พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. นำทีมเปิดปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี 60/4” บุกค้น31 จุดทั่วปท. ตัดเส้นทางการเงิน เครือข่ายค้ายาไซซะนะ ท้าวสีสุก และอุสมาน สะแลแมง จุดใหญ่อยู่ที่ จ.อุดรธานี สามารถยึดรถหรู เงินฝากและทรัพย์สินอื่นๆ รวม 100 ล้านบาท ขณะที่เลขาธิการป.ป.ส.เผยเครือข่ายยาบ้า 4 เครือข่ายใหญ่ 3 เครือข่ายอยู่ในลาว ถูกจับแล้ว ยังเหลือนายอุสมาน สะแลแมง ที่ยังหลบหนีอยู่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่กองกำกับการ ตชด. ที่ 24 จ.อุดรธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป 1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป.ป.ส. สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก สำนักงานปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร ศอ.ปส.มท. และเจ้าหน้าที่ดีอีเอ ร่วมแถลงผลการบูรณาการกำลังปฏิบัติการตามแผน “ชัยยะสยบไพรี 60/4” ของกองบัญชาการตำรวจปราบปราม ยาเสพติด เพื่อทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ต่อบุคคลในเครือข่ายท้าวสีสุก ดาวเรือง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าจู่โจมตรวจค้นพร้อมกันจำนวน 31 เป้าหมาย ประกอบด้วยพื้นที่ จว.อุดรธานี 14 เป้าหมาย จ.หนองคาย 1 เป้าหมาย จ.ขอนแก่น 3 เป้าหมาย จ.ร้อยเอ็ด 4 เป้าหมาย จ.ยะลา 1 เป้าหมาย จ.นราธิวาส 3 เป้าหมาย จ.ปัตตานี 1 เป้าหมาย และกทม. 4 เป้าหมาย
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย เป็นการจับกุมตามหมายจับจำนวน 2 ราย ได้แก่ 1.นายรัชพล รัฐสพลพกรณ์ หมายจับศาลอาญาที่ 130/2560 ที่ถ.โพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 2.นายเอีย มิ้งไซย หรือเอก ภูมิลำเนาแขวงสะหวันนะเขตประเทศลาว ตามหมายศาลอาญาที่ 19/ 2560 ลงวันที่ 25 ม.ค.2560 (หมาย บก.ปส.3 เลขคดี 96/2559) สถานที่จับกุม อ.เมือง จ.มุก ดาหาร และเป็นการจับกุมพร้อมของกลางจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายซัมรี เจ๊ะอาเด๊ะ อายุ 26 ปี 2.นายซูฮา เม๊าะมากอ อายุ 23 ปี 3.นายบุญมา จันทะชาติ อายุ 59 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด น้ำต้มพืชกระท่อม 0.5 ก.ก. อาวุธปืนแก๊ปไม่มีทะเบียน 1 กระบอก อาวุธปืนสั้น 9 ม.ม.ยี่ห้อซีแซด 1 กระบอก ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อทำการตรวจสอบตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 จำนวน 26 รายการ และทรัพย์สินอื่นๆ อยู่ในระหว่างการตรวจยึดเพิ่มเติม
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า ที่จังหวัดอุดรธานี มีเป้าหมายหลักอยู่ที่บ้านของนาย รัชพล รัฐสพลพกรณ์ เลขที่ 92/12 ถนนโพน พิสัย เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งนายรัชพลได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาแล้ว 3 ครั้ง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวท้าวเอีย หรือเอก มิ้งไซย อายุ 23 ปี ราษฎรแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาวได้ ขณะขับรถเดินทาง มาทำธุระในเมืองมุกดาหาร สำหรับนายเอีย เป็นกลุ่มของท้าวอุไท คำอวน ซึ่งเป็นเครือข่ายของท้าวสีสุก ดาวเรือง และนายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาว จากนั้นก็ได้มาจับกุมนายรัชพลแล้วตรวจยึดรถหรู 9 คัน และรถจยย. 1 คัน โฉนดที่ดิน 2 แปลง เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ 18 รายการ สมุดเงินฝากธนาคาร 10 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 7 ใบ, หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท 17 แห่ง, และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการธนาคารต่างๆ อีก 28 รายการ มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดตรวจสอบทั้งหมดประมาณ 100 ล้านบาท โดยยังสามารถจับผู้ต้องหารายย่อยได้อีก 3 คน ของกลางยาบ้า 100 เม็ด ปืน 2 กระบอก
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยต่อว่า ในการเปิดยุทธการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตัดวงจรการเงินของบุคคลที่เป็นเครือข่ายยาบ้าของนายไซซะนะ แก้วพิมพา และท้าวสีสุก ดาวเรือง ที่ได้รับข้อมูลจากประเทศลาว โดยนายรัชพลทำหน้าที่ดูแลธุรกรรมการเงิน หลังจากจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา แล้วทางประเทศลาวก็ได้จับกุมท้าวสีสุก ดาวเรือง ซึ่งทั้งสองคนนี้มี เครือข่ายยาเสพติดทั้งในประเทศลาวและไทย รวมทั้งยังขยายไปประเทศมาเลเซีย
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดินแดง นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่ปปง. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตามยุทธการบูรณาการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 6/2560 ตามแผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 60/4” ของเครือข่ายท้าวสีสุก ดาวเรือง ผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดชาวลาว ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 3 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ยึดของกลางยาบ้าจำนวน 4,417,531 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 100.15 กิโล กรัม ยาเคตามีน 49 กิโลกรัม ยาอี 1,514 เม็ด และกัญชาแห้ง 4 กรัม
คดีแรกเจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 บช.ปส. และตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันจับกุมนายศักดิ์ชัย แซ่ย่าง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/1 หมู่ 5 จ.บ้านหวด อ.งาว จ.ลำปาง และนายย่าฟ่าตี่ แซ่ย่าง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 269 หมู่ 10 ต.ห้วยข้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 4,016,000 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 100 ก.ก. ยาเคตามีนน้ำหนัก 49 ก.ก. รถยนต์จำนวน 3 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 7 เครื่อง สามารถจับกุมได้บริเวณหน้าวัดปางหมอปวง หมู่ 6 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียง ราย ต่อเนื่องถนนสายเชียงแสน-เชียงของ บ้านป่าสักหางเวียง หมู่ 9 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตำรวจปส.3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ศรภ. กองทัพไทย ได้ร่วมจับกุมนายโนเวอร์เดียน สุเทียนซาห์ สุเท็ดโจ้ อายุ 38 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย พร้อมของกลางยาอีจำนวน 1,514 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 1.5 กรัม และกัญชาแห้งน้ำหนักประมาณ 4 กรัม บริเวณด้านหน้าล็อบบี้ อาคารชุดเดอะเมทคอนโดมิเนียม แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม.
ส่วนคดีที่ 3 ตำรวจกก.1 บก.ปส.4 จับกุมนายจักรี อุ่นสำราญ อายุ 31 ปี นายเฉลิม นาคภักดี อายุ 29 ปี นายเสรินทร์ ยาเพ็ชรน้อย อายุ 32 ปี นายทันณกร สุมทอง อายุ 32 ปี นายศานิต อิสสอาด อายุ 34 ปี และน.ส.ชุติมา เทกอง อายุ 19 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 401,531 เม็ด รถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง และอาวุธปืนยี่ห้อซีแซด ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 9 นัด โดยสามารถจับกุมนายเสรินทร์ นายทันณกร นายศานิต และน.ส.ชุติมา ได้ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพระราม 2 ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
ก่อนขยายผลจับกุมนายจักรี และนายเฉลิมได้ที่ลานจอดรถภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศาลายา ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม
นายศิรินทร์ยากล่าวเพิ่มว่า สำหรับปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 60/4 มีเป้าหมายมุ่งอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ เครือข่ายท้าวสีสุก ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายอุสมาน สะแลแมง ผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการนำยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้ และประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้เครือข่ายยาเสพติดสำคัญมี 4 เครือข่าย ซึ่งตำรวจปส. สามารถจับกุม และยึดทรัพย์สินจำนวนมากไปแล้ว 3 เครือข่าย ประกอบด้วยท้าวสีสุก ที่ยึดกว่า 300 ล้านบาท, ท้าวพรประสงค์ที่ทางการลาวจับกุม ยึดทรัพย์สินได้ 400 ล้านบาท, และเครือข่ายนายไซซะนะ ยึดที่ดิน ทรัพย์สินอื่นๆ รวม 300 ล้านบาท ขณะที่อีก 1 เครือข่าย คือเครือข่ายนายอุสมาน สะแลแมง ที่เปลี่ยนชื่อหลบหนีอยู่ในลาว ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการประสานทางการลาว กัมพูชา และมาเลเซีย เพื่อติดตามตัวเนื่องจากเชื่อว่านายอุสมานหลบหนีออกจากลาวแล้วเนื่อง จากการกดดันจากฝั่งเจ้าหน้าที่