ตร.นราฯ เผยคนร้ายยิงถล่มโรงพักระแงะ มีทั้งหมดกว่า 20 คน แบ่งเป็น 3 ทีม คือ ปล้นรถมาใช้ก่อเหตุ ถล่มโรงพัก และ พาหลบหนี คาดฝีมือแนวร่วมใน 3 อำเภอร่วมกันลงมือ คาดยังกบดานในพื้นที่ เร่งควานตัวคนร้ายที่ฆ่าปลัด อบต.ร่มไทร เมื่อปี? 58 มาขยายผลคาดมีส่วนรู้เห็นด้วย ?บิ๊กแป๊ะ? ส่ง ?อชิรวิทย์? ที่ปรึกษา บินด่วนไปศชต.จี้คดีและปลอบขวัญตำรวจในพื้นที่ 3 จว.ใต้
จากกรณีกลุ่มคนร้ายใช้รถกระบะยิงถล่มโรงพักระแงะ ขณะตร.เข้าแถวหน้าเสาธง ดับ 1 เจ็บ 5 ผกก.หวิดดับ กระสุนเฉี่ยวหู เลือดอาบ ขณะที่ส.ต.ท.ศุภักษร สะยุคงทน อายุ 30 ปี ที่ยิงต่อสู้คนร้ายเสียชีวิตคาที่ สอบพบรถกระบะถูกปล้นมาจากอ.สุคิริน ล่าสุดจนท.ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย คาดมีแนวร่วมเป็น 10 คน แบ่งกันลงมือ เชื่อเป็นการตอบโต้กรณีจับตาย 2 คนร้าย ก่อเหตุฆ่า 4 ศพ ล่าสุดเจอรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 7685 นราธิวาส จอดทิ้งกลางป่าสวนยาง ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 31 มี.ค. พ.ต.อ. รัฐบวร บำรุงรส รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการประเมินและแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีประมาณ 20 คน โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกรับหน้าที่ปล้นรถด้วยการแต่งกายคล้ายทหาร แล้วตั้งจุดตรวจเป็นเจ้าหน้าที่ ชุดที่ 2 รับหน้าที่ยิงถล่ม สภ.ระแงะ ด้วยการแต่งกายเป็นคนงานก่อสร้างอำพรางตัว ขณะขับรถยนต์กระบะผ่านด่านตรวจ และชุดที่ 3 ทำหน้าที่ขับรถยนต์มารับชุดที่ 2 หลบหนีหลังจากก่อเหตุยิงถล่ม สภ.ระแงะ โดยพฤติกรรมของคนร้ายทั้ง 3 กลุ่มเชื่อว่ามีการวางแผนล่วงหน้าไว้เป็นอย่างดีและเป็นระบบ ซึ่งเชื่อว่ามีสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ สุคิริน จะแนะ และระแงะ ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้
พ.ต.อ.รัฐบวรกล่าวว่า แนวทางในการสืบสวนสอบสวนในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ จะหยิบยกบุคคล ที่หนีหมายจับร่วมก่อเหตุยิงนายบุญเลิศ จินดาธนะนันท์ ปลัด อบต.ร่มไทร อ.สุคิริน เสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2558 ที่ผ่านมา ในการแกะรอยหากลุ่มสมาชิกเครือข่ายแนวร่วมที่ก่อเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายบางส่วนที่ร่วมก่อเหตุ ยังคงกบดานที่บ้านของสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ในระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ รวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์คราบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ ที่รถยนต์กระบะที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ในช่วงคืนที่ผ่านมา
ส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ 2 นาย คือ ด.ต.ธีระพงษ์ แก้วชำนาญ ถูกยิงบริเวณศีรษะ อาการปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ต้องดูแล อย่างใกล้ชิด และส.ต.ท.พงศธร แก้วประเสริฐ ถูกยิงที่ขา อาการปลอดภัยแล้วเช่นกัน ส่วนที่เหลืออีก 3 นาย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ที่ปรึกษา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และอดีต รอง ผบ.ตร. บินด่วนลงใต้ไปยัง ศชต. อ.เมือง จ.ยะลา ตามคำสั่ง ผบ.ตร. เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการติดตามทางคดี ดูแลกำลังพลที่เสียชีวิต และสร้างขวัญกำลังใจ ตำรวจ สภ.ระแงะ หลังจากรับฟังสรุปผลดำเนินการหลังเกิดเหตุ จากพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต.
พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ลงมารับฟังผลการปฏิบัติของกำลังตำรวจในพื้นที่ หลังเกิดเหตุ ว่าได้ดำเนินการไปอย่างไร บ้าง ซึ่งเท่าที่รับฟัง ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก โดยเฉพาะระหว่างเกิดเหตุ ตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาการณ์บริเวณหน้าประตู สภ.ระแงะมีความพร้อมและฉับไว ในการตอบโต้คนร้ายได้อย่างห้าวหาญ ตามยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกอบรม ทำให้สามารถยับยั้งไม่ให้เกิดความ เสียหายมากกว่านี้ สำหรับการติดตามคนร้ายเป็นการปฏิบัติการที่รวดเร็ว ติดตามหารถ เป้าหมายที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนี้จะเป็นการตรวจสอบหาพยานหลักฐานในตัวรถ เพื่อติดตามกลุ่มที่ ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ ซึ่งคาดว่า ไม่เกิน 7 วัน จะได้ตัวกลุ่มคนร้ายแน่
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า การก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้น่าจะเป็นความบกพร่องของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทำให้คนร้ายสามารถนำอาวุธสงครามผ่านด่านหลายด่านมาก่อเหตุได้ ว่า การป้องกันกับการจ้องจะก่อเหตุร้ายของคนร้ายเป็นสิ่งที่ยากที่จะป้องกันได้ เนื่องจากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขา สวนยางพารา และมีบ้านเรือนชาวบ้านตั้งอยู่กระจัดกระจาย แต่เชื่อด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยี จะสามารถตามจับกุมมาได้แน่นอน
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่หน่วยงานด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานกองทัพอากาศ ถึงกรณีคนร้ายใช้วิธีนั่งท้ายรถกระบะก่อเหตุว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้กำชับดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วแต่ยังมีผู้ไม่หวังดีพยายามก่อเหตุ โดยใช้วิธีนั่งท้ายรถกระบะ แต่เมื่อรัฐบาลสั่งห้ามนั่งท้ายรถกระบะแล้วก็มาต่อว่ามาโกรธ เพราะขนาดโจรยังใช้วิธีการนั่งรถท้ายกระบะมายิง เจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต แล้วแบบนี้จะเลือกเข้าข้างใคร
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคง ไม่เกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปรับยุทธวิธีการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่พยายามปรับรูปแบบการทำงานตามอยู่แล้ว ซึ่งทุกอย่างก็ดีขึ้น และภาพรวมในสถานการณ์ขณะนี้เหตุการณ์ลดลง รวมถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชน และเชื่อว่าหากสามารถพูดคุยกันได้ทุกอย่างก็จบ และรัฐบาลไม่ได้ไปเอาเปรียบประชาชนหรือสร้างความเหลื่อมล้ำ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และดูแลเรื่องการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ อยู่ในความรับผิดชอบของ คปต.ส่วนหน้า