เสี่ยท็อป ออกรายการสด ตอบทุกข้อข้องใจ กำมะลอจริงหรือไม่ ขายเห็ดมีเหตุผล!

เสี่ยท็อป ออกรายการสด ตอบทุกข้อข้องใจ กำมะลอจริงหรือไม่ ขายเห็ดมีเหตุผล!

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายฝ่ายชายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาทตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่าน ไม่ยุ่งด้วยแล้ว! ทนายดังประกาศตัดขาด เลิกทำคดีช่วยเจ้าสาวพริตตี้ กับเสี่ยท็อปเจ้าบ่าวหมื่นล้าน

ล่าสุด เสี่ยท็อป ผู้ถูกกล่าวหา ได้เปิดหน้าโฟนอินเปิดเผยผ่านรายการข่าวช่อง 8 ว่า เรื่องหนี้สินยังไงก็ต้องกลับไปรับผิดชอบ แต่ไม่ได้นัดวัน เวลา ที่จะกลับไปเคลียร์ เมื่อเสร็จธุระจะกลับมาเคลียร์ สำหรับออร์แกไนซ์ ก็ได้ติดต่ออยู่เรื่อยๆ กลับไปถึงเมืองไทยก็จะนัดไปเคลียร์ ได้ติดต่อเรื่อยๆ เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่นับถือกันอยู่

เมื่อถามว่า ทำไมไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดี เสี่ยท็อป กล่าวว่า สำหรับออร์แกไนซ์ คงไม่แจ้งความ เพราะไม่ใช่เรื่องอาญา แต่ที่ผ่านมาก็คุยกันมาตลอด มีแต่ทางโรงแรมที่ขาดติดต่อไป แต่ก็รับผิดชอบในหนี้สินอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยว่ามีผู้เสียหายเปิดเผยหลายกรณี แต่ทำไมไม่มีใครแจ้งความ เป็นเพราะเอาเงินไปเคลียร์แล้วหรือไม่ เสี่ยท็อป กล่าวว่า ไม่ใช่เลยครับ

มื่อถามว่า คุณท็อปเป็นคนยังไงเป็นคนอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เสี่ยท็อป กล่าวว่า คดีความที่เกิดขึ้นแต่ก่อน เราทำธุรกิจมันเกิดขึ้นได้ แต่ว่า ไม่ใช่เป็นคดีที่เกิดจากการไปหลอกเอาเงินคนอื่น เป็นเรืองการกลั่นแกล้ง คดีความจบลงหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีคดีค้าง

เมื่อถามว่า ทำไมเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่บ่อย เสี่ยท็อป กล่าวว่า ผมเปลี่ยนแค่ 3 ครั้ง ถามว่า เปลี่ยนชื่อ 3 ครั้งในรอบ 50 ปี บ่อยเหรอ ที่เปลี่ยนบ่อยเพราะผมเป็นคนเชื่อเรื่องดวง เรื่องหมอดู พอหมอดูทักก็ไปเปลี่ยน ไม่เคยหนีคดี ถ้ามีข้อกล่าวหา เราก็ชี้แจง

เมื่อถามว่า จริงเป็นเสี่ยฐานะร่ำรวย หรือ เอาภาพโปรไฟล์ไว้หลอกคน เสี่ยท็อป กล่าวว่า เรื่องที่บอกว่ารวยเป็นเสี่ย พวกท่านเป็นคนตั้งขึ้นมา เรื่องภาพ เป็นการถูกแฮ้ก ถูกดึงข้อมูลไปเผยแพร่ ภาพที่อยู่บนแอฟ ตั้งเป็นไพรเวททั้งนั้น มีคนเอาออกไปเผยแพร่ทั้งนั้น

เมื่อถามว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ จะตอบสังคมยังไง เสี่ยท็อป กล่าวว่า มันเกิดจากการบิดเบือนข่าว ทำให้กลายเป็นกระแส ผมกลายเป็นผู้เสียหายที่ทำให้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งฉายาให้

เมื่อถามว่า ทำไมไม่แถลงข่าวชี้แจงที่ประเทศไทย เสี่ยท็อป กล่าวว่า ผมมีกำหนดการณ์เดินทางอยู่แล้ว ต้องมาคุยเจรจาเรื่องธุรกิจ เป็นภารกิจสำหรับของผมที่ต้องมาทำ

เมื่อถามว่า มีการออกมาแฉจำนวนมาก จะตอบอย่างไร เสี่ยท็อป กล่าวว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ก็ต้องมีหลักฐานดำเนินคดี แต่เท่าที่สังเกตมีแต่คำกล่าวอ้าง และไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน เลยเป็นเรื่องคุกคามใหญ่โต

เมื่อถามว่า มีสื่อต่างประเทศออกข่าวว่า มีนักธุรกิจชาวจีนมีส่วนพัวพันและถูกแบนไป เสี่ยท็อป กล่าวว่า เพิ่งได้ยินข่าวเมื่อเช้าก็ตกใจ ซึ่งชื่อบริษัทเป็นคนละบริษัทกัน และไทม์ไลน์ของผมไม่ได้อยู่ที่นั่น ผมอยู่ประเทศไทย มันเป็นไปไม่ได้

เมื่อถามว่า มีพาสปอร์ตสีน้ำเงิน เข้าออกประเทศจีน บัตรเข้าออกทำเนียบ มีได้อย่างไร เสี่ยท็อป กล่าวว่า ไม่มีการทำปลอมอยู่แล้ว บัตรราชการก็ต้องมีการตรวจสอบก่อนออก ซึ่งเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว ก็สามารถไปตรวจสอบได้ อย่างพาสปอร์ตน้ำเงิน ก็ต้องมีเอกสารชัดเจนถึงจะตรวจสอบได้ โดยขณะนั้นเป็นคณะทำงานให้ท่านสุชาติ ลายน้ำเงิน คณะของท่านเฉลิม อยู่บำรุง โดยการที่เข้าไปประเทศจีน ไปในฐานะตัวแทนของการรถไฟ

เมื่อถามเรื่องการขายเห็ด เสี่ยท็อป กล่าวว่า ขายเห็ดจริง ผมไปสร้างอาชีพให้แฟนเก่า อยากให้มีอาชีพปกติ ก็ต้องทำให้ดู

“จริงๆ เรื่องนี้อาจจะเกิดจากปัญหาของสามีภรรยา จากเรื่องเล็กๆ แต่มีขบวนการปั่นจนทำให้เรื่องลุกลามบานปลาย” เสี่ยท็อป กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ดิอาจิโอเปิดตัว “ซิงเกิ้ล มอลต์ มาสเตอร์คลาส” ครั้งแรกในประเทศไทย มอบความรู้และประสบการณ์การเลือกสรรซิงเกิ้ล มอลต์อย่างมืออาชีพ
บทความถัดไปเหลือเชื่อ! ต้นตะเคียนมุดน้ำหนี ชาวบ้านเชื่อวิญญาณทหารสิง เผยเหตุเอาขึ้นไม่ได้