอื่นๆ?
“ตอนแรกๆ ก็รู้สึกค่ะ แต่พอแบบอยู่ไปเรื่อยๆ คุณตา คุณยายเขาดูแลเราดีมากๆ จนเราไม่รู้สึกขาดตรงนั้น เพราะคุณตา คุณยายก็เปรียบเหมือนพ่อ แม่เรา”

แล้วเรามีโอกาสเข้ามาร้องเพลงได้ยังไง?
“เราก็ไปร้องเพลงอยู่เรื่อยๆ ก็มีวงเล็กๆ วงโนเนม เจ้าของวงมาเจอเรา แล้วมาชวนเราไปร้อง เขาก็แต่งเพลงไปด้วย เขาก็เลยให้เราร้องไกด์แล้วส่งไปตามค่ายเพลงต่างๆ แล้วมีอยู่ค่ายหนึ่ง อยากได้นักร้องใหม่ แล้วเขาชอบเสียง มาดูตัวเราก็ได้เป็นนักร้อง แต่ก็ยังไม่ดัง นานมากเมื่อก่อนนักร้องลูกทุ่งโชว์สะดือจะไม่ค่อยมี หลิวเป็นคนแรกเลยที่ใส่แบบนั้น โดนว่าเยอะมาก โดนเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ที่เขาลูกคอเก้าชั้น”

ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดหลิวโดนเปรียบเทียบว่าไม่ใช่ความสามารถแต่กลับเอาเรือนร่างมาใช้?
“ประมานนั้น ก็รู้สึกแย่มากๆ เราไม่ได้ใช้เรือนร่างขนาดนั้น เราแค่ใช่ชุดปอมปอมเชียร์ เพราะหลิวมาจากเชียร์ลีดเดอร์มาก่อน เขาก็เลยใส่คอนเซ็ปต์ให้เราเป็นแบบนั้น เขาก็เลยเปรียบเทียบเสียงไม่ดีเลยอะไรอย่างนี้”

เห็นว่าโดนดูถูกเรื่องหน้าตาด้วย?
“อาจจะไม่ได้โดนดูถูก แต่ไปเจอคุณพ่อบุญธรรม เขาบอกว่าลองปัดผมมาด้านนี้สิ ลองหันซ้าย หันขวาสิ ทำไมหน้าบาน ดั้งหักอย่างนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าทำไมเราเป็นนักร้อง ไม่ได้เป็นดารา แต่คุณพ่อเขาแค่อยากรู้มุมไหนเราดูดี แล้วโดนดูถูกครั้งยิ่งใหญ่ ที่หลิวต้องปรับและเปลี่ยนตัวเอง ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ออกอัลบั้มแรก หลิวไปขอเพลงจากครูเพลงท่านหนึ่ง ขอว่าอยากได้เพลงจากอาจารย์ แล้วเขาพูดกลับมาว่าอย่างเธอหรอจะร้องได้ อย่างเธอก็ร้องได้แค่แนวง่ายๆ เราก็ร้องไห้เลย เราก็ซ้อมทุกวันเลย”

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มดับสยอง จยย.คู่ใจเสยท้าย10ล้อ จอดกินข้าวข้างทาง จมกองเลือดคาที่
บทความถัดไปเปิดวงจรปิด นาทีโจรปล้นนาฬิกาหรู 5 ล้าน ชักปืนรัวยิงใส่ไฮโซหนุ่ม (คลิป)