ศพสาวซี 4 กลับถึงบ้านที่จว.บุรีรัมย์ แม่ถึงเป็นลม พี่ชายลั่นจับคนร้ายได้ไม่ต้องพามาขมาศพให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด อยากให้รับโทษประหารตามสิ่งที่กระทำ ด้าน ตร.นำตัวเพื่อนที่พาหนีฝากขังแล้ว เผยก่อนคนร้ายก่อเหตุเพิ่งไปจดทะเบียนกับครูสาวอ่างทอง แฉเจ้าชู้ชอบจีบครูตจว. เพราะขับรถให้ผู้บริหารไปจังหวัดต่างๆ ล่าสุดพัวพันสาวถึง 3-4 คน
จากกรณีน.ส.วาสนา บุระคร อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ระดับ 4 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ถูกนายจำลอง พุ่มมาลัย พนักงานขับรถ สกสค. บุกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณสนามหญ้าของสำนักงาน สกสค. ภายในบริเวณคุรุสภา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำนายสมชาย ศรจิ้น อายุ 58 ปี ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีเทา ทะเบียน ฐต 1788 พาตัวนายจำลองผู้ก่อเหตุหลบหนี ได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม ป.อาญา ม.189 และควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลดำเนินคดีแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งทางนายสมชายให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังได้สอบปากคำนายจรัญ คูนา น้องชายของผู้ก่อเหตุ ซึ่งบวชเป็นพระอยู่จนถึงปัจจุบัน ก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นนายจรัญจริง
พ.ต.อ.นครินทร์กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.น.1 และชุดสืบสวน สน.ดุสิต ให้เฝ้าระวังตามจุดที่คาดว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปถึง อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงต่างๆ และติดตามตัวผู้ต้องหา คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานรายหนึ่งเป็นครูสาวใน จ.อ่างทอง โดยครูสาวให้การว่า วันที่ 28 มี.ค. นายจำลองผู้ต้องหาได้นัดไปจดทะเบียน ที่สำนักงานเขตลาดพร้าว หลังจากจดทะเบียนเสร็จได้แยกย้ายกันตอน 14.00 น. และนัดเจอกันในตอนเย็นแต่จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนทราบต่อมาว่าไปก่อเหตุยิงผู้อื่นเสียชีวิตที่คุรุสภา
รายงานข่าวระบุด้วยว่า สำหรับนายจำลองเป็นคนเจ้าชู้ ล่าสุดพบว่ามีผู้หญิงมาเกี่ยวพัน 3-4 คน ส่วนมากจะเป็นครูต่างจังหวัด เนื่องจากนายจำลองมีหน้าที่เป็นคนขับรถให้ผู้บริหารในคุรุสภา และจะเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อยครั้ง คาดว่าจะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี หรือ จ.สุพรรณบุรี
ที่บ้านเลขที่ 104 ม.5 บ้านขามน้อย ต.เย้ยปราสาท อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีศพ น.ส.วาสนา บุระคร หรืออ้อ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะนางสมหวัง บุระคร อายุ 66 ปี มารดา ถึงกับเป็นลมล้มพับทันทีที่ศพของลูกสาวกลับมาถึง โดยครอบครัวมีกำหนดจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านถึงวันศุกร์ที่ 31 มี.ค. และจะฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. ที่วัดบ้านขามน้อย ต.เย้ยปราสาท
นางสมหวังกล่าวว่า น.ส.วาสนาเป็นลูกสาวคนสุดท้อง จากลูกทั้งหมด 4 คน และเป็นคนคอยดูแลพ่อกับแม่ เพราะพี่ชายทั้ง 3 คนมีครอบครัวและทำงานอยู่ต่างจังหวัด ที่ผ่านมาจะกลับมาบ้านเพื่อดูแลพ่อกับแม่ทุก 2 สัปดาห์ หรือช่วงที่ว่างงาน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นลูกสาวไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง เพราะอาจจะกลัวแม่คิดมากเพราะตนเองก็อายุมากแล้วประกอบกับเคยผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ทำให้สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก และอยากให้ผู้ก่อเหตุมามอบตัวเพื่อชดใช้ความผิดกับสิ่งที่ตนเองกระทำ
นายนครินทร์ บุระคร พี่ชายของน.ส.วาสนา เล่าทั้งน้ำตาว่า ปัจจุบันรับราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งที่ จ.อำนาจเจริญ ตนสนิทกับน้องสาวมาก มีเรื่องอะไรน้องก็จะโทรศัพท์ไปปรึกษาหรือเล่าให้ฟังตลอด ซึ่งที่ผ่านมาน้องสาวก็เคยเล่าให้ฟังว่าถูกผู้ก่อเหตุข่มขู่จะทำร้าย และเอาชีวิตหลายครั้ง เพราะน้องสาวพยายามจะตีตัวออกห่างหลังทราบว่าชายคนนั้นมีภรรยาแล้ว แต่ไม่คิดว่าน้องสาวจะถูกยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากผู้ก่อเหตุมามอบตัวหรือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ ก็ไม่ต้องการให้มากราบขอขมาศพ เพราะครอบครัวไม่มีใครยอมรับได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด หากเป็นไปได้ก็อยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกัน ขอให้ได้รับกรรมกับสิ่งที่กระทำ