จับแล้วแท็กซี่หื่น บังคับผู้โดยสารสาวอมนกเขา ชุดสืบสวนบก.น.1 ตามไปจับตัวได้ที่เมืองกาญจน์ เบื้องต้นรับสารภาพตลอดข้อหา ก่อนคุมตัวเข้ากรุงกลางดึก ขณะที่ป้าแท็กซี่พร้อมทนายโผล่มอบตัวที่สน.บางเขน ชี้แจงเหตุการณ์ตามคลิป ปฏิเสธไม่เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้โดยสาร แต่ยอมรับเป็นคนอารมณ์ร้อน พอรถติดๆ ก็จะเครียด จนทะเลาะกับผู้โดยสารเป็นประจำ ส่วนมีดพกไว้ป้องกันตัว ไม่เคยใช้ก่อเหตุ ตร.ดำเนินคดีตามหมายจับเก่า ก่อนส่งศาลขอฝากขัง ล่าสุดใช้เงิน 2 แสนประกันตัวออกไป ขณะที่ทนายเผยประวัติป้าแท็กซี่เคยรวยมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่สีลม แต่เจอพิษม็อบการเมือง ปิดถนนจนร้านเจ๊ง ถูกยึดบ้านราคานับ 10 ล้าน แถมถูกสามีทิ้ง ต้องเลี้ยงลูก 2 คนตามลำพัง จึงทำให้เครียด

จากกรณีน.ส.อ้าย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ชาวพม่า เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ว่าถูกคนขับแท็กซี่ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนใจ ขณะเรียกใช้บริการบริเวณถนนเทียมร่วมมิตร(รฟม.ตัดใหม่) แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. แต่ออกอุบายว่ามีประจำเดือน คนร้ายจึงบังคับให้อมนกเขาให้ ก่อนเจ้าตัวใช้ปากกัดนกเขาคนร้ายจนร้องลั่น ก่อนหลบหนีมาได้ กระทั่งมีแท็กซี่อีกคันซึ่งเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือพาตัวไปส่งสน.ห้วยขวาง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายคมสรรณ์ โตทิม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 342/480 หมู่ 7 ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ที่ 827/2560 ลงวันที่ 2 เมษายน 2560 ในข้อกล่าวหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.ฯ รรท.ผกก.สส.บก.น.1 ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.1 พร้อมด้วยชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง สืบทราบว่านายคมสรรณ์ผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้ที่ห้องเช่าชั้นเดียว เลขที่ 14/2 ซอยหัวนา 2/6 ต.หัวนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายคมสรรณ์ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยหลังก่อเหตุได้นำรถแท็กซี่ไปคืนที่อู่ ก่อนเดินทางไปที่สถานีขนส่งหมอชิต แล้วนั่งรถต่อไปจนถึงจ.กาญจนบุรี โดยเงินที่ใช้หลบหนีก็เป็นเงินของผู้เสียหายที่ชิงทรัพย์มา กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับมาที่กทม.เพื่อสอบสวนต่อไป

วันเดียวกันที่สน.บางเขน นางผุสดี อัญชัญภาติ “ป้าแท็กซี่” ในคลิปที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้โดยสารก่อนจะไล่ผู้โดยสารลงจากรถ และจากการตรวจสอบย้อนหลังยังพบ ว่านางผุสดีเป็นบุคคลตามหมายจับของสน.บางเขน ในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 58 ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้วิธีไล่ผู้โดยสารลงจากรถ ก่อนฉกเงินสดกว่า 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ก่อนขับรถหลบหนีไป เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดย มีพล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น.มาร่วมสอบปากคำ

พล.ต.ต.มนตรีเปิดเผยว่า จากนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.บางเขน จะต้องสอบปากคำนางผุสดีเพิ่มเติม และจะควบคุมตัวนางผุสดีพร้อมสำนวนส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 5 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก ที่ศาลอาญาในช่วงบ่ายวันนี้ และยังมีพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ขออายัดตัวนางผุสดีไว้เพื่อดำเนินคดีต่อในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยวภายในซอยลาดพร้าว 1 เมื่อปี 2557 โดยคดีนี้ได้ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ แต่เมื่อผู้โดยสารกำลังก้าวขาลงก็ขับรถกระชากออกไป ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ และชิงเงินสด 2,000 บาทไปจากมือผู้โดยสารด้วย

ขณะที่ นายเล็ก ทับพิศิทธิ์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่านางผุสดีมีความผิดตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 รวม 4 ข้อหาคือ 1.ฝ่าฝืนข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ และขับรถในลักษณะประมาทหวาดเสียว ปรับไม่เกิน 5,000 บาท 2.กระทำการให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทางที่ตกลง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 3.แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ 4.ขับรถในขณะใบอนุญาตสิ้นอายุ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ด้านนางผุสดีให้การว่า เริ่มขับแท็กซี่เมื่อปี 2555 โดยยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าเครียดจะมีอาการโมโหรุนแรงทันที ทั้งนี้ ยอมรับว่าตนและผู้โดยสารมักจะทะเลาะกันเรื่องเส้นทางหลายครั้ง และจะเครียดและโมโหหากต้องไปเส้นทางที่รถติดเนื่องจากอยากส่งผู้โดยสารให้ถึงที่เร็วๆ และจะได้ไปรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ เพราะต้องหาเงินไปใช้หนี้ นอกจากนี้ ยอมรับว่าตนเป็นคนเครียดอยู่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากถึงขั้นขายบ้าน ขายรถ ประกอบกับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องครอบครัว เมื่อมาขับรถและเจอรถติดก็ยิ่งเครียด โดยปกติไม่ได้ไปรักษาจริงจัง แต่จะซื้อยานอนหลับกับยาคลายเครียดจากร้านขายยา หรือคลินิกมากินเอง

นางผุสดีให้การต่ออีกว่า เหตุการณ์ในคลิปนั้นเกิดจากผู้โดยสารที่เป็นแม่และลูกเรียกรถจากแพลตินัมไปย่านจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งรถติดมาก ผู้โดยสารที่เป็นลูกสาวจึงให้เข้าไปในซอย แต่ก็ไปเจอรถติดอีก ทางผู้โดยสารก็ต่อว่าหาว่าพาอ้อมเส้นทางจึงเริ่มเครียด ขอให้ลงแต่ผู้โดยสารไม่ยอมลงและไม่จ่ายเงิน บอกให้ส่งให้ถึงที่ ตนก็บอกว่าขอไปเติมแก๊สก่อน ทางผู้โดยสารไม่พอใจจึงพยายามจะลง ขณะที่ผู้โดยสารที่เป็นแม่พยายามจะจ่ายค่าโดยสารแต่ลูกไม่ให้จ่าย จึงยื้อเงินกันจนเงินขาด ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ตามในคลิป ส่วนเหตุการณ์ที่มีการแจ้งความไว้ที่สน.พหลโยธิน ที่ระบุว่าตนชิงเงินผู้โดยสารจำนวน 2,000 บาทนั้นไม่เป็นความจริง เพราะผู้โดยสารเรียกตนจากเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไปยังลาดพร้าวซอย 1 ค่ามิเตอร์เพียง 53 บาท และผู้โดยสารก็จ่ายมา 60 บาท เป็นธนบัตร 20 จำนวน 3 ใบ ซึ่งตนก็ได้ทอนไปแล้ว 5 บาท และหากตนจะชิงเงิน 2,000 บาทก็เป็นไปไม่ได้เนื่องจากผู้โดยสารนั่งข้างหลัง ตนจะทำได้อย่างไร นอกจากนี้ตนก็ไม่ทราบว่าผู้เสียหายบาดเจ็บขณะลงรถอีกด้วย

“กรณีที่มีการแจ้งความว่าฉันลักทรัพย์จำนวน 10,000 บาท เมื่อปี 2558 ก็ไม่เป็นความจริง และเรื่องที่ใช้คัตเตอร์จี้ผู้โดยสารก็ไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าพกคัตเตอร์ไว้ในรถจริงเพื่อป้องกันตัว ทั้งนี้ อยากขอโทษผู้โดยสาร ขอโทษเจ้าของอู่รถที่ทำให้เดือดร้อน ไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอย่างมาก ซึ่งตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ขับรถมานานมากแล้ว และที่เข้ามามอบตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์” นางผุสดีกล่าว

ด้านนายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนายความของนางผุสดี เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ 2 แสนบาทเพื่อขอประกันตัว และยังเปิดเผยว่านางผุสดีเคยมีฐานะดีเข้าขั้นร่ำรวย เคยเปิดกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลม แต่ประสบปัญหาเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองเมื่อหลายปีก่อน จนถูกธนาคารยึดทรัพย์บ้านพักมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งยังถูกสามีทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ต้องหาเลี้ยงลูกสองคนตามลำพังจนเกิดภาวะเครียดสะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนางผุสดีไปขอฝากขังที่ศาลอาญา ก่อนที่นายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนายความนางผุสดีจะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสดขอปล่อยชั่วคราวทั้งสองสำนวน รวม 200,000 บาท ต่อมาเวลา 17.50 น. ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทั้ง 2 สำนวน โดยตีราคาประกันรวม 200,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน