รวบอีก5ผู้ต้องหาคดี ค้ากามด.ญ.เป็นพ่อเล้า- แม่เล้าจัดหาหญิงสาวให้กลุ่มตร. ขรก. ขณะที่ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนเข้า รายงานตัวมหาดไทยแล้ว กลุ่มองค์กรท้องถิ่นแห่ให้กำลังใจถึงสนามบิน เจ้าตัวเปิดใจยืนยันบริสุทธิ์ล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยประพฤติชั่ว ครวญยอมเจ็บปวดเพื่อให้ระบบอยู่ได้ ให้การสอบสวนเป็นอิสระ โปร่งใส ความจริงก็คือความจริง ส่วน ปคม.บุกดูโรงแรม รีสอร์ต ที่เกิดเหตุ ต้องไล่ตรวจสอบย้อนหลังถึง 2 ปี เตรียมนำผู้เสียหายเข้าเครื่องจับเท็จ ยืนยัน คำให้การประกอบเป็นหลักฐานเอาผิด

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานแม่ ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ใน จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต. อบจ. และเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน มาส่ง และให้กำลังใจนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่เดินทางด้วยเครื่องบิน มารายงานตัวที่กระทรวงมหาดไทย กทม. หลังนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว โดยสืบเนื่องจากคดีค้ากามเด็กหญิงในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน

นายสืบศักดิ์กล่าวกับทุกคนที่มาส่งว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขอยืนยันว่าบริสุทธิ์ล้านเปอร์เซ็นต์ อยากให้ทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกพลังองค์กรใน จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมมือกันสืบเสาะหา ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้เมืองแม่ฮ่องสอนพ้นข้อครหา และข้อเหยียดหยามจากสังคมที่รุมประณาม ขอให้ทุกคนร่วมกันหาข้อเท็จจริงให้กระจ่างโดยเร็ว เพื่อศักดิ์ศรีของชาวแม่ฮ่องสอน ควรดูให้ถ่องแท้ว่าใครพูดจริง หรือเท็จ ยิ่งเทคโนโลยีในขณะนี้ ไม่มีใครโกหกใครได้อย่างแน่นอน

ด้านนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) กล่าวว่าจะยื่อข้อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐในคดีค้ากามเด็กหญิง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย จะไปยื่นที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล กทม. และจะไปยื่นเรื่องถึง ผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับ การปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน สอบปากคำพยานคดีค้าประ เวณีเด็ก พร้อมทั้งตรวจสอบรายละเอียดการเข้าพักโรงแรม รีสอร์ต และสถานที่นัดพบกัน ตามที่ผู้เสียหายพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุ โดยจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เข้าพักย้อนหลัง 2 ปีที่ผ่านมา และพบสถานที่ตรงกับ คำให้การของเหยื่อ แต่ค่อนข้างยากในการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากพนักงานโรงแรมและรีสอร์ตได้เปลี่ยนคนไปแล้ว

ล่าสุดพนักงานสอบสวน ปคม. ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาคดีค้ากาม ด.ญ.อีก 5 คน คือนายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภักดีพงศ์ อายุ 30 ปี, น.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว อายุ 31 ปี, น.ส.กนกวรรณ หรือม่อม รัตนภักดี อายุ 22 ปี, น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม อายุ 39 ปี และน.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ อายุ 40 ปี

ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ในฐานความผิดร่วมกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี และผู้ที่สมคบกันกระทำผิดคนใดคนหนึ่งได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกัน เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น

ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งหญิงแม้บุคคลนั้นจะ ยิน ยอมหรือไม่ก็ตาม เป็นกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบความผิดจะกระทำใน หรือนอกราชอาณาจักร โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี โดยปราศจากเหตุ อันควร และร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุ 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากมารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่ออนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย

รายงานข่าวขณะนี้ตำรวจควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้แล้ว จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นธุระจัดหาหญิงสาวให้แก่กลุ่มข้าราชการตำรวจ กลุ่มข้าราชการหน่วยความมั่นคง กลุ่มข้าราชการฝ่ายปกครอง โดยกระทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 เป็นต้นมา ส่วน ส.ต.อ.นิรันดร์ สายจันทร์ ส.ต.ต.พิทักษ์ สมกุล และ ส.ต.ท. เพชร เตชะโอฬาร ตำรวจสังกัด สภ.กองก๋อย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ถูกออกหมายจับกุมเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา และสั่งให้ออกจากราชการ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวถึงคดีค้าประเวณีเด็กว่า เรื่องนี้เลิกไปตั้งแต่ปรโลกที่แล้วมั้ง ตนไม่เคยทำ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยเจอว่ามีใครจะต้องมาเลี้ยงรับแบบนี้ เป็นนายกฯ เวลาไปไหนก็จะประหยัดเวลามากที่สุดไปแล้วก็กลับ ไม่รบกวน พยายามไม่ค้าง และไม่ใช่เป็นเรื่อง ไม่เอาใจใส่ เพียงแต่พูดให้จบ สั่งการให้เร็ว แล้วติดตามงาน ดีกว่าจะไปนอนค้าง เดี๋ยวเขาก็ต้องเลี้ยงข้าว เสียเวลา ไปประชุมแต่ละครั้ง จะสั่งเสมอว่าไม่ต้องจัดอาหารมากมายให้เป็นลักษณะเวิร์กกิ้งลันช์ คือกินไปด้วยคุยไปด้วย อาหารจานเดียวบนโต๊ะ ประชุมเสร็จก็กลับ จะไปเป็นภาระกันทำไม

“เรื่องการเลี้ยงรับเลี้ยงส่งไม่จำเป็นต้องมากมาย ความดีมันปรากฏอยู่วันหลังว่างานมันดี หรือไม่ดี ไม่ใช่ต้องมาเลี้ยงรับเลี้ยงดู ปูเสื่อ แล้วที่บ้านไม่มีเสื่อจะปูกันหรืออย่างไร ไม่มีที่นอนหรือที่บ้าน ก็ขอให้นึกถึงครอบ ครัวกันบ้างว่าครอบครัวมีความเป็นห่วง เป็นใย อีกทั้งชื่อเสียงเกียรติยศทั้งหมด นโยบายรัฐบาลนี้ไม่มีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าตรวจสอบพบเมื่อไหร่ก็ต้องลงโทษอย่างน้อยก็เริ่มจากทางวินัยก่อน และถ้ามีความผิดทางอาญาก็ต้องดำเนินคดีทางอาญาต่อไป” นายกฯ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า โดยสรุปในชั้นนี้คดีค้ากามด.ญ.แม่ฮ่องสอนมีผู้ต้องหา 33 คน อีกทั้งยังมีข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูงอีก 1 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอีก 1 คน ตำรวจไม่ต่ำกว่า 10 ราย นอกจากนี้เตรียมนำเหยื่อสาวเข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานขออนุมัติหมายจับกับกลุ่มข้าราชการต่อไป และเตรียมควบคุมตัวมาแถลงผลในวันที่ 3 พ.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พนักงานสอบสวน ปคม. เตรียมนำหญิงสาวเหยื่อค้าประเวณีเข้าเครื่องจับเท็จภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อยืนยันว่าคำให้การเป็นความจริง ไม่ใช่ปั้นเรื่อง หรือรับจ้างมาให้การ โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายให้การกับนักสหวิชาชีพ พร้อมทั้งบันทึกวิดีโอคำให้การเป็นหลักฐานแล้ว ระบุว่าในงานเลี้ยงต้อนรับแห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ตนเองและเพื่อนถูกข้าราชการสูงวัยลูบคลำล่วงเกิน พร้อมแสดงตัวตนว่ามีตำแหน่งใหญ่ และผู้เสียหายยังชี้ภาพใบหน้ายืนยันและลงชื่อกำกับภาพด้วย ชุดสืบสวนจึงมีความเห็นในเบื้องต้นว่า ข้าราชการคนดังกล่าวเข้าข่ายผิดฐานเป็นพ่อเล้าธุระจัดหาเด็กสาวมาให้บริการแขก ที่มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ และเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์

ข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนเตรียมยื่นเอกสารพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับนายตำรวจระดับ รอง ผกก. สารวัตร และ ด.ต. รวม 3 นาย ข้อหาร่วมกันกระทำชำเรารุมโทรมและพรากผู้เยาว์

ต่อมาเวลา 15.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เดินทางมารายงานตัวต่อนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสืบศักดิ์กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวว่า ยอมเจ็บปวดเพื่อให้ระบบอยู่ได้ การที่ออกจากพื้นที่จะทำให้เกิดอิสระในการสอบสวน และยินดี ที่จะออกมาเพื่อให้ทุกอย่างอิสระ เกิดความโปร่งใส ยืนยันว่าไม่เคยประพฤติชั่วเช่นนั้น อีกทั้งขณะนี้กระบวนการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยก็ยังไม่เสร็จสิ้น หรือมี ข้อสรุปว่าทำผิด

“จากนี้จะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ อีก เพราะผมพูดไปหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบ สวน ขอให้สื่อมวลชนไปหาข้อเท็จจริง และไม่ต้องโทร.หาผม และไม่ว่าผลสอบจะออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับทุกอย่างเสมอ ความจริงก็คือความจริง ขอให้ความจริงได้ปรากฏก่อนแล้วค่อยบอกว่าใครถูกใครผิด ตอนนี้ขอให้สื่อมวลชนไปหาความจริงก่อน ผมยอมเจ็บปวดเพื่อให้สังคมอยู่ได้ นี่จะเป็นบทเรียนของสังคมที่จะเรียนรู้ต่อไป” นายสืบศักดิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตนเองได้อย่างไร นายสืบศักดิ์กล่าวว่าอยากให้สื่อมวลชนไปหาข้อสังเกตเอาเองว่าทำไมจึงเกิดขึ้น อยากถามสื่อมวลชนกลับว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะสื่อมวลชนเป็นคนพุ่งเป้ามาที่ตน

ส่วนนายกฤษฎากล่าวว่าเป็นการย้ายชั่วคราว 30 วัน ต้องรอกระบวนการสอบสวน โดยคณะกรรมการของกระทรวงมหาดไทย ต้องสอบปากคำคนที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานราชการที่ดูแลพยานซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ และเมื่อผวจ.ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว ขอให้หน่วยงานใดก็ตามเร่งสอบสวนให้ข้อเท็จจริงปรากฏโดยเร็ว เช่น จะเสนออัยการส่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก็ขอให้ส่งเลย และขณะนี้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ไม่ได้กังวลใจตรงนี้ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน