ปคม.แฉคดีค้ากามด.ญ. แม่ฮ่องสอนพบข้อมูลข้าราชการ-คนดังในแม่ฮ่องสอนจำนวนมากเกี่ยวข้อง รวมถึงคนสนิทอดีตบิ๊กข้าราชการในพื้นที่เข้าข่ายธุระจัดหา เตรียมรวบรวมหลักฐานขอออกหมายจับ “บิ๊กแป๊ะ” ยันโยงถึงใครดำเนินคดีไม่ไว้หน้าเด็ดขาด ผบช.ภาค 5 ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย “บิ๊กป๊อก”ก็ขอเวลาให้ชุดสืบสวนที่ไปหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ ยันถ้าผลออกมาผิดจริงโดนหนักแน่ หากไม่เกี่ยวข้องแต่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ก็ถือว่ามีความผิดทางวินัย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 เม.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดค้าประเวณีในพื้นที่ อ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่อง สอน ว่า มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าว เบื้องต้น พล.ต.อ.ศรีวราห์รายงานความคืบหน้าคดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย
เนื่องจากคดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะดำเนินการจับกุมตามกฎหมายอย่างแน่นอน ส่วนการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวน การคนอื่นๆ มอบหมายให้บช.ภาค 5 เร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนมากสุด หากพบผู้ต้องสงสัยรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องจะเชิญตัวมาสอบปากคำทั้งหมด
ด้านพ.ต.อ.มนตรี เบ้าทอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปคม. เผยว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา พูดคุยกับแม่เหยื่อผู้เสียหาย พบว่ามีผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ กอ.รมน. ติดต่อประสานมาเพื่อขอข้อมูล โดยแม่ของเหยื่อได้อัดเสียงไว้ เบื้องต้นต้องตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ นอกจากนั้นยังประสานชุดคุ้มครองพยานพากลุ่มผู้เสียหายอีกหลายรายที่ จ.แม่ฮ่องสอน พามาสอบปากคำเพิ่มเติม คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจึงจะมีความชัดเจน รวมถึงการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเด็กหญิงด้วย
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนเผยว่า นอก จากข้าราชการระดับสูงที่ถูกกล่าวหาในการซื้อบริการเด็กหญิงแล้ว ยังตรวจสอบพบว่ามีบุคคลใกล้ชิดอดีตผวจ.แม่ฮ่องสอน อาจเข้าข่ายถูกพาดพิงถึงกรณีจัดหาเด็กหญิงมาบริการ รวมถึงข้าราชการและบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่อีกหลายรายที่อาจเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียดให้แน่ชัด เพื่อรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ
วันเดียวกัน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภาค 5 เผยว่า ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนสอบสวน ทั้งในส่วนของ บช.ภาค 5 และบก.ปคม. ตามที่พล.ต.อ.ศรีวราห์เร่งรัดและกำชับสั่งการให้ดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบผู้ใดเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ได้กระทำความผิดต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน
ส่วนกรณีที่ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเด็กสาวด้วยนั้น พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว หากพบว่ามีการกระทำความผิดต้องดำเนินการทั้งตามกฎหมายและทางวินัย ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ส่วนจะต้องเชิญตัวมาสอบปากคำหรือไม่ ต้องรอให้การสืบสวนสอบ สวนได้ผลสรุปชัดเจนเสียก่อน โดยพล.ต.อ. ศรีวราห์ จะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าด้วยตัวเองในเร็วๆ นี้
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเดียวกันว่า ขอเวลาให้นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัด มท. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ตรวจสอบข้อมูลก่อน โดยกำชับให้สอบสวนโดยเร็ว แต่นายประยูรเพิ่งลงพื้นที่ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หากจะให้ได้ผลทันทีคงไม่ได้ เพราะต้องหาข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และคนในพื้นที่ แต่คณะทำงานพยายามเร่งสอบสวนไม่เกิน 1 เดือนตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
เมื่อถามว่าจะมีการสอบสวนไปถึงอดีตผวจ.แม่ฮ่องสอนที่ขณะนี้ย้ายไปเป็น ผวจ.อุตรดิตถ์หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนต้องสอบถามข้อมูลว่าโยงไปถึงใครบ้าง ต้องหาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาก่อน แต่ต้องนำข้อมูลมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ถึงจะสอบสวนคนอื่นๆ ต่อ ขอให้รอข้อมูลสักนิด
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ระบุชัดเจนว่า มีหลักฐาน ผวจ.แม่ฮ่องสอนมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ตร.ได้ประสานขอข้อมูลมายังมท.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานไปติดตามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องอยู่ มท.จะดูในเรื่องของวินัย ส่วนเรื่องคดีอาญาต้องแยกกันดำเนินการ
ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ให้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ย้ายออกจากพื้นที่ก่อนเพื่อความสบายใจในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ให้คณะทำงานสอบ สวนข้อเท็จจริงมาก่อน สิ่งที่เกิดในขณะนี้มาจากการสอบสวนของตำรวจและผู้ที่อยู่ในการสอบสวนที่ให้ข่าวเช่นนั้น แม้จะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงและไม่ใช่แม่โดยตรง แต่เป็นผู้ที่อยู่ในขบวนการ ถ้าฟังข้อมูลเพียงแค่นั้นแล้วตัดสินจะเร็วเกินไป เมื่อส่งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงลงไปแล้ว ควรจะรอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงมาตรการป้องกันไม่ให้ข้าราชการเข้าไปเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ว่า รัฐบาลกำชับทุกภาคส่วนอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างไร เราพยายามหยุดขบวน การค้ามนุษย์ต้องทำให้ไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรือไปอยู่ในขบวนการจะมีความผิดมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ ความผิดในกรณีค้ามนุษย์เป็นคดีอาญา มีกฎหมายในการดำเนินการ ขณะนี้แยกเป็น 2 ส่วน มท.สืบหาข้อเท็จจริงทางวินัยเพื่อลงโทษ ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ถือว่ามีความผิดทางวินัย แต่ต้องมีหลักฐานว่ามีความผิดสถานใด ส่วนทางกฎหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการ
รายงานข่าวแจ้งว่า นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ อดีตผวจ.แม่ฮ่องสอน หนึ่งในผู้ที่ถูกพาดพิงในคดีดังกล่าว โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ตามที่มีกระแสข่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนซื้อบริการเด็ก ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ว่าผมไม่ทำเช่นนั้นแน่ ในวันที่ไปรับตำแหน่ง 1 ต.ค.58 คืนนั้นนอนที่วัดพระธาตุดอยกองมู เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและครอบครัวครับ และผมก็เชื่อมั่น 100% ว่าท่านผู้ว่าฯสืบศักดิ์ คนปัจจุบันท่านไม่มีวันทำเช่นนั้น
ความจริงจะปรากฏในไม่ช้านี้ ทั้งการตั้งกรรมการจากกระทรวงมหาดไทย และคดีที่ ปคม. และตำรวจภูธรภาค 5 รับผิดชอบดูแลอยู่ ถ้าทำผิดจริงไม่มีใครหนีพ้น แต่ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงก็ถูกพิพากษาทางสังคมตามกระแสที่สื่อเสนอไปแล้วครับ ความดี ความงาม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหายไปในพริบตาครับ ขอกำลังใจจากเพื่อนๆ และโปรดใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ข่าวสารด้วยครับ ขอบคุณครับ”
วันเดียวกันที่ กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยเข้าพบพ.อ.สมเจตต๊ะภ์ ภักดีบรรณดิษฐ์ รองผอ.รมน.แม่ฮ่องสอน มอบข้อมูลเกี่ยวกับ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่พัวพันกับเด็กสาวค้าประเวณี เพื่อให้ตรวจสอบความชัดเจนในข้อมูลดังกล่าว หลังนำข้อมูลชุดเดียวกันเข้าให้ถ้อยคำต่อนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัด มท. ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้รับคำแนะนำว่าควรตรวจสอบในข้อมูลที่ได้รับ
นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการตรวจสอบในห้วงเวลาและสถานที่ที่มีการถูกกล่าวอ้าง เช่น เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. 2559 มีการจัดงานเลี้ยงรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มารับตำแหน่ง ที่อาคารของโรงเรียน แห่งหนึ่ง ในการจัดงานเลี้ยงคาดว่ามีความประสงค์จะใช้บริการจากเด็ก แม่เล้าจึงนำเด็กมาร่วมงานเลี้ยงหลายราย และมีการนำเด็กไปใช้บริการในสถานที่หลายแห่ง และกรณีที่มีการนำเด็กไปใช้บริการดังกล่าว ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ในความผิดต่อผู้นำเด็กไปใช้บริการซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดงานเลี้ยงดังกล่าว
“เร็วๆ นี้ หากผมรวมรวบหลักฐานสำคัญครบถ้วนแล้ว จะเดินทางเข้าไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้เข้ามาดำเนินการสอบสวนเรื่อง ดังกล่าวข้างต้นต่อไป ทั้งนี้ในนามของสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ไม่ต้องการให้มีระบบแบบนี้ต่อไปในอนาคต เนื่องจากเป็นระบบที่ส่งผลให้เกิดการทุจริตต่อหน้าที่ และกระทบต่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับราษฎร” นายบุญญฤทธิ์กล่าว