กรมอุทยานฯ แจ้งจับเก๋งคัมรี่ขาว แกล้งช้างป่า เขาใหญ่ให้วิ่งไล่ แถมตะโกนท้าทาย “มันจะไปวิ่งเร็วกว่าคัมรี่ได้ไง” หัวหน้า อุทยานเขาใหญ่ชี้อาจเป็นอันตราย ส่งทะเบียนรถให้ตร.แกะรอย ลั่นเอาผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ขณะที่”หมอล็อต”เผยเป็นพฤติกรรมสุดอันตราย ตะโกนยั่วทำให้ช้างหงุดหงิด สร้างผลกระทบให้คนสัญจรผ่านไปมาภายหลัง เผยโชคดีที่รอดจาก “พี่โยโย่”ขาเหวี่ยงเบอร์หนึ่งมาได้ หวั่นช้างเปลี่ยนพฤติกรรม ขอนักท่องเที่ยวเชื่อฟัง กฎระเบียบ ชี้หากเกิดอันตรายก็โบ้ยความผิดให้ช้าง ทั้งที่คนเป็นตัวกระตุ้น

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายครรชิต นพศรีสุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา กล่าวถึงกรณีโลกโซเชี่ยลแชร์คลิปนักท่องเที่ยว ขับรถเก๋งคัมรี่ สีขาว พยายามแกล้งช้างป่า อุทยานฯ เขาใหญ่ ด้วยการตะโกนยั่วยุให้ช้างโกรธจนวิ่งไล่ ก่อนตะโกนด้วยว่า “มันจะไปวิ่งเร็วกว่าคัมรี่ได้ไง” ว่าจากคลิปที่ปรากฏถือว่าเขาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ มีการตะโกนยั่วแหย่ให้ช้างโกรธ ซึ่งอาจเป็นอันตราย ได้ เรื่องนี้ได้แจ้งให้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ รับทราบแล้วว่าจะนำหลักฐานภาพถ่ายทะเบียนรถคันดังกล่าวไปสืบหาว่าเจ้าของคือใครและแจ้งความดำเนินคดี เพื่อให้พนักงานสอบสวนเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดี พร้อมเปรียบเทียบปรับ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

ด้านน.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อคลิปดังกล่าวปรากฏในโลกโซเชี่ยล เราจะเห็นได้ว่าคนเข้ามาตำหนิติเตียนจำนวนมาก ไม่มีใครชื่นชมเลย เป็นตัวชี้วัดการทำงานเชิงรุกของกรมอุทยานฯ ซึ่งนายธัญญาสั่งการให้ประชาสัมพันธ์ และทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวและประชาชนในเรื่องการ ดูแลสัตว์ป่ามาโดยตลอด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มาจากคนส่วนน้อยมากที่มีพฤติกรรมเหมือนที่ปรากฏในคลิป ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือคึกคะนอง โดยมีพฤติกรรมตะโกน ส่งเสียงดังท้าทายช้าง ซึ่งปกติช้างรับเสียงได้ความถี่ต่ำในระดับ 12-24 เฮิร์ตซ์ ดังนั้นเสียงตะโกนโหวกเหวกท้ายทาย จึงเป็นเสียงที่มีคลื่นความถี่สูง เป็นการรบกวนช้าง ทำให้พฤติกรรมของช้างเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดได้

“ช้างตัวนี้เจ้าหน้าที่เรียกกันว่าพี่โยโย่ ถือเป็น นัมเบอร์วันในเวลานี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากที่ผ่านมา มีอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับช้างตัวอื่น และตอบสนองต่อการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ซึ่งจะแสดงอาการหงุดหงิดง่าย ถึงแม้ว่าเครสนี้คนในรถจะไม่ได้รับอันตราย แต่ผลกระทบ จะเกิดกับคนที่สัญจรไปมาทีหลัง ไม่ใช่ครั้งนี้คนในรถไม่เป็นอันตรายแล้วจบ แต่ผลกระทบได้เกิดกับสังคมและธรรมชาติแล้ว เพราะพฤติ กรรมช้างเปลี่ยน และสิ่งที่ผมกังวลมากกว่านั้น คือในรถมีเด็กอยู่ด้วย เราไม่รู้ว่าตอนนั้นเด็กในรถรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกสนุกไปด้วยหรือเกลียดกลัวช้างไปเลย พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเท่ หรือควรนำมาโอ้อวด ขอให้ออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจสนุกในสายตาผู้ใหญ่ แต่เป็นการทำร้ายเด็กในรถ” น.สพ.ภัทรพลกล่าว

น.สพ.ภัทรพลกล่าวอีกว่า ที่สำคัญการ ไปกระตุ้นช้างในลักษณะดังกล่าวจะทำให้ เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากขึ้น เพราะทำให้พฤติกรรมช้างเปลี่ยนแปลง การถ่ายรูปเซลฟี่กับช้างหรือใกล้ชิดสัตว์ป่า บางคนอาจคิดว่าเท่ หรือโก้เก๋ แต่ถ้าเกิดอันตรายใครจะรับผิดชอบ การอารักขาดูแลช้างเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ หากเกิดอันตรายก็คืออยู่ในหน้าที่ แต่หากเกิดกับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวช้างจะกลายเป็นจำเลยสิ่งแวดล้อม ทุกคนจะโทษว่าช้างทำร้ายคนหรือก้าวร้าว แต่ความจริงแล้วมีมูลเหตุในการกระตุ้น ขอร้องและวิงวอนว่าอย่าทำเหตุการณ์แบบนี้เด็ดขาด เพราะอุทยานฯ มีกฎระเบียบให้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การที่ช้างมีภาวะหงุดหงิดเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ควร ไปกระตุ้น สิ่งที่คอนโทรลและควบคุมได้คือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน