กทม.ผุดโครงการ ท่อส่งน้ำใต้ถนน 11 จุด แก้ปํญหาน้ำรอระบายฝนถล่มกรุงแต่เช้า ทำท่วม 30 จุด สั่งเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายจากซอยชินเขตลงคลอง หวังแก้ท่วมงามวงศ์วาน สนามบินดอนเมืองวุ่น น้ำท่วมหลุมจอดเครื่อง ทำดีเลย์ 2 เที่ยวบิน ต้นโพธิ์ใหญ่ผุ โค่นทับห้องพักคนงานสาวดับ แฟนหนุ่มสาหัส พายุ “โมรา” ขึ้นฝั่งที่บังกลาเทศและเมียนมาแล้ว แต่ไทยยังมีฝนตกต่อในบางพื้นที่เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ปภ.จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยตั้งแต่วันที่ 16-30 พ.ค. มีพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย 16 จังหวัด รวม 53 อำเภอ 179 ตำบล 999 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผล กระทบ 21,091 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย และสระบุรี
นายฉัตรชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งต่อไปอีก 1 วันในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นฝนจะลดลง สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวรวมทั้งอ่าวไทยตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงด ออกจากฝั่ง
ขณะที่พายุไซโคลน “โมรา” (MORA) บริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังกลาเทศและเมียนมาในวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ปภ.จึงประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด
ที่ศาลาว่าการกทม. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. กลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางปกคลุมพื้นที่เขตชั้นในแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตดุสิต วังทองหลาง พญาไท ดินแดง ห้วยขวาง บางกะปิ วัฒนา คลองเตย สวนหลวง พระโขนง เคลื่อนตัวเข้าเขตดอนเมือง บางเขน คลองสามวา
ต่อมาเวลา 06.30 น. ฝนเล็กน้อยสลับ ปานกลางในเขตบางขุนเทียน บางบอน บางแค หนองแขม ทวีวัฒนา บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางพลัด ภาษีเจริญ จอมทอง คลองสาน อ.เมือง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อ.สามพราน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เคลื่อนไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือช้าๆ ต่อมาเวลา 09.10 น. ฝนเล็กน้อยถึงปานกลางในฝั่งธนบุรีทั้งหมดและเขตหลักสี่ จตุจักร ดอนเมือง คลองเตย บางคอแหลม สาทร ต่อเนื่องจ.นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร โดยปริมาณฝนสูงสุดที่เขตบางแค 92 มิลลิเมตร (ม.ม.)
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ความสูงตั้งแต่ 10 เซนติเมตร เสมอทางเท้า ความกว้าง ตั้งแต่ 100-400 เมตร กินผิวจราจรตั้งแต่ 1 เลน จนเต็มผิวจราจร จำนวน 30 จุด ทั้งในเขตกรุงเทพฯและฝั่งธนฯ
ที่บริเวณซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 40 (ซอยชินเขต 2/38) เขตหลักสี่ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายพร้อมตรวจการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณซอยชินเขต โดยมีคณะ ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตหลักสี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
นายจักกพันธุ์ เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำเร่งระบายบนพื้นผิวจราจรบริเวณถนนงามวงศ์วาน สาเหตุส่วนใหญ่แล้วเนื่องจากน้ำที่มาจากซอยชินเขต ในวันนี้สำนักการระบายน้ำได้นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพิ่มอีก 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำจากบริเวณซอยชินเขตไปบ่อสูบน้ำบริเวณลาดโตนด ดึงน้ำลงสู่คลองลาดโตนดระบายน้ำลงสู่คลองเปรมประชากร เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะช่วยระบายน้ำได้เร็วขึ้น น้ำไม่ต้องไปลงที่งามวงศ์วาน ทำให้การระบายน้ำจากบริเวณถนนงามวงศ์วานได้เร็วยิ่งขึ้น
ขณะที่นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้า มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณหลุมจอดอากาศยานด้านเหนือและใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ประมาณ 5-10 เซนติเมตร ส่งผลกระทบให้เที่ยวบินดีเลย์จำนวน 2 เที่ยวบินคือ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เส้นทางดอนเมือง-หาดใหญ่ ตามตารางกำหนดออก เวลา 09.30 น. แต่ดีเลย์ไปออกตอน 11.00 น. และสายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ดอนเมือง-เชียงใหม่ ตามตารางออกเวลา 10.30 น. แต่ดีเลย์ไปออก เวลา 11.00 น.
“น้ำที่ท่วมสนามบินในภาพเป็นในส่วนของหลุมจอดอากาศยานทางเหนือและทิศใต้ ซึ่งมีพื้นที่ต่ำ ช่วงนั้นเราใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ในการระบายน้ำออกจนหมด แต่ถ้าดูในภาพน้ำไม่ได้สูงมากจนให้บริการไม่ได้ แต่การจะระบายน้ำก็ต้องประสานสำนักงานเขตดอนเมืองและกรมทางหลวงก่อน เนื่องจากกระทบชุมชนรอบข้างและถนนวิภาวดีรังสิต” ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า กทม.กำลังก่อสร้างท่อขนส่งน้ำในผิวจราจรบริเวณเกาะกลางด้วยวิธีดันท่อ (PIPE JACKING) ตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในถนนสายหลัก ระยะที่ 1 ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นจุดเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วม 11 จุด ซึ่งมักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานอยู่เสมอ แม้มีปริมาณฝนตกสะสมที่ไม่เกิน 80 ม.ม.ต่อวัน โดยวิธีดันท่อ คือการสร้างบ่อใต้ดินสำหรับรองรับน้ำเวลาฝนตก และระบายน้ำออกจากพื้นที่ผ่านแนวท่อใต้ดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ทั้งนี้ การก่อสร้างจะขุดเปิดผิวจราจรเฉพาะจุดก่อสร้างบ่อรับน้ำโดยจะดำเนินการในเวลากลางคืน ตั้งแต่ 22.00-04.00 น.ของวันใหม่ และจะคืนผิวจราจรชั่วคราวให้สามารถสัญจรผ่านได้ในเวลากลางวัน เพื่อให้ส่งผล กระทบต่อการเดินทางของประชาชนน้อยที่สุด
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการดังกล่าวภายในเดือน ส.ค. ได้ จำนวน 8 จุด ได้แก่ 1.ถนนสุขุมวิท 21 (อโศกมนตรี) 2.ซอยสุขุมวิท 31 และซอยสวัสดี 3.ถนนทรงสวัสดิ์ ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง 4.ซอยสุขุมวิท 4 (นานาใต้) 5.ซอยสุขุมวิท14 6.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู 7.ถนนพหลโยธินบริเวณแยกเกษตรศาสตร์ และ 8.ซอยสุขุมวิท 107 ถึงคลองบางนา และ ภายในเดือนก.ย. 3 จุด ได้แก่ ถนนศรีอยุธยาและถนนพระรามที่ 6, ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) และซอยสุขุมวิท 39 แต่ละจุดใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 10-13 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เฝ้าระวัง 11 จุดดังกล่าวได้ โดยมีขีดความสามารถในรองรับปริมาณฝนตกสะสม ได้อย่างน้อย 80 ม.ม./วัน และแม้ว่าจะเกิดกรณีฝนตกหนักจนมีปริมาณฝนสะสมเกินกว่านั้น ก็จะสามารถช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ เร็วขึ้นกว่าเดิม
ต่อมาเวลา 13.40 น. ร.ต.อ.จักรพงษ์ วงค์งามใส ร้อยเวรสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งมีเหตุต้นไม้ล้มทับคนเสียชีวิตและ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายในที่เพิงพักคนงาน ใน ซ.สมเด็จเจ้าพระยาซอย 3 แขวงสมเด็จ เจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่หักโค่นใส่บริเวณเพิงพักคนงาน ทับร่างนางจรัม อายุ 30 ปี คนงานชาวเขมร ที่ช่วงลำตัว นอกจากนี้ยังมีนายสะโจน อายุ 30 ปี แฟนผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งร.พ.
จากการตรวจสอบที่ต้นโพธิ์ พบฉีกขาดบริเวณโคนต้น และที่ลำต้นมีลักษณะกลวงภายในมีน้ำอยู่เต็ม สาเหตุคาดเกิดจาก ฝนได้ตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ต้นไม้ที่ไม่ แข็งแรงเกิดหักโค่นลงมาทับห้องที่ทั้งคู่อยู่มี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว