คุมตัวสาวอดีตลูกจ้างร.พ.พระมงกุฎฯ เค้นสอบ สงสัยโยงจดหมายเตือนบึ้ม 3 ร.พ. เชิญตัวไปจากบ้านย่านประเวศ มาสอบถามที่มทบ.11 แต่ยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องจดหมายเตือน-เหตุระเบิด 3 จุด สั่ง เช็กลายมือซ้ำ-ตรงกับในจดหมายหรือไม่ พร้อมตั้งทีมคลี่คดี สอบปมผู้มีอิทธิพล-กลุ่มฮาร์ดคอร์-อดีตทหารตำรวจ สวนดุสิตโพลชี้เหตุระเบิดหวังสร้างสถานการณ์การเมือง

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. เปิดเผยกรณีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี กล่าวถึงกรณีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ youtube thaisvoice ของนายจอม เพชรประดับ ระบุเหตุระเบิดที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้า เป็นฝีมือทหารที่ทำกันเองว่า การออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะประชาชนมีวิจารณญาณ มีความรู้และประชาชนก็ติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะพฤติกรรมของนายวุฒิพงศ์ ซึ่งก็ทราบสถานะดีว่าเขาอยู่ในสถานะของนักโทษหลบหนีคดี และมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงสร้างความแตกแยก อีกทั้งเคยทำร้ายประชาชนคนไทย แล้วเวลานี้จะออกมาอธิบาย ซึ่งสถานะนายวุฒิพงศ์ไม่ได้อยู่ในการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือในข้อมูล เพราะตัวเองก็ยังหลบหนีคดี ไม่ยอมรับในกระบวน การยุติธรรมแล้วจะมาอธิบายอะไรกับสังคมก็คงไม่มีใครเชื่อ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังติดตามตัวอยู่

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสถึงจดหมายเตือน 3 ฉบับที่เขียนส่งไปยังสถาบันประสาทวิทยาและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ก่อนเกิดเหตุการระเบิดที่ร.พ.พระมงกุฎ เกล้า จนมีผู้บาดเจ็บหลายคนนั้น ล่าสุดตำรวจ ทหารและหน่วยงานความมั่นคงได้เชิญตัว ผู้หญิงอายุ 51 ปี อดีตลูกจ้างร.พ.พระมงกุฎฯ จากบ้านพักย่านประเวศ กทม. มาที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เพื่อซักถามเกี่ยวกับจดหมายทั้ง 3 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าพูดคุยซักถามความเชื่อมโยงระหว่างจดหมายกับหญิงคนนี้ เบื้องต้นหญิงคนดังกล่าวให้การปฏิเสธ ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องจดหมายเตือน รวมถึงเหตุระเบิดทั้ง 3 จุด

สำหรับการเชิญตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบถามนั้น เพื่อต้องการข้อมูลและประวัติ รวมถึงตรวจสอบลายมือด้วยว่าตรงกับลายมือในจดหมายหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าไม่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ก็จะปล่อยตัวกลับทันที ส่วนการทำงานในคดีนี้ของเจ้าหน้าที่ ได้แบ่งกลุ่มทำงานและขยายผลตรวจสอบ อาทิ ผู้ต้องสงสัยในเรื่องจดหมาย จะดูควบคู่ไปกับเรื่องของบุคคลภายในโรงพยาบาลที่อาจมีส่วนรู้เห็นในเรื่องของกล้องวงจรปิดที่เสีย ส่วนเจ้าหน้าที่ในกลุ่มอื่นๆ ดูในส่วนของผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องทางการเมือง กลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์ รวมถึงกลุ่มอดีตนายทหารและนายตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 พ.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิด เพื่อสอบถามความคืบหน้า หลังแบ่งหน้าที่ให้สืบสวนหาเบาะแส ทั้งประเด็นการจำลองแผนประทุษกรรมของคนร้าย การแกะรอยเส้นทางหลบหนี การติดตามตัวผู้ส่งจดหมายเตือนเรื่องระเบิด รวมไปถึงเรื่องผลการพิสูจน์บุคคลต้องสงสัยตามข้อมูลทางการสืบสวน ทั้งจากภาพวงจรปิดและผลการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ระเบิดใน กทม.” กรณีระเบิดในกทม. 3 จุด ทั้งหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าโรงละครแห่งชาติ และร.พ.พระมงกุฎเกล้า โดยประชาชนร้อยละ 83.73 เห็นว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้จิตสำนึก ท้าทายกฎหมายบ้านเมือง รองลงมาร้อยละ 81.44 อยากให้ตำรวจเร่งจับ ผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว ส่วนร้อยละ 78.74 อยากรู้ข้อเท็จจริงและเหตุจูงใจในการ ก่อเหตุ ขณะที่ร้อยละ 72.28 รู้สึกกลัวและเกรงว่าจะได้รับอันตราย ต้องระมัดระวังมากขึ้น และร้อยละ 55.68 ระบุ ส่งผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศ

ขณะเดียวกันประชาชนร้อยละ 78.00 เห็นว่าสาเหตุที่เกิดการวางระเบิดเป็นการสร้างสถานการณ์ ต้องการให้เป็นข่าวครึกโครม รองลงมาร้อยละ 67.13 เห็นว่ามาจากความขัดแย้งอำนาจและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ส่วนร้อยละ 66.48 ระบุมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนร้อยละ 55.27 ระบุเป็นการท้าทาย หวังให้บ้านเมืองปั่นป่วน วุ่นวาย และร้อยละ 48.49 ระบุต้องการข่มขู่หรือส่งสัญญาณเตือนถึงอะไรบางอย่าง

เมื่อถามถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุระเบิดเช่นนี้อีก ร้อยละ 74.16 เห็นว่าต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล รองลงมาร้อยละ 71.38 เพิ่มกำลังทหารและตำรวจตามจุดเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น ส่วนร้อยละ 63.53 ระบุหน่วยข่าวกรองต้องตรวจสอบข่าวให้ละเอียดทันสถานการณ์

เมื่อถามความคิดเห็นประชาชนว่าการวางระเบิดเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยหรือไม่ ร้อยละ 56.09 เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง มีคลื่นใต้น้ำ การเมืองไทยยังมีความขัดแย้งแตกแยก ส่วนร้อยละ 47.02 ไม่แน่ใจว่าการวางระเบิดเกี่ยวข้องกับครบรอบ 3 ปี คสช.ต้องรอดูผลการสืบสวน ขณะที่ร้อยละ 36.65 เห็นว่าเกี่ยวข้อง เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งครบรอบ 3 ปีพอดี และสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ของทหาร น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน