ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาพ่อเล้า-แม่เล้ากามด.ญ. ไม่มีญาติมายื่นประกันตัว ศาลส่งเข้าเรือนจำทันที ขณะที่ประธานสภาวัฒนธรรมแม่ฮ่องสอน แจ้งความดำเนินคดีคนโพสต์เฟซบุ๊กล้อเลียนคำขวัญจังหวัด มีข้อความเสียหายเกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็ก ด้านสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ยื่นหนังสือถึง “บิ๊กตู่” เสนอใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 จัดการเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันคดี เอาผิดอย่างเด็ดขาดทั้งอาญา และวินัย ไม่ใช่แค่ย้าย หรือตัดเงินเดือนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภาค 5 เดินทางมาร่วมประชุมพนักงานสอบสวนคดีกามเด็กหญิงและค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน โดยหารือถึงกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลอนุมัติออกหมายจับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง 5 นาย และต่อมาศาลอนุมัติให้ออกหมายเรียกแทน

ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.แม่ฮ่องสอน และตัวแทนองค์กรชุมชนในจ.แม่ฮ่องสอน เข้าแจ้งความต่อร.ต.ท.สมาจารย์ กฤษณะ ร้อยเวร สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ดำเนินคดีจ.ส.อ.ขัติพันธ์ บุตรสอน เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จ.แม่ฮ่องสอน โดยกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊กมีข้อความล้อเลียนคำขวัญ จ.แม่ฮ่องสอน และเปลี่ยนคำขวัญให้มีข้อความในเชิงเสียหาย กล่าวหาทำนองว่าค้าประเวณีเป็นอันดับหนึ่ง

ที่ศาลอาญา กทม. ร.ต.อ.จุมพล รักดี พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ควบคุมตัวน.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ อายุ 40 ปี, นายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภักดีพงศ์ อายุ 30 ปี, น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม อายุ 39 ปี, น.ส.กนกวรรณ หรือละม่อม รัตนภักดี อายุ 22 ปี และน.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาเด็กหญิงค้าประเวณี มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 พ.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 10 ปาก รวบรวมพยานหลักฐาน และรอผลการสอบประวัติต้องโทษของ ผู้ต้องหา

โดยคำร้องสรุปพฤติการณ์ว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติม แล้วได้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเหยื่อสาวผู้เสียหาย 2 ราย ให้การเพิ่มเติมถึงพฤติการณ์ที่กลุ่ม ผู้ต้องหาพาไปค้าประเวณีกับบุคคลต่างๆ ในช่วงปี 2556-2559 ทั้งตำรวจ ข้าราชการ และชายไม่ทราบชื่อจำนวนหนึ่ง ได้รับเงินจากการขายบริการครั้งละ 2,000 บาท และ ผู้ต้องหาขอแบ่งเงินไปครั้งละ 500-1,000 บาท ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อนศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถาม ผู้ต้องหาไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และเมื่อถึงกำหนดเวลาไม่มีญาติมายื่นประกันตัว เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาผู้ชายไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และคุมตัวผู้ต้องหาผู้หญิงไปฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ส่วนที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) และนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ จัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล่อลวง บังคับให้เด็กหญิงค้าประเวณีในจ.แม่ฮ่องสอน

นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า ขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมายจัดการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ขอให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเป็นตัวอย่างทั้งคดีอาญาและวินัย ให้พ้นการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานรัฐ ขออย่าเพียงแค่ย้ายหน่วยงาน หรือตัดเงินเดือนเท่านั้น โดยมีข้อเสนอดังนี้ 1.เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ร่วมขบวนการทั้งผู้สนับสนุน และเป็นตัวกลาง ขอให้ดำเนินการโดยเด็ดขาด 2.เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้บริการ ขอให้ใช้กฎหมายโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และ 3.กรณีผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการ ขอให้รัฐบาลจัดการผู้เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

“ขอยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นในจ.แม่ฮ่องสอน เกิดจากการเลี้ยงดูปูเสื่อ หรือจัดเด็กให้นาย ปัญหาเหล่านี้เป็นต้นกำเนิดของการทุจริต ขอให้รัฐบาลยุคคสช.เร่งจัดการปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปอย่างจริงจัง ส่วนจะใช้มาตรา 44 หรือวิธีใดจัดการก็แล้วแต่จะพิจารณา” ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ กล่าว

ส่วนนายเกิดผลกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาด หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จะได้ทำงานได้ไม่ติดขัด รวดเร็ว และพยานจะได้ไม่อ่อนแรง เพราะขณะนี้มีความพยายามแทรกแซงการทำงานของตำรวจ โดยการติดตามชิงตัวพยาน หรือยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน แม้พยานส่วนหนึ่งจะอยู่ภายใต้การคุ้มครอง แต่มีพยานอีกส่วนที่ยังไม่เข้ามา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน สืบเนื่องจากคดีค้ากามด.ญ. ว่ายังต้องสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพราะยังขาดบางประเด็น โดยเป็นการอ้างถึงตัวบุคคลที่ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นประเด็นที่เราต้องการ จะตรวจสอบให้เร็วที่สุด หากผลสอบออกมาแล้วพบว่า ผวจ.แม่ฮ่องสอน ไม่ผิด ก็ต้องให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

ผู้สื่อข่าวถามกรณีประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ เรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา นายประยูรกล่าวว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะ ผู้บังคับบัญชาสามารถใช้อำนาจทางบริหาร ซึ่งเป็นกลไกปกติจัดการได้อยู่แล้ว ยืนยันว่าทำตามกรอบที่ได้รับมอบหมาย ไม่แทรกแซงหลักฐานอย่างแน่นอน

ที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. แถลงว่าจากการสอบปากคำหนึ่งในแม่เล้าให้การว่าในการค้าประเวณีมีทั้งหมด 8 สาย โดยทั้งหมดมีตำรวจหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นหัวหน้าดูแล คดีค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน มีจำนวน 36 คดีที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน จับกุมผู้ต้องหา 3 คน เป็นตำรวจ ที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนของ ปคม. 1 คดี ผู้ต้องหา 8 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน