Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 19 ก.ย. 2563

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ยกงานวิจัยใหม่ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่แพร่เชื้อ หนุนพีทเลือดบวก!

3 ก.พ. 2563 - 18:14 น.

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ยกงานวิจัยใหม่ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่แพร่เชื้อ หนุนพีทเลือดบวก!

จากกรณีดราม่า พีทคนเลือดบวก ซึ่งเปิดคอร์สสอนการมีเพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยางอนามัยปลอดภัย สำหรับคนเลือดบวก ซึ่งอ้างว่า มีการวิจัยยืนยันว่า หากรับยาต้านไวรัสครบตรงตามเวลา จะไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น แต่เกิดเป็นดราม่าในกรณีดังกล่าว เมื่อมีพยาบาลสาวคนหนึ่งวิจารณ์อย่างรุนแรง หนุ่มพีทคนเลือดบวก จึงประกาศว่าจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด

อ่าน พีทคนเลือดบวก ลั่นฟ้องแหลกพยาบาลวิจารณ์หลังประกาศจัดคอร์ส Xสด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย พญ นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าหน่วยพรีเวนชั่น ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับ "ข่าวสดออนไลน์" ถึงกรณีดังกล่าว

พญ นิตยา กล่าวว่า จากกรณีของ พีทคนเลือดบวก ที่มีการโพสต์ข้อความ เปิดคอร์สสอนการมีเพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยางอนามัยปลอดภัย สำหรับคนเลือดบวกนั้น ข้อมูลทุกอย่างที่ได้สื่อไปนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด สำหรับตัวหมอ ไม่เคยมีข้อกังวลหรือท้วงติงในเรื่องของความถูกต้องทางข้อมูล แต่ว่าวิธีที่การที่สื่อสารออกไปนั้น ที่ทำให้คนสนใจในเรื่องนี้นั้น คนส่วนใหญ่ในสังคมน่าจะตกใจ เรื่องประเด็นที่ทีเซ็กซ์โดยไม่ได้ป้องกัน โดยไม่ใส่ถุงยาง ซึ่งมันตรงข้ามกับข้อมูลที่สังคมมีอยู่ ว่า พอเรามีเชื้อ HIV แล้ว เราก็ต้องป้องกัน โดยที่ไม่ ถ่ายทอดไปสู่คนอื่นโดยไม่สวมถุงยาง ซึ่งนี่คือข้อมูลความรู้เก่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

แต่ในปัจจุบัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ติดเชื้อได้กินยสต้านไวรัส กินยา HIV แล้ว จนกระทั่งตรวจไม่เจอเชื้อไวรัสในเลือด หรือ Undetectable ถ้าหาก U ตัวแรก เท่ากับ U ตัวที่สอง คือ Untransmittable ไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่รอทำการวิจัย แต่มันเป็นข้อมูลที่มีมานานแล้ว ซึ่งมันคือเรื่องจริง ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณติดเชื้อแล้วคุณกินยา เชื่อคุณตรวจไม่เจอ คุณจะไม่สามารถส่งเชื้อต่อให้คนอื่นได้ ดังนั้น การที่คุณพีทพูดนั้น ไม่ผิดเลย

ส่วนตัว ตนคิดว่า มันคือ 2 ขั้น คือ 1.เขาไม่รู้เรื่องจริงๆ พอได้ข้อมูลจากพีท ก็ไปบอกว่าเขานั้น ไม่มีการศึกษา เข้าใจข้อมูลผิด และต่อต้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว ข้อมูลของเขานั้น คือ ผิด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากหมอหรือพยาบาลก็ตาม พยาบาลคนดังกล่าวน่าจะ เอาข้อมูลหลายๆ อย่างมาผสมกันประกอบกับไม่ชอบเรื่องไม่ใส่ถุงยางอนามัย ด้วยความที่ตัวเองเป็นพยาบาล จึงต้องให้ข้อมูลว่าจะต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง นั่นคือ โลกสวยเกินไป ซึ่งสิ่งที่พีทพูดนั้น มันคือการออกมาบอกว่า เราจะมีเพศสัมพันธ์กันได้อย่างไรโดยไม่ใส่ถุงยางแล้วปลอดภัย

ส่วนอีกขั้นหนึ่งคือ 2. คนจำพวกหมอหลายคนที่ออกมาพูดนั้น ตนมองว่าเป็นการอคติ คิดว่า คนที่เป็นผู้ติดเชื้อแล้ว เราไว้ใจเขาไม่ได้หรอก ซึ่งตนมองว่า มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะมันเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ติดเชื้อ เราควรให้เกียรติคนไข้ ซึ่งตามจริงแล้ว เรื่องของคนที่ติดเชื้อ HIV และทานยาต้านไววัส แล้วตรวจเชื้อไม่พบนั้น สามารถ โดยไม่สวมถุงยางนั้น มีการพูดถึงมา 5 ปีแล้ว เพียงแต่เมืองไทยไม่ค่อยมีใครพูด และก็ต้องขอบคุณพีท เค้ายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพื่อความชัดเจน

ถ้าคุณใช้ถุงยางเพียงเพราะว่า คุณกลัวว่าจะติดเชื้อนั้น คุณไม่ต้องกลัว เพราะมันไม่มีทาง แต่ถ้าหากคุณจะใส่ถุงยางต่อ เพราะกลัวว่าจะมีโรคอื่นติดต่อมาด้วยนั้น มันคือสิทธิของคุณ

กรณี U=U นั้น ขอแค่ให้คุณมีวินัย กินยาอย่างดี ทานยาติดต่อกัน 6-12 เดือน ชีวิตของคุณก็จะไม่เหมือนคนที่ติดเชื้อ จะเป็นเหมือนคนทั่วไป ซึ่งตั้งแต่มี U = U นั้น มีคนกินยานี้กว่า 23 ล้านคน ไม่ได้มีการศึกษาแค่ 3,000 คน เรารู้ก่อน เพราะยานี้ มีตั้งแต่ปี 2008 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกที่พูด แล้วคนก็ตกใจมาก และก็มีคนพยายามศึกษามันมาตลอด ซึ่ง ความจริงแล้ว มันคือ ยังไม่เคยมีใครที่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ของ U = U เลย ซึ่งกรณียาด้านไวรัสสามารถเข้าถึงได้ทุกโรงพยาบาล

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ยกงานวิจัยใหม่ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่แพร่เชื้อ หนุนพีทเลือดบวก!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง