หนุ่มหึงโหดบุกง้ออดีตแฟนสาวขรก.ซี 4 ไม่สำเร็จจ่อปืน 9 ม.ม.รัวยิง 3 นัด ดับสยองคาสนามหน้าสำนักงานสกสค. กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนซิ่งเบนซ์หลบหนี ญาติเผยทั้งคู่เคยคบหากันระยะหนึ่ง ช่วงหลังฝ่ายหญิงจับได้ว่ามีครอบครัวแล้วจึงตีตัวออกห่าง ง้อขอคืนดีเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ก่อนเกิดเหตุแอบมาปล่อยยางรถเก๋งเพื่อประวิงเวลาคุย แต่ตกลงกันไม่ได้จึงลงมือฆ่า ขณะที่เพื่อนมือยิงระบุฝ่ายหญิงคบหาผู้ชายคนใหม่และกำลังจะแต่งงานกัน คาดฝ่ายชายตามไปขอทรัพย์สินบางอย่างคืนแต่ตกลงกันไม่ได้เลยบันดาลโทสะ เผยเคยบ่นเตรียมซื้อปืนไว้ฆ่าถ้าง้อไม่ได้ผลจากนั้นจะยิงตัวตายตาม

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ร.ต.อ.ชัยรน เรืองเพชร รอง สว.(สอบสวน) สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ถนนราชสีมา แขวงและเขตดุสิต กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวนสน.ดุสิต เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชร.พ.รามาธิบดี และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) พบศพน.ส.วาสนา บุราคร อายุ 37 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่ซี 4 ฝ่ายทะเบียนการเงินการคลัง สกสค. สภาพนอนหงายจมกองเลือด ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาว สวมทับด้วยชุดเอี๊ยมกระโปรง สีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าที่แก้มซ้าย 1 นัด ซอกคอขวา 1 นัด และหัวไหล่ขวา 1 นัด รวมทั้งหมด 3 นัด ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆณ 6307 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพยางล้อรถฝั่งซ้ายแบนราบ คล้ายถูกปล่อยลม เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนางทองเหรียญ แก้วจันทร์ อายุ 47 ปี อยู่ ม. 5 ต.ท่าโพธิ์ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ น้าสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพค้าขายอยู่ด้านข้างอาคารสกสค. ก่อนเกิดเหตุขณะที่หลานสาวเดินมาที่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้านพัก จู่ๆ พบว่ายางล้อรถด้านหน้าฝั่งซ้ายมือเกิดแบนขึ้นมา จึงตามช่างให้ช่วยสับเปลี่ยนยาง ระหว่างนั้นนายจรัญ หรือขาว คูนา อายุ 44 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พนักงานขับรถภายในสถานที่เกิดเหตุและเป็นอดีตแฟนของหลานสาวได้เข้ามาพูดคุยเพื่อหวังง้อขอคืนดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมาประมาณ 2-3 ปี แต่เมื่อช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา หลานสาวจับได้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่แล้วจึงตัดสินใจของแยกทาง หลังจากนั้นตัวผู้ก่อเหตุพยายามตามง้อขอคืนดีมาโดยตลอด จนถึงขั้นเคยนำอาวุธปืนมาข่มขู่ ซึ่งเหตุการณ์ในวันเดียวกันนี้ ตนคาดว่าฝ่ายชายน่าจะเป็นผู้ลงมือเจาะยางรถของหลานสาวเพื่อต้องการถ่วงเวลา แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาลงมือก่อเหตุสลด หลังจากนั้นฝ่ายชายได้รีบวิ่งขึ้นรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ด้านนายวีระไทย ม่วงมี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/1 ถนนนครราชสีมา แขวงและเขตดุสิต กทม. อาชีพช่างไฟฟ้าของคุรุสภาและเป็นเพื่อนของนายขาว กล่าวว่า ตนพอจะทราบข้อมูลของทั้งสองฝ่ายโดยทั้งคู่นั้นต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว แต่สามีของฝ่ายหญิงได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ จากนั้นทั้งคู่ได้ตกลงคบหาดูใจกัน โดยฝ่ายชายเคยให้ทรัพย์สินแก่ฝ่ายหญิงไปจำนวนหนึ่ง เพื่อเอาใจ แต่เมื่อฝ่ายหญิงรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้วจึงตัดสินใจตีตัวออกห่าง และไปคบหากับผู้ชายคนใหม่จนถึงขั้นจะแต่งงานกัน จนเป็นเหตุให้เพื่อนตนเกิดบันดาลโทสะ รวมทั้งเกิดอาการหึงหวง อีกทั้งพยายามขอคืนทรัพย์สิน และตามง้อขอคืนดี แต่ตกลงกันไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อนตนเคยบอกว่าจะเตรียมหาซื้ออาวุธปืนมาก่อเหตุยิงฝ่ายหญิงหากง้อไม่สำเร็จและจะก่อเหตุยิงตัวเองตายตาม จนกระทั่งมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า คดีดังกล่าวไม่ซับซ้อนแม้แต่อย่างใด โดยขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนสาเหตุนั้นเกิดมาจากปัญหาส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย โดยทั้งคู่ทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งนี้อยากให้คนร้ายติดต่อเข้ามามอบตัว หากไม่ยินยอมจะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีความสับสน เนื่องจากมือปืนตัวจริง คือ นายจำลอง ได้ใช้บัตรประจำตัวของน้องชาย คือ นายจรัญ มาสมัครงานที่คุรุสภา แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปพบว่า นายจรัญบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ไม่ใช่คนก่อเหตุดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน