เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา – ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ขบวนพาเหรด จุฬา-ธรรมศาสตร์ ได้ทยอยเข้าสู่สนามศุภชลาศัย พร้อมขบวนเชิญธรรมจักร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามมาด้วยกลุ่มอัญเชิญพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขบวนถ้วยรางวัล และขบวนสมาคมศิษย์เก่าจุฬา-ธรรมศาสตร์
เวลา 14.00 น. ขบวนสะท้อนสังคม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเข้าสู่สนาม ด้วยเริ่มขบวนสิ่งแวดล้อม เป็นรูปโลกแห่งขยะ ขบวนผลกระทบสะท้อนถึงสิ่งมีชีวิต ขบวนสื่อ ขบวนคนชั่วต้องถูกประณาม ขบวนสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน พร้อมรูปสิงโต ซึ่งถือเป็นเจ้าป่ายื่นคืนมงกุฎ เป็นการสะท้อนถึงการยื่นคืนอำนาจแบบเผด็จการให้กับประชาชนแล้ว ตามมาด้วยขบวนปัญหาสังคม
จากนั้นขบวนล้อการเมือง จากกลุ่มอิสระ โดยเข้าสู่สนามด้วยขบวนอนุสาวรีย์ประชาธิป “ตาย”’ หุ่นตัวแรก เป็นหุ่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ปลายยอดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกำลังมีภัย เพราะกลุ่มคนสีเขียวกระผลักเอียงกะเท่เร่หมายจะล้มให้จมดิน กำลังอำนาจที่มิชอบนั้นคงบรรลุความประสงค์ได้ดังใจหมายหากไม่มีประชาชนเป็นคนค้ำยัน ร่วมใจดันอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยให้กลับมามั่นคงตั้งตระหง่าน
ต่อด้วยขบวนปอดแหก ที่มีหุ่นคนกำลังสูดอากาศ สะท้อนถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างผลกระทบต่อทุกคน หากแต่ผลกระทบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเสมอหน้า คนทำงานในห้องแอร์ที่มีเครื่องฟอกอากาศย่อมได้รับผลไม่เท่าคนหาเช้ากินค่ำที่ทำงานตามท้องถนน อย่างคนงานก่อสร้าง คนเก็บขยะ หรือคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาอยู่แล้ว ถึงคราวเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีกทาง ตามด้วยขบวนมีดทื่อปลาย อนิจจา เลือกฆ่าคน เป็นหุ่นจำลองคุก ที่มีคนสองคน (คนกับรวย) อยู่ในคุกเดียวกันและมีดที่พร้อมฟันมาที่คนยากจน จึงถามถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีอยู่ในสังคม
และขบวนสุดท้ายเป็นขบวน พรรคเป็นพิษ ที่มีหุ่นคุณหมอใส่เสื้อสูทเป่าปี่เรียกงูเง่า สะท้อนถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในปัจจุบัน ว่าด้วยเรื่องของพรรคการเมืองหนึ่งที่มีส.ส.บางกลุ่มในพรรคกระทำการขัดต่อมติพรรค และต่อมาได้มีมติขับส.ส.กลุ่มดังกล่าวออกจากพรรคนั้น คำว่า “งูเห่า” ในที่นี้อาจหมายความถึงอุดมการณ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นประชาธิปไตย การเบียดขับผู้คิดต่างให้เป็นขั้วตรงข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรรคที่ใช้อุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นจุดขาย หากผู้สนับสนุนพรรคเชื่อโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ย่อมหมายความถึงการละทิ้งซึ่งรากฐานของอุดมการณ์ประชาธิปไตย กลายเป็น งูเห่า ที่เป็นภัยต่อประชาธิปไตยเฉกเช่นเดียวกัน












