ผบ.ทบ.ยันตรวจสอบตรงไปตรงมา คดีแม่แจ้งความเอาผิด กรณีลูกชายเป็นพลทหารถูกซ้อม ขณะถูกคุมขังในเรือนจำทหาร อาการปางตาย หามส่งร.พ. ก่อนเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นระบุถูกทำร้ายร่างกายจนไตทำงานผิดปกติ ครอบครัวมั่นใจถูกซ้อมแน่นอน ขณะที่ตร.สั่งชันสูตรพลิกศพใหม่ ด้านผบ.มทบ.45 ต้นสังกัดสั่งย้ายทหาร 2 นาย คาดว่าเกี่ยวข้องแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ลั่นให้ตร.สอบสวนอย่างเต็มที่ ยืนยันไม่ช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด คนทำผิดต้องได้รับโทษ

จากกรณีนางเรณู หมดราคี อายุ 41 ปี เข้าแจ้งความ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่านาย ยุทธกินันท์ บุญเนียม อายุ 22 ปี ลูกชายซึ่งเป็น พลทหารประจำการ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี ถูกทำร้ายร่างกายขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ มทบ.45 และเสียชีวิตภายหลังถูกนำส่งร.พ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นางเรณูเข้าพบ พ.ต.ท.สมสิน เกิดผล รอง ผกก. (สอบสวน) เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้นางเรณูให้การว่า แพทย์ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายจนไตทำงานผิดปกติ ตนเองและครอบครัวมั่นใจว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายภายในเรือนจำอย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้โทรศัพท์หาลูก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. โทร.หาเพื่อนลูก และได้รับแจ้งว่าถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ พอเช้าวันที่ 31 มี.ค. เดินทางไปหาลูกที่เรือนจำ เมื่อไปถึงได้รับแจ้งว่าลูกอยู่ห้องฉุกเฉิน ร.พ.สุราษฎร์ธานี

นางเรณูให้การว่าเมื่อเห็นหน้าลูกชายถึงกับช็อก ไม่อยากเชื่อว่าที่อยู่ตรงหน้าคือลูก สภาพร่างกายหน้าตาบวมไปทั้งหมด มีแผลฟกช้ำทั่วทั้งตัว พยายามถามถึงสาเหตุ ก็ทราบเพียงถูกทำร้ายร่างกายจากด้านนอก แต่ไม่ได้ปักใจเชื่อ จากนั้นเข้าพบ พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ. 45 หลังจากพูดคุยรู้สึกเป็นที่พอใจ เนื่องจาก พล.ต.วิชัย ให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อความเป็นธรรมและรับปากว่าลูกจะไม่ตายฟรี

“มั่นใจว่าลูกถูกซ้อมภายในเรือนจำทหาร จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงเวลาที่เฝ้าลูกอยู่โรงพยาบาล ตลอดเวลาได้พยายามถามลูกว่าใครทำอะไรลูก ให้บอกแม่มา แม่จะช่วยเอาผิดให้ได้ ไม่ต้องกลัว ก่อนลูกจะตอบด้วยเสียงแหบแห้งว่า แม่ ผมถูกซ้อม ผมเจ็บมากเลย ก่อนจะเงียบและเสียชีวิต” นางเรณูกล่าวทั้งน้ำตา
ด้าน พล.ต.วิชัยกล่าวว่ามีคำสั่งให้ทหาร 2 นาย ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยราชการที่ มทบ.45 เพื่อให้การสอบสวนของตำรวจและทหารเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน วันเดียวกันมีคำสั่งแต่งตั้ง พ.อ.สมศักดิ์ บุญชรัตน์ หัวหน้าฝ่ายสรรพกำลัง มทบ.45 เป็นหัวหน้ากรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกำชับไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในการสอบสวนคดีของตำรวจ หากมีการร้องขอเพื่อสอบปากคำบุคคล รวมถึงพยาน มทบ. 45 พร้อมให้ความร่วมมือ และเปิดโอกาสให้สอบสวนอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าจะไม่ช่วยเหลือกันอย่างเด็ดขาด คนทำผิดต้องได้รับโทษ
“เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ปัญหาคือ คู่กรณีไม่สามารถพูดได้แล้ว ดังนั้นจึงต้องเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา ใครก็ตามจะมากล่าวอ้างว่าเขาทำผิดกฎระเบียบ แล้วต้องรับผลกระทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเราไม่มีหน้าที่พิพากษาเขา” ผบ.มทบ. 45 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศพพลทหารยุทธกินันท์นั้น เจ้าหน้าที่จะชันสูตรพลิกศพใหม่ โดยต้องร่วมกัน 4 ฝ่าย คืออัยการ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และแพทย์ ก่อนนำศพไปบำเพ็ญกุศล
วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงเรื่องพลทหารยุทธกินันท์ ว่า ขอให้มั่นใจถ้าผลสรุปพบว่ากำลังพลคนใดกระทำความผิด จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งกฎหมายบ้านเมือง และกฎหมายของวินัยทหารขั้นรุนแรงสูงสุดอย่างแน่นอน กรณีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 ในวันที่ 1-12 เม.ย.นี้ เป็นคนละประเด็นกัน
พ.อ.วินธัยกล่าวว่ากรณีพลทหารยุทธ กินันท์ เกิดในเรือนจำทหาร ที่ผ่านมาไม่มีกรณีเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์แล้วถูกทำร้าย เสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่เป็นกรณีป่วยอยู่ก่อน สุขภาพไม่แข็งแรง หรือเป็นฮีตสโตรก โรคลมร้อน จากพลทหารเกือบแสนคนมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นการทำผิดวินัย แล้วโดนลงโทษรุนแรงเกินควร และร่างกายอ่อนแอ รวมถึงผู้บังคับบัญชาใช้อารมณ์เกินไป แต่ละปีมีแค่ 1-2 ราย บางปีก็ไม่มี
“ยืนยันทุกขั้นตอนต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม และตรงไปตรงมา ผบ.ทบ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเช่นทุกกรณีที่ผ่านมา ล่าสุดทางหน่วยอยู่ระหว่างดำเนินการ ในเบื้องต้นหน่วยเข้าไปดูแลญาติแล้วอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรมภายใต้สภาพข้อเท็จจริงที่ควรเป็น” โฆษกกองทัพบกกล่าว