ซิโก้ลาออก ชิงตัดสินใจก่อนถูกปลด

โพสต์ยุติคุมทีมช้างศึก ขอบคุณแฟนๆ-นักเตะ ขณะ”สมยศ”ประชุมด่วน เล็งโค้ชต่างชาติฝีมือดี

“ซิโก้” ชิงลาออกกุนซือทีมช้างศึก ก่อนโดนปลด หลังบิ๊กอ๊อด เรียกประชุมบอร์ด ถกเปลี่ยนแปลงทีมชาติไทยจนได้ข้อสรุป อดีตโค้ชคนดังโพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตลอด เหล่าขุนพลลูกหนังลูกทีมแห่โพสต์ขอบคุณที่ให้โอกาส และผ่านวันดีๆ มาด้วยกัน ด้าน”สมยศ”ยันมุ่งมั่นพัฒนาบอลไทย “โค้ชเฮง” เผยคนมาใหม่คงต้องเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น เพราะไม่มีคนไทยกล้ารับงานแล้ว

จากกระแสข่าว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อาจเปลี่ยนแปลงหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โดยยกเลิกสัญญา “โค้ชซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนา เมือง หัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่เพิ่งเซ็นกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังทำผลงานได้ไม่ดีในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่มบี ลงเตะ 7 นัด แพ้ 6 เสมอ 1 มีเพียง 1 คะแนน รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ล่าสุดแพ้ซาอุดีอาระเบีย คาบ้าน 0-3 และแพ้ญี่ปุ่น 0-4

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก FAIR และให้สัมภาษณ์สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงของทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของโค้ชซิโก้ว่า ต้องการเห็นการเปลี่ยน แปลงในทีมชาติไทย แต่ต้องปรึกษาประธานฝ่ายเทคนิค เลขาธิการสมาคม รวมถึงผู้ที่เกี่ยว ข้องว่าจะมีแนวทางหรือวิธีการดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมายซิโก้ให้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับสัญญาหรือผลงานของทีมแต่อย่างใด เนื่องจากมีงานที่ต้องทำหลายอย่างตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่น ต้องเข้าประชุมอย่างต่อเนื่องทำให้ยังไม่ได้คุยกับซิโก้อย่างเป็นทางการ

“บางครั้งการทำงานต้องมีการเปลี่ยนแปลง และบางครั้งมันคือความคาดหวังของสมาคม เป็นความคาดหวังของตัวผมเอง หรือแม้แต่ความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทย ว่าอยากจะเห็นสิ่งที่ดีขึ้น ทุกคนพูดตลอดว่าอยากเห็นทีมชาติไทยไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชีย เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะไปฟุตบอลโลกให้ได้ ยิ่งตอนนี้ผมได้รับทราบข่าวค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าในปี 2026 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า ชาติจากเอเชียจะได้รับโควตาในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 8 ทีม ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องพาทีมชาติไทยเป็นหนึ่งในแปดทีมเข้ารอบสุดท้ายให้ได้” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ตนอยู่ในวาระตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลอีก 3 ปี คงไม่ได้อยู่ถึงทีมชาติไทยได้ไปฟุตบอลโลก ปี 2026 แต่จะกำหนด วางแผน ว่าจะมีโรดแม็ปต้องทำอย่างไร โดยในวันที่ 4 เม.ย. จะเซ็นสัญญากับบริษัทเอคโคโน่ ที่สมาคมจ้างมาเพื่อพัฒนาระบบเยาวชนของไทย ดังนั้นเอคโคโน่จะต้องบอกว่าวางโรดแม็ปหรือสัญญาประชาคมเช่นอีก 4 ปีข้างหน้าเยาวชน 19 ปีไทยจะต้องไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายให้ได้เป็นต้น ถ้าทำไม่ได้คงต้องยกเลิกและหาทางใหม่ ตอนนี้คิดว่าเป็นโอกาสของเราที่จะได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก 2026 แต่ถ้าตกรถไฟขบวนนั้นแสดงว่าฟุตบอลทีมชาติไทยล้มเหลว

“ตั้งแต่ผมอยู่บนเครื่องบินตอนกลับมา จากญี่ปุ่นยังไม่มีความเห็นหรือความคิดว่าจะเปลี่ยนโค้ชหรือเอาใครเข้ามาแทน กระทั่งลงจากเครื่องและเห็นทางโซเชี่ยลมีเดียที่มีภาพคุณเกียรติศักดิ์ และมีข้อความว่าจะปลดโค้ชจะโละทั้งทีมขึ้นอยู่กับนายกสมาคม ทั้งที่ผมไม่เคยคิดเรื่องดังกล่าวมาก่อน เรื่องการปลดหรือเปลี่ยนโค้ชเป็นหน้าที่ผม แต่การโละทีมชาตินั้นไม่ใช่หน้าที่ผม หากเกิดนักเตะหรือแฟนนักเตะได้ยินผมกลายเป็นจำเลยทันที” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยเดินทางมาประเทศไทยนั้น ไม่สามารถห้ามได้ ที่สำคัญ อีเมล์ของสมาคมเปิดกว้าง ที่ผ่านมามีโค้ชต่างชาติส่งประวัติตัวเองมาอย่างมาก ทั้งจากอาร์เจนตินา, โครเอเชีย, สเปน ฯลฯ ดังนั้นขึ้นอยู่กับสมาคมว่าจะหยิบประวัติใครขึ้นมาดู สำหรับการเปลี่ยนแปลงโค้ชทีมชาติไทยในสัญญาจะระบุค่าชดเชยกรณีที่สมาคมยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดหรือไม่นั้น ต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย

“เท่าที่ผมทราบในสัญญาไม่ได้ระบุเรื่องค่าชดเชย และที่สำคัญการเซ็นสัญญากับสมาคมต้องผ่านฝ่ายกฎหมาย และเราจะประเมินว่าทำตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งผมได้ไปศึกษางานที่ต่างประเทศและเอามาเป็นแบบอย่างนั้นคือในข้อสุดท้ายของสัญญาจะระบุว่าหากการทำหน้าที่ของลูกจ้างไม่เป็นที่พอใจของนายจ้างให้ถือว่าสัญญานั้นสิ้นสุดลงทันที ไม่ต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าก็ได้” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

ด้าน “โค้ชเฮง”วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคทีมชาติไทย กล่าวว่า เป็นความจริงที่บอร์ดบริหารสมาคมฟุตบอลและผู้เกี่ยว ข้องประชุมถึงเรื่องตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของทีมชาติไทยชุดใหญ่ และที่ประชุมได้บทสรุปแล้วมีความเห็นตรงกัน แต่ผลการประชุมออกมาเป็นอย่างไรนั้นไม่สามารถตอบคำถามได้ และเชื่อว่าอีกไม่นานสมาคมน่าจะออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ประชุม

“ถามว่าเป้าหมายของสมาคมในการหาโค้ชคนใหม่นั้นผมบอกได้ว่าต้องเป็นโค้ชต่างชาติ เพราะที่ผ่านมาไม่มีโค้ชคนไทยตอบรับเข้าทำงาน และคงไม่มีใครกล้าเข้ามารับงานนี้ แม้แต่ผมเองยังไม่กล้ารับ ดังนั้นมีอย่างเดียวหากจะมีโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่คงต้องเป็นชาวต่างชาติ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีโค้ชคนไหนยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการมายังสมาคม เพื่อขอเข้ารับทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่มีหนึ่งคนที่แสดงความสมัครใจอย่างชัดเจนนั่นคือ วินฟรีด เชเฟอร์ ที่เคยคุมทีมชาติไทยมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดีผมไม่สามารถบอกได้ว่าสมาคมจะตัดสินใจอย่างไร” โค้ชเฮงกล่าว

ช่วงเย็นวันเดียวกัน “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวซึ่งใช้แอ๊กเคานต์ว่า coach_zico ประกาศยุติการทำหน้าที่หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย โดยโพสต์ภาพพร้อมข้อความมีเนื้อหาดังนี้

“ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและทีมงานของผมตลอด 4-5 ปี ที่ผมได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตที่เข้ามาทำงานในฐานะโค้ชทีมชาติไทย วันนี้ผมขอประกาศยุติบทบาทในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และจะดำเนินการเคลียร์งานต่างๆ ส่งต้นสังกัดภายใน 90 วัน ผมขอขอบคุณนักฟุตบอลทุกคน ทีมงานของผมทุกคน แฟนบอลทุกท่าน รวมถึงขอบคุณครอบครัวที่อยู่ข้างหลังผมตลอดมาครับ?????”

ด้านนักเตะ “ช้างศึก” ลูกทีมของโค้ชซิโก้ในชุดเตะคัดฟุตบอลโลกหลังทราบข่าวต่างแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชี่ยลมีเดีย โดย “ชาริล ชัปปุยส์” กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิส ระบุผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวมีใจความว่า “ขอบคุณมากครับโค้ชซิโก้ สำหรับความทรงจำดีๆ! สำหรับการสนับสนุนที่มีให้ผม เรามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมด้วยกันในซีเกมส์ 2013 และเอเชี่ยนเกมส์ 2014 รวมถึง ซูซูกิ คัพ 2014 และ 2016 ผมหวังว่าคุณจะมีอนาคตที่ดี ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกสิ่ง”

ด้าน “เมสซี่เจ”ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์ตัวเก่งทีมชาติไทยโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวขอบคุณโค้ชซิโก้ที่ให้โอกาสติดทีมชาติไทย โดยโพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณพี่โก้มากๆ ครับ ที่ให้โอกาสผมมาโดยตลอด”

สำหรับ “โค้ชซิโก้” เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติไทย เริ่มจากเข้าทำทีมขัดตาทัพแทน วินฟรีด เชเฟอร์ เมื่อปี 2556 นำทีมไทย อุ่นเครื่องถล่ม จีน 5-1 จากนั้นปีเดียวกันทำทีม 23 ปี คว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ปี พ.ศ.2556 ที่ประทศเมียนมา เป็นการกลับมาคว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งแรกใน 6 ปี หลังจาก 2 หนก่อนหน้านั้นตกรอบแรกทั้งหมด

ปีต่อมา พาทีมชาติไทยเข้ารอบรองชนะเลิศกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจบด้วยอันดับ 4 ต่อด้วยนำทีมชาติไทยชุดใหญ่คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เป็นการกลับมาได้แชมป์อาเซียนครั้งแรกในรอบ 12 ปี ก่อนจะป้องกันแชมป์ได้ในการแข่งขันล่าสุด เมื่อปลายปี พ.ศ.2559 นอกจากนี้ ยังได้แชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 เมื่อปีที่ผ่านมา

ส่วนฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 พาทีมไทยได้แชมป์กลุ่มเอฟ ผลงานชนะ 4 เสมอ 2 ไม่แพ้ใครเลย เข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย พร้อมทั้งได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชีย 2019 โดยไม่ต้องเล่นเพลย์ออฟ เป็นการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย โดยครั้งแรกที่เข้าถึงรอบนี้เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2002

บทความก่อนหน้านี้โค้งสุดท้ายหวย “พญาเต่างอย” ชาวบ้านบวงสรวง ขนลุกจุดธูปไหว้ควันลอยม้วนเป็นเลขเด็ด
บทความถัดไปสมเด็จพระเทพฯ เสด็จตรวจพระเมรุ พอพระทัยปั้นสัตว์ป่า “หิมพานต์” รองนายกฯยืนยันเสร็จทันเดือนก.ย.