เปิดใจ 2 มุม! ลูกค้าสาว VS พนง.ทำเล็บ โดนตบกลางไลฟ์ เผยชนวนเหตุเดือด

เปิดใจ 2 มุม! ลูกค้าสาว VS พนง.ทำเล็บ โดนตบกลางไลฟ์ เผยชนวนเหตุเดือด

ตบกลางไลฟ์ / เมื่อวันที่ 11 ส.ค. จากปมร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อมีคลิปลูกค้าสาวไลฟ์สดต่อว่าร้านทำเล็บแห่งหนึ่งในธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เนื่องจากไม่พอใจการให้บริการของพนักงานในร้าน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายจนพนักงานได้ทำร้ายร่างกายลูกค้าด้วยการตบ แถมยังไล่ออกจากร้านด้วย จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นางจารุณี คงพันธุ์ หรือปิ๊ก ผู้เสียหาย เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ตนเดินทางมาต่ออายุพาสปอร์ต แล้วเดินผ่านร้านทำเล็บที่ไม่ใช่ร้านประจำ แต่เห็นว่าราคาถูก จึงได้เข้าไปทำ ตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอกำลังจะเอาเล็บเก่าออก ช่างก็ขูดเล็บแรง จนรู้สึกเจ็บ จึงบอกช่างว่าขอไม่ขูดได้หรือไม่ ช่างก็บอกว่าใช้เวลานาน ซึ่งเราก็เลือกขอใช้เวลานานมากกว่าเจ็บ

ตอนนั้นหน้าเราเองก็ไม่พอใจ จากนั้นพอจะเอาเล็บเข้าไปอบ ช่างก็มาสั่งให้เอามือเข้าออก เราเหมือนกับแม่สั่งลูก และก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ยอมรับเราขึ้นเสียงเวลาคุยกับช่างจริงเพราะว่าเราเจ็บ แต่ว่าช่างตัดบทด้วยการไล่เราออกจากร้าน ทั้งที่เล็บยังทำไม่เสร็จ เราเลยไม่พอใจในบริการ โมโหก็เลยเอามือถือขึ้นมาไลฟ์สด แต่พนักงานไม่พอใจที่เราไลฟ์สด จึงได้เข้ามาตบ

“ยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน เรื่องเยอะ แต่ว่ายืนยันไม่มีคำดูถูกพนักงานอยู่แล้ว เราเป็นคนไม่ได้พูดจาอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ก็ไม่เคยพูดจาดูถูกใคร แค่สีหน้าก็มองออกแล้วว่าช่างไม่เฟรนด์ลี่กับเรา เราก็มองออกมาเป็นช่างใหม่ ไม่ได้มาสนใจหรือสนิทใจกัน กะว่าจะทำให้จบๆ ไป ปกติถ้าหากไม่ถูกใจกับช่างทำเล็บก็จะแสดงสีหน้าท่าทางที่ไม่พอใจเท่านั้น”

“แต่ตอนนี้ทางคดีก็มีการเจรจากับเจ้าของร้านและได้จ่ายค่าปรับไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็ได้ขอโทษเจ้าของร้านไปแล้ว และไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย แม้เจ้าของร้านและช่างที่ทำร้ายเราจะไม่ได้ขอโทษเราก็ตาม แต่เราไม่อยากมีปัญหาอะไรเลย จึงได้ปล่อยไป เรื่องจึงจบลง”นางจารุณีกล่าว

ด้านน.ส.นา เจ้าของร้านทำเล็บ เปิดใจว่า ตอนไปที่สน.ประเวศ ตนยังไม่ทราบเรื่องราวอย่างละเอียด แต่ว่าอยากจะแจ้งความ เพราะว่าคู่กรณีไลฟ์สด ทำให้ร้านเสียชื่อเสียง จึงได้ปรึกษากับตำรวจว่าสามารถแจ้งความได้หรือไม่ เป็นเรื่องของช่างที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะนั้นเองคู่กรณีได้โทรหาป้า บอกว่าเรื่องนี้ต้องให้พ่อช่วยแล้ว แต่เหมือนว่า ป้าไม่เห็นด้วย จึงได้ต่อว่าป้าไปในลักษณะที่ว่าป้าไม่เคยเข้าข้างตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต่อมาตนมาทราบภายหลังว่าพ่อของคู่กรณีเป็นทนายความ

น.ส.นา กล่าวอีกว่า ด้านตำรวจบอกกับคู่กรณีไปว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกใคร ทางตำรวจต้องรักษากฎหมาย ระหว่างนั้นคู่กรณีก็พูดจาดูถูกเหยียดหยามตลอด ตนจึงพอที่จะเข้าใจว่าทำไมช่างทำเล็บถึงมีอารมณ์ เขาบอกว่าคุณเป็นเจ้าของร้าน พนักงานอยู่ในความควบคุมของตน ทำไมถึงควบคุมพนักงานของตัวเองไม่ได้ นั่นคือความผิดของคุณด้วย และก็บอกกับตำรวจว่าพนักงานไม่ใช่แม่ ทำไมต้องฟัง จากนั้นก็พูดประชดประชันตลอด

น.ส.นา กล่าวด้วยว่า ในระหว่างนั้นตำรวจก็ได้พยายามเจรจาให้เรื่องจบ ตนให้เงินไป 1,000 บาท เผื่อว่าต้องจ่ายค่าปรับ เพราะช่างทำเล็บไม่มีใคร ไม่มีครอบครัว แล้วไม่มีเงิน ตนจึงได้ออกให้ก่อน เพราะว่าปกติ เขาต้องเบิกเงินจากตน ต่อมาทางตำรวจได้บอกว่ามีการจ่ายค่าปรับ 10,000 บาท ช่างทำเล็บบอกว่าไม่มี ขอคิดคุกได้หรือไม่ ทางตำรวจจึงไกล่เกลี่ยให้

จากนั้นคู่กรณีก็พูดกับช่างทำเล็บบอกว่าไม่ต้องการอะไร ไม่ต้องการเงินจากคนแบบนี้ คนไม่มีการศึกษา ตอนนั้นเราก็ได้ยิน หลังจากนั้นจีงเสียค่าปรับไป 1,000 บาท และเราก็ไปเจรจากับทางคู่กรณีบอกว่า ถ้าหากแจ้งความไม่ได้ ขอให้ลบคลิปได้มั้ย หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นส่วนบุคคล ซึ่งทางคู่กรณีก็ไม่ยอมลบ

“เรายอมรับผิดในคนของเราที่ไปทำร้ายร่างกายของลูกค้า ตอนนี้จึงสั่งพักงานพนักงานคนดังกล่าวไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้พนักงานคนดังกล่าว ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้เลย จะเป็นคนตั้งใจทำงานและก็ไม่เคยอารมณ์ร้อนใส่ลูกค้ามาก่อน จะให้ไล่ออกก็สงสาร เพราะพนักงานไม่มีที่ไปจึงได้สั่งพักงานแทน”น.ส.นา กล่าว

ด้าน นางบี พร้อมกับพนักงานทำเล็บให้สัมภาษณ์ โดยนางบี กล่าวว่า ตอนนั้นลูกค้าเดินทางเข้ามาใช้บริการตามปกติ เกิดมีปัญหาในเรื่องของการล้างสีทาเล็บ ซึ่งลูกค้าไม่ยินยอมให้ขูดหน้าเล็บ เนื่องจากจะทำให้หน้าเล็บเสีย แต่สีที่ลูกค้าทามาเอาออกค่อนข้างยาก โดยลูกค้ามีหน้าเล็บค่อนข้างบางและเจ็บง่าย จึงเกิดความไม่เข้าใจกันขึ้น ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์โมโหเกิดขึ้นและปะทะคำพูดกัน ประกอบกับช่วงที่ทาสีเล็บนั้น ลูกค้าได้นำมือโบกสะบัดไปมา ทั้งเล่นโทรศัพท์และจับผม จึงอาจทำให้การทาสีเล็บนั้นมีฝุ่นติดเล็บเข้าไปด้วย และทำให้สีไม่เรียบ ทางพนักงานจึงมีหน้าที่บอกกล่าวให้ลูกค้าทำตามปกติ แต่กลายเป็นว่าไม่รู้ใจกัน จึงทวีคูณความโกรธขึ้นไปอีก

“พนักงานที่เป็นผู้ก่อเหตุจึงลุกขึ้น ออกจากโต๊ะและบอกกับลูกค้าว่า “จะทำไหม” ก็โต้ตอบกันก่อนที่พนักงานผู้ก่อเหตุจะเดินไปหลังร้าน หลังจากนั้นลูกค้าจึงเกิดความไม่พอใจ ก็เลยไลฟ์สดจนเกิดเป็นคลิปดังกล่าวขึ้น โดยมีการถ่ายหน้าร้าน ทำให้พนักงานดังกล่าวเกิดความไม่พอใจหนักขึ้น การลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้นตามคลิปที่ปรากฏ ต้องยอมรับว่าทางร้านเป็นฝ่ายผิด ที่เป็นคนเริ่มก่อน ตนไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมาก่อน ถือเป็นครั้งแรกที่เจอแบบนี้ส่วนตัวตนเป็นคนเข้าไปห้ามเพื่อไม่ให้เรื่องใหญ่โตไปกว่านี้ และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

พนักงานทำเล็บผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ของตนตามปกติ ตนก็เริ่มตะไบเล็บและล้างเล็บให้กับลูกค้า ตนก็ขุดยาทาเล็บออก ทางลูกค้าก็บอกว่าขอไม่ขูดเล็บ ที่อื่นไม่เห็นขูดเลย จากนั้นตนก็บอกกลับไปว่าขูดนิดเดียว เพราะบางเล็บจะแซะไม่ออกบ้าง ทางลูกค้าจึงเกิดความไม่พอใจขึ้น เราก็เลยเงียบ และตนก็ทำไปเรื่อยๆ ทางลูกค้าก็เกิดความไม่พอใจ เนื่องจากเจ็บเล็บ ตนก็ขอโทษก่อนจะเงียบไป

ต่อมาระหว่างที่เริ่มทาเล็บ ก็เริ่มทาปกติ แต่เมื่อจะให้เอามือเข้าเครื่องอบ ก็บอกให้ลูกค้าเอามือเข้าเครื่องอบ ซึ่งจะต้องพลัดเอามือเข้าออกเครื่องอบอยู่แล้ว ตนก็บอกลูกค้าไปตามปกติ แต่ว่าลูกค้าทำหน้าไม่พอใจแล้ว และไม่เข้าใจว่าจะให้เอามือไหนเข้า เอามือไหนออก ลูกค้าก็ยกมือขึ้นทำให้เล็บไปโดนเส้นผม ตนก็บอกลูกค้าว่าอย่าเอามือไปวางอะไร ให้เอามือวางไว้ข้างหน้า เดี๋ยวช่างจะทำเอง จากนั้นลูกค้าจะเอามือถือขึ้นมาเล่นโทรศัพท์ ตนจึงบอกว่าอย่าพึ่งเล่น เพราะกลัวฝุ่นจะเกาะเล็บทำให้เล็บไม่เรียบ ตนต้องบอกลูกค้าตลอด เพราะบางคนไม่ทราบ ก่อนมีปากเสียงกัน แล้วตนก็เดินไปสงบสติอารมณ์หลังร้าน พอออกมาก็เห็นลูกค้าไลฟ์สดพูดถึงร้าน จึงไม่พอใจว่าทำไมต้องพาดพิงร้าน ก่อนทำร้ายร่างกายลูกค้าคนดังกล่าว ที่ผ่านมาไม่เคยเจอลูกค้าแบบนี้เลย ซึ่งเราก็ยอมรับผิดทุกอย่าง

บทความก่อนหน้านี้วังผู้ดีปัดเจ้าชายแอนดรูว์ “จับหน้าอก” หญิงสาว-โยงฉาว “เอพสตีน” นักล่าเด็ก 
บทความถัดไปอนาคตใหม่ โต้กลับ หลัง อภิรัชต์ กล่าวหา “บางพรรค” ใช้ “ข่าวปลอม” หลอก เยาวชน