เพื่อนเจ้าสาวเปิดใจ นาทีเจอเสี่ยท็อป ก่อนแต่งเริ่มออกอาการ โป๊ะมุกหลอกสาว!

เพื่อนเจ้าสาวเปิดใจ นาทีเจอเสี่ยท็อป ก่อนแต่งเริ่มออกอาการ โป๊ะมุกหลอกสาว!

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายนัท หรือ เสี่ยท็อป อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ทั้งหมดไว้ให้ 3.5 ล้านบาท

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ต.ค. น.ส.ณัฐธิดา ดีสวัสดิ์ เพื่อนสนิทของเจ้าสาว เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และชี้แจงถึงประเด็นต่างๆ น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนกับ ดา คือเจ้าสาว กระทั่งช่วงต้นเดือนเมษายน เจ้าสาวก็แนะนำให้เรารู้จักกับ พี่ท็อป ซึ่งเป็นเจ้าบ่าว เพื่อนบอกกับเราว่า ช่วง 8-10 ว่างมั้ย บอกกับเราว่าจะแต่งงาน ตอนนั้นเราตกใจมาก เพราะก่อนหน้านี้เพื่อนไม่ได้มีแฟนเลย

ตนเลยถามว่าเป็นใคร จากนั้น ทางเพื่อนก็แนะนำเจ้าบ่าวให้เรารู้จัก บอกว่ารู้จักกันตามร้านอาหารทั่วไป ทางฝ่ายชายเข้ามาทำความรู้จัก ในระหว่างนั้นก็โทรศัพท์โทรมาจากบุรีรัมย์ บอกว่าคุณตาเสีย ตอนนั้นเพื่อนเราเสียใจร้องไห้ และในจังหวะที่พี่ท็อปอยู่ด้วยพอดี เขาเลยอาสาขับรถพาไปบุรีรัมย์ในตอนนั้นเลย แวะรับน้าเขยและหลานไปด้วยกัน

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวอีกว่า ตอนนั้นมันก็เป็นการสร้างความอบอุ่นใจและซื้อใจเพื่อนเรา ซึ่งทำให้เพื่อนเรารู้สึกดี เท่าที่เรารู้จักกับพี่ท็อปตอนแรก เป็นคนน่ารัก ไม่พูดมาก พูดจาเพราะ ดูใจเย็น เป็นผู้ใหญ่ และในตอนที่เขาสองคนอยู่ด้วยกัน เราก็เห็นได้ว่าทั้งสองคนดูมีความสุขมาก เป็นความสุขที่ไม่ได้หลง แต่เป็นการเติมเต็ม ฝ่ายหญิงเสียของสำคัญในชีวิตไปก็ได้ของสำคัญอีกชั้นนึงมา ซึ่งเค้าเข้าใจว่ามันคือของสำคัญในชีวิตเค้า เค้าเชื่อในความรัก

“ก่อนที่จะถึงงานแต่งงาน เราก็เห็นมาตลอด เราเริ่มมีเอะใจบ้าง อาทิเช่น เรื่องหน้าที่การงาน ที่เขาอ้างว่ารู้จักกับคนที่มีชื่อเสียง รู้จักกับบุคคลนั้น บุคคลนี้ เราก็ไปถามว่า รู้จักกับคนนี้มั้ย ปรากฎว่า เค้าไม่ได้รู้จักกันตามที่เขากล่าวอ้าง หรือบางที เค้าอ้างว่าจบดอกเตอร์ที่อินเดีย จบปริญญาโท อีก 2 ใบ แต่ภาษาอังกฤษเขาพูดได้น้อยมาก บางครั้งเราไปกินอาหารร้านไวน์ ก็มีการแนะนำเชฟและเจ้าของร้านให้รู้จัก เขาก็ไม่ใช่คนไทย ก็มีการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ทางพี่ท็อปเองก็ดูตื่นกับภาษาที่เค้ากำลังจะสื่อสาร มันเลยทำให้เราสามารถจับพิรุธได้ “

“ แต่ขณะเดียวกันเพื่อนเราไม่ได้เอะใจอะไรเลย มาเอะใจตอนที่เราเตือนไป ช่วงก่อนจะแต่งงานอาทิตย์เดียว เราเลยเตือนไปว่า ถ้าไม่มีเงินงานมันเกิดไม่ได้นะ แล้วถ้างานเกิดไปไม่มีเงินจ่าย ติดคุกนะ เพราะว่าตอนนั้นทางพี่ท็อปยังไม่จ่ายเงินอะไรเราเลย ได้มาแค่ 20,000 บาทเท่านั้น และยังมีค้างค่าจัดงานอีกหลายอย่าง ตอนนั้นเราก็เห็นว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกัน เลยปล่อยไป ถือว่าให้เครดิตเพื่อนไปก่อน ไม่เป็นไร ส่วนออแกไนซ์ก็ไม่ได้เงิน แต่ตอนนั้นมีคนการันตี เพราะว่าพี่สาวของออแกไนซ์ กำลังจะทำธุรกิจกับพี่ท๊อป ทำธุรกิจกันมานาน ทางพี่สาวก็บอวก่า เค้ามีเลย ทำเลย “

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ส่วนทางเพื่อนของตน ตอนนั้นก็เครียดกัน ทางเพื่อนเรากับพี่ท็อปก็ทะเลาะกัน ว่าจะเอายังไง ทำไมไม่จ่ายเงินเขาสักที เราก็พยายามจะบอกให้เพื่อนออกมาคุยเป็นการส่วนตัว แต่เพื่อนบอกว่ามีอะไรให้พูดเลย ตอนนั้นเราไม่ได้พูดเพราะเห็นว่าเขาอยู่ด้วยกัน จากนั้นตอนเช้าเห็นเพื่อนไลน์มา บอกว่าพวกเราคิดมากกันไปเองรึป่าว สงสารเค้าจังเลยที่โดนเขาสงสัย ได้นั่งคุยกับพี่ท็อปแล้ว เค้าบอกว่ายังไงงานก็ต้องมี เราก็บอกว่าถ้าเพื่อนเชื่อมั่น ก็ตามใจเพื่อน ขอให้จริงใจต่อกันก็พอ จนกระทั่งถึงงานแต่งงาน

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวต่อว่า พอถึงวันงานแต่งก็ไม่สินสอด ไม่มีจำนวนเงินสดที่วาง เป็นเพียงเช็คฮ่องกง ที่พวกเรารู้กันอยู่แล้ว ว่าวันนี้เค้าไม่มีเงินเลย เป็นการเขียนเช็ควาง เพื่อให้แม่ของเจ้าบ่าว เจ้าสาว และแขกในงานเห็น เหมือนเป็นการช่วยกันบังหน้า ตอนนั้นเจ้าสาวเอะใจแล้ว ทางญาติเจ้าบ่าวก็ไม่มี เพื่อนที่มาก็เป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันเพราะไปยื่นข้อเสนอธุรกิจให้ มางานประมาณ 5-6 คน

และมีแม่ของเจ้าบ่าว ที่มาร่วมงานช่วงเช้ามืด และไม่ลงมาอีกเลย นอกนั้นก็เป็นทางญาติเจ้าสาวหมด ในวันนั้นเจ้าสาวไม่ได้มีความสุขเลย เครียดมาก ทุกคนกดกันเขาหมด ทั้งออกแกไนซ์ ช่างแต่งหน้า ขณะที่เจ้บ่าว ไม่ทำอะไรเลย ใจเย็นมาก ไม่ได้สนใจอะไร บอกแค่ว่า พอเสร็จงานจะไปเคลียร์ที่ฮ่องกง แต่เจ้าสาวเป็นฝ่ายเดือดร้อนมาก สุดท้ายงานก็จบไปได้ด้วยดี แต่ก็ทุลักทุเล เพราะไม่มีเงินไปจ่าย

หลังจากงานจบ พี่ท๊อปก็ไม่ได้หนีหายไปไหน บอกแค่ว่าจะบินไปฮ่องกง พอกำลังจะบินก็บอกว่าป่วย เข้าโรงพยาบาล ไม่ได้ไป ทางอื่นก็กดดันมา ไปตามถึงที่ แต่ทางเจ้าบ่าวก็ไม่สนใจบอกว่า ป่วย ไม่สบาย

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกระแสที่ว่าเจ้าสาวเลิกกับเจ้าบ่าวเพราะว่าเป็นเศรษฐีกำมะลอนั้น ไม่เป็นความจริง ในตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ท็อปรวย เจ้าสาวเองก็ไม่รู้ ทางพี่ท๊อปค่อยๆแสดงออกมาให้เราเห็นเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่คุยเลย เขาใช้ชีวิตเหมือนคนรวย แต่พยายามทำตัวให้เข้ากับเรา ไม่คุย ไม่โอ้อวดอะไรเลย

ในความเป็นจริงคือ ในวันที่เจ้าบ่าวของเจ้าสาวแต่งงาน คือ เจ้าสาวไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าบ่าวมีโปรไฟล์แบบนี้ เพราะในวันที่แม่ดจ้าวาวเรียกสอนสอด 4 แสนบาท ทางแม่เจ้าสาวยังถามเลยว่าไหวมั้ย หาทันไหม ถ้าหาไม่ทันต่อแม่มาก็ได้ แต่เจ้าบ่าวบอกว่า โอเคเลยครับ ถ้ารู้เป็นเศรษฐีจะเรียกแค่ 4 แสนทำไม หลังจากนั้นเจ้าบ่าวพาเราไปทักทาย รู้จักกันเพื่อนร่วมงานเขา ถึงได้ทราบว่าเขามีฐานะ ซึ่งเราก็ดีใจด้วย

“ สำหรับสาเหตุที่หย่า ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าบ่าวไม่รวย เพราะก่อนหน้านี้ เจ้าสาวพูดตลอดว่า ให้ไปคุยกับเจ้าหน้าหนี้ได้นะ เราสามารถช่วยกันได้ ไปคุยกับเจ้าหนี้แต่ละคนได้ เราจะได้ช่วยกันใช้ อย่านิ่งแบบนี้ สงสารคนที่ออกเงินไปแล้ว แต่จุดแตกหัก คือ ความนิ่งเฉยที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ไม่แสดงความรับผิดชอบ นิ่งมาก คนที่เต้นอยู่คนเดียวคือเจ้าสาว เค้าเลยมองว่า คนนี้น่าจะไม่ใช่คู่ชีวิต ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับคนที่รู้จัก ทำกับคนอื่นได้ขนาดนี้เลยหรอ นั่นคือจุดแตกหักที่ทำให้เริ่มแยกกันอยู่ “

“ หลังจากที่ทางเจ้าสาวทราบว่าเจ้าบ่าวไม่มีเงิน เพื่อนไม่ออกไปไหนเลย บางครั้งเหลือเงินแค่ 140 บาท เค้าก็ยังอยู่ด้วยกัน เจ้าสาวพยายามจะหาเงินมาคืนเพื่อนๆ ปรึกษากันเรื่องขายของ แล้วเจ้าสาวไม่ออกมาเจอเพื่อนเลย แต่เจ้าหนี้เริ่มทวง แต่เจ้าบางก็ยังไม่ทำอะไรเลย บอกแค่รอเงินจากฮ่องกงอย่างเดียว วันที่ 8-9 นี้ จะมีเงิน ถ้าหากมีเงินจริง ทำไมถึงต้องหย่า “

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า พอหลังจากที่เราไปหาทนายรณรงค์แล้วเป็นข่าว หลังจากนั้นทางพี่ท๊อปก็ไลน์หาเจ้าสาวว่า ทำไมต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ มั้นใจหรอที่ทำแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่ตอบอะไรเลย เราไม่สามารถติดต่อฝ่ายชายได้เลย สภาพจิตใจเพื่อนก็เครียดมาตลอด เค้าโดนด่าเยอะมาก แต่มีความสบายใจมากขึ้น เค้าได้แสดความบริสุทธิ์ใจให้ผู้เสียหายรู้ส่าเราไม่มีเจตนาที่จะหลอกลวง ส่วนด้านลบ ก็ไม่เสพ

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ก็สบายใจขึ้น ส่วนเรื่องแฟนเก่า เพท่อนตนก็มีโอกาสได้พูดคุยกันแล้ว ก็พบว่าทุกคนก็โดนหลอกเหมือนกัน ลักษณะพาผู้หญิงไปออกรถ แล้วบอกว่าจะดาวน์ให้ พอรถออกมา เขาก็เอารถไปขายแบบผิดกฎหมาย แล้วก็เอาเงินไป แล้วหายไปเลย ตอนนี้แฟนเก่าก็ผ่อนรถจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้แฟนเก่าบางคนก็บอกว่า มีการจ้างหย่า 20 ล้านด้วย จดทะเบียนมาหลายรอบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางเจ้าสาวก็ทราบ แต่เจ้าบ่าวก็บอกเหตุผลว่าไม่สามรถใช้ชีวิตอบู่ด้วยกันได้ ก็เลิกรากันไป ทั้งนี้ จึงอยากฝากถึงทุกคนให้เสพข่าวอย่างมีสติ

บทความก่อนหน้านี้นายทหารคนสนิท “ป๋าเปรม” แจงปมคืนบ้านสี่เสา – จ่อทุบ เอาไปทำอะไรต่อ
บทความถัดไปไม่อยากให้ใครสงสาร! วุ้นเส้น แมนยอมโดนด่า เลิกรามีขัดแย้ง ความจริงยังอยู่ในหัว(คลิป)