ตำรวจเปิดคลิปนาที “ดีเจ.เชาเชา” บึ่งเก๋งเลกซัสชนโจ๋แว้นวัย 18 ดับ เห็นจะจะแก๊งแว้น ปิดถนนแข่งซิ่งก่อนเกิดเหตุศานิตย์ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากญาติไม่พอใจจะลงไปคุมคดีเอง ทนายความนำเก๋งของดีเจ.คนดังมอบให้พฐ.ตรวจสอบ อีกคดีหนุ่มวัย 51 มอบตัวคดีเฉี่ยวพ่อดาราสาว “โดนัท-มนัสนันท์” ขณะปั่นจักรยานออกกำลังที่นนทบุรีจากกรณีนางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี เข้าพบพ.ต.ท.ชัยณรงค์ แดงนกขุ้ม สว.(สอบสวน) สน.สายไหม เพื่อให้ช่วยติดตามคดีกรณีนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี ลูกชาย ถูกรถยนต์เลกซัส สีขาว ทะเบียน กฆ 6782 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายชวลิต หรือ ดีเจ.เชาเชา ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี เฉี่ยวชนบริเวณถนนตัดใหม่วัชรพล-สุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา บาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ร.พ.ภูมิพลฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากคู่กรณี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 พ.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวที่บช.น.ว่า สั่งการให้สน.สายไหม เร่งดำเนินการแล้ว หากญาติผู้เสียหายคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจะลงไปควบคุมคดีเอง หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าว กำชับพ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม และ ผบก.น.2 และรอง ผบก. น.2 ให้เร่งรัดตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุว่าเกิดจากอะไร เบื้องต้นทราบว่าหลังเกิดเหตุดีเจ.เชาเชาไปลงบันทึกประจำวันที่สน.สายไหมว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ยัง ไม่ได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุมาให้ตรวจสอบ

“ผมยังไม่ได้ลงลึกรายละเอียดในการลงบันทึกประจำวัน แต่มันมีกฎหมายขับรถชนผู้อื่นแล้วไม่หยุดรถ แจ้งเหตุและทำการช่วยเหลือจะเข้าความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก เขาคงไปแสดงตัวว่าเขาให้การช่วยเหลือ ต้องสอบสวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ เมื่อคู่กรณีเสียชีวิต หากตรวจสอบแล้วพบว่าดีเจ.เชาเชามีความผิดจริงต้องแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาไม่หยุดรถแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน หรือหลบหนี ต้องดูอีกทีว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร” ผบช.น.กล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นสั่งการให้นำรถของดีเจ.เชาเชามาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสภาพรถ แต่ที่ตรวจดูคร่าวๆ พบว่ารถของดีเจ.เชาเชามีร่องรอยเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์เยื้องมาทางขวาด้านหลัง กำลังตรวจสอบว่าความประมาทเกิดจากผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าใครเป็นผู้ประมาทต้องดำเนินคดีกับทุกคน ยืนยันอีกครั้งว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายให้มากที่สุด อย่าไปคำนึงว่าเขาเป็นดีเจ.เชาเชา ต้องคิดว่าเขาเป็นคนคน หนึ่ง ที่มีเหตุเกิดขึ้นมาแล้วทุกคนจะต้องช่วยกันเยียวยาแก้ไข ใครผิดก็ว่าไปตามนั้น

ส่วนที่ห้องประชุม ศปก.สน.สายไหม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ พร้อมพ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ต.ชัยณรงค์ แดงนกขุ้ม สว.(สอบสวน) เรียกประชุมความคืบหน้าของคดี พร้อมเปิดภาพวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบกล้องวงจรปิดฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุจับภาพอุบัติเหตุดังกล่าวได้ ในภาพปรากฏเวลาประมาณก่อนเที่ยงคืน พบกลุ่มรถจักรยานยนต์รวมตัวกันประมาณ 15 คันขึ้นไป และปล่อยรถให้ขี่แข่งกันเป็นคู่ๆ บางคันวิ่งจากขวามาซ้าย ต่อมาพบรถสีขาววิ่งมาตามเส้นทางก่อนจะชนกับรถจักรยานยนต์ที่ตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบจุดชนอยู่ในช่องทางเลนกลาง แล้วรถจักรยานยนต์กระเด็นไปช่องทางขวาพร้อมคนเจ็บ

ภาพที่ปรากฏในวงจรปิดชัดเจนว่ามีการชนอย่างแน่นอน แต่ใครจะเป็นฝ่ายผิดนั้นยังไม่สามารถระบุได้ หลังจากนี้จะประสานให้คู่กรณีที่เป็นรถยนต์นำรถมาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่ามีร่องรอยการชนตรงไหน และสอบปากคำว่าขณะเกิดเหตุใช้ความเร็วเท่าไหร่ เพื่อตรวจหาระยะเบรกว่ามีความสอดคล้องกันอย่างไร ในส่วนของรถจักร ยานยนต์ที่เปลี่ยนช่องทางกะทันหันจนถูกรถเฉี่ยวชนจะมีความผิดขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้วจึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และหากผลการสอบสวนพบว่ารถยนต์เป็นฝ่ายผิดจะดำเนินคดีกับคนขับในข้อหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป

“อย่างไรก็ตาม ทางผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย จึงขอให้พยานที่เห็นเหตุการณ์และตัวคู่กรณีเองให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่แท้จริงกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อความชัดเจน” ผกก.สน.สายไหมกล่าว

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายยงเดช บุตรโรทัย ทนายความดีเจ.เชาเชา นำรถยนต์เลกซัสที่เกิดเหตุมาให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจร่องรอยการชนที่สน.สายไหม พร้อมกล่าวว่า รับมอบอำนาจจากดีเจ.เชาเชานำรถมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพราะดีเจ.เชาเชาติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาได้ ส่วนที่มีข่าวว่าไม่ได้ช่วยเหลือดูแลอาจจะเป็นการเข้าใจผิดจากทางญาติ เนื่องจากมีการติดต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่ตัวดีเจ.เชาเชาโดยตรง

นายยงเดชกล่าวอีกว่า ในตอนแรกที่ปฏิเสธอาจเป็นเพราะว่าตกใจ เนื่องจาก ดีเจ.เชาเชาเพิ่งมีอุบัติเหตุรุนแรงเป็นครั้งแรก โดยในวันนี้นำเงินมามอบให้กับญาติเพื่อช่วยเหลือ 30,000 บาท และหลังจากนี้จะมอบให้อีก 90,000 บาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่วันนี้ญาติไม่สะดวกที่จะมาที่สน.สายไหม หลังจากนี้จะนำเงินไปมอบให้ที่วัดบึงทองหลางซึ่งเป็นที่จัดพิธีศพ

รายงานข่าวแจ้งว่า ดีเจ.เชาเชาจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พ.ค. และจะเปิดแถลงข่าวถึงกรณี ดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค. ที่ตึกจีเอ็มเอ็ม สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ส่วนกรณีนายบัณฑิต พันเลิศวงศ์สกุล อายุ 61 ปี พ่อของดาราสาว โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล นักแสดงสาว พร้อมเพื่อนๆ อีกหลายคนกำลังปั่นจักรยานอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองตัดใหม่ราชพฤกษ์ เมื่อมาถึง ปากซอยบางกร่าง 13 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ถูกรถยนต์เฉี่ยวนายบัณฑิตจนจักรยานล้มคว่ำบาดเจ็บหัวเข่าแตกเย็บหลายเข็ม ถูกนำส่งร.พ.ธนบุรี 9 ส่วนรถยนต์ที่ก่อเหตุหลบหนีไป ทิ้งกระจกด้านข้างตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อมานางเอกสาวโพสต์ลงในโลกออนไลน์ขอให้คนขับออกมารับผิดชอบ

ร.ต.อ.คุณาพัฒน์ สุภะกะ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง ร้อยเวรเจ้าของคดี เผยว่า นายนิพนธ์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี เจ้าของรถยนต์โตโยต้า อินโนว่า สีขาว ทะเบียน ฆบ 3609 กรุงเทพมหานคร เข้ามอบตัวแล้วยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และจะเข้าไปหานายบัณฑิตเพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงติดต่อไปยังภรรยานายบัณฑิตนัดให้มาเจรจาค่าเสียหายที่ สภ.บางศรีเมือง แต่ทางฝ่ายผู้เสียหายยังไม่สะดวกและจะนัดหมายกันอีกครั้ง

ด้านนายนิพนธ์กล่าวว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลาตีสามได้พาพ่อไปล้างไตที่โรงพยาบาล จากนั้นไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน เมื่อขับรถมาถึงบ้านสังเกตเห็นกระจกข้างขวาหายไป คาดว่ารถคงไปเฉี่ยวอะไร แต่คิดไม่ออกจริงๆ ขณะขับรถเกือบวูบหลายครั้ง เช้าอีกวันจึงโทร.เรียกประกันมาเคลมซ่อมรถ หลังจากนั้นพบว่ามีข่าวทีวีว่ามีรถเก๋งลักษณะคล้ายรถตนเองไปเฉี่ยวรถพ่อนางเอกสาวโดนัท จึงรีบเดินทางไปพบตำรวจ เมื่อตรวจสอบแน่ชัดถึงทราบว่าเป็นรถตนเอง รู้สึกเสียใจและอยากไปกราบขอโทษพ่อของคุณโดนัท แต่ทราบจากตำรวจว่า ผู้เสียหายยังไม่พร้อม ส่วนตัวแล้วอยากไปกราบขอโทษท่านที่บ้านเลย ยืนยันว่าคืนเกิดเหตุไม่ทราบเลยจริงๆ ว่าไปเฉี่ยวชนอะไรมา

วันเดียวกัน ที่สตูดิโอช่อง 3 หนองแขม โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล นักแสดงสาว เผยว่า วันที่เกิดเหตุกำลังทำงานอยู่ ประมาณ 22.00 น. มารดาโทรศัพท์แจ้งว่า บิดาถูกรถเฉี่ยว รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ธนบุรี เมื่อตามไปเยี่ยมพบบิดามีแผลต้องเย็บที่หัวเข่าและกล้ามเนื้ออักเสบ ล่าสุดอาการปลอดภัย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว โดยบิดายังลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น คาดว่าต้องรุนแรงมาก เพราะหมวกกันน็อกของบิดาแตกเสียหาย และยังนับว่าโชคดีที่วันเกิดเหตุมีกลุ่มขี่จักรยานผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงช่วยเหลือบิดา และยังได้หลักฐานเป็นคลิปภาพจากกล้องของกลุ่มจักรยานดังกล่าว และหูกระจกมองข้างรถคันที่ก่อเหตุซึ่งตกอยู่

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี โดนัท-มนัสนันท์กล่าวว่า มารดาเข้าแจ้งความที่สภ.บางศรีเมืองแล้ว โดยคลิปที่ได้มาเห็นรถที่ก่อเหตุและทะเบียนชัดเจน ล่าสุดทราบว่าคู่กรณีติดต่อไปที่สภ.บางศรีเมืองและพูดคุยกับมารดาแล้ว เบื้องต้นต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย เราไม่ได้ต้องการอะไร แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมชนคนแล้วไม่หยุดช่วย อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ เราก็ไม่ได้บอกว่าเราถูก แต่ต้องรับผิดชอบด้วยกัน หลังเกิดเหตุไม่ได้บอกสื่อมวลชนและผู้ใหญ่เพราะไม่อยากใช้ความที่เราเป็นคนที่ทุกคนรู้จักมาตามเรื่องนี้ ต้องขอบคุณคนที่ช่วยขับรถตามไป และกลุ่มจักรยานที่ช่วยดูแลคุณพ่อด้วย

“จริงๆ โดนัทจะกังวลมากที่คุณพ่อปั่นจักรยาน เพราะประเทศเราไม่ได้มีเลนสำหรับปั่นจักรยาน และคนที่ชอบเขาก็ออกไปปั่นทุกวัน เรื่องที่เกิดขึ้นคุณพ่อก็โดนทุกคนดุ แต่คนขี่จักรยานเขาก็จะระวัง และมีไฟที่เห็นเป็นสัญลักษณ์ จะมีสองดวงเผื่อดวงไหนดับ หมวกกันน็อกก็ติดสติ๊กเกอร์เรืองแสงที่ซื้อให้ ซึ่งคนขี่จักรยานมันห้ามไม่ได้ ใจเขาอยากจะไปขี่ เราก็คุยขอร้องว่าให้ขี่ในที่ที่เขาจัดไว้ให้ และเราอยากจะฝากคนขับขี่ว่าบางทีถ้าเกิดอุบัติเหตุเราจอดดูเขาก่อน เพราะมันก็มีหลายๆ กรณีที่เขาน่าจะรอดแต่ไม่รอด เพราะไม่มีคนช่วย และโดนัทก็อยากฝากบอกคู่กรณีแค่ว่ามารับหูกระจกคืนด้วยค่ะ” นักแสดงสาวกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน