“เปรี้ยว”นอนคุกเครียดจัด ร้องไห้โฮทั้งคืน ผู้การตม.สั่งเด้ง 2 นายตำรวจยศ พ.ต.ท.-ร.ต.อ. ถ่ายรูปคู่ผู้ต้องหาขณะถูกควบคุมตัวที่ตม.แม่สาย พร้อมให้สอบสวนเอาผิด หลังภาพยิ้มร่าว่อน เผยผลตรวจ”แจ้” พบฉี่ม่วง พร้อมรับว่าเสพยาที่ เมียนมาก่อนมอบตัว ด้านทนายความวศิน-เบนซ์ เตรียมขอเข้าพบผู้ต้องหาทั้งหมดทำเรื่องสู้คดี ด้านพี่สาวเบนซ์ ยันน้องไม่เกี่ยว แค่ถูกหลอกให้ไปขายโทรศัพท์ให้ เผยหลานวัย 5 ขวบถูกล้อเป็นลูกฆาตกร ป.ป.ส.ยันเปรี้ยวมีข้อมูลเกี่ยวพันแก๊งยาข้ามชาติ เตรียมประสานข้อมูลขอหลักฐานดำเนินคดี ตร.ภาค 4 ยันหลักฐานปึ้ก ทั้งเลื่อย-มีด มีครบ (อ่านข่าว เผยแช็ตไลน์‘เปรี้ยว’ขู่ฆ่า‘แอ๋ม’!! ‘ทอมป๊อปปี้’เปิดใจหลังแม่สงสัยรู้เห็นหั่นศพ ปัดลวงไปตาย(คลิป))

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น มีประชาชนที่สนใจข่าวความเคลื่อนไหวคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม มาติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์โดยรวมบริเวณด้านหน้าเรือนจำ หลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น อนุมัติฝากขัง น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว น.ส. อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ และ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก 12 วัน โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกส่งต่อตัวคุมขังไว้ภายในเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ เย็นวันที่ 5 มิ.ย. ขณะที่น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันนั้นศาล จ.ขอนแก่นมีคำสั่งฝากขังตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.

นายวีรชัย เพชรัตน์ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่นกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ต้องเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่การตรวจร่างกาย ตรวจสอบทรัพย์สินหากพบจะถูกตรวจยึดโดย เจ้าหน้าที่หญิง การพบแพทย์ พบนักจิตวิทยาและการสแกนร่างกาย ซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดจะถูกส่งตรวจปัสสาวะ ซึ่งพบปัสสาวะเป็นสีม่วงของน.ส.แจ้ จึงสอบสวนเฉพาะ ซึ่ง น.ส.แจ้ ยืนยันว่าเสพยาเสพติดมาจากฝั่งเมียนมา เมื่อ 5 วันก่อน

“สภาพของผู้ต้องหาใหม่ มีความเครียด โดยเฉพาะน.ส.เปรี้ยว ที่เครียดอย่างเห็นได้ชัด ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถสอบสวนได้ เนื่องจากยังคงปรับสภาพร่างกายไม่ได้ เมื่อถูกส่งต่อการคุมขังมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยผู้ต้องหาในคดีสำคัญ ส่วนการควบคุมตัวทั้งหมดถูกแยกขัง มีกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว ป้องกันผู้ต้องหาคิดสั้น จัดพี่เลี้ยง ที่เป็นผู้ต้องขังหญิงชั้นดีประกบ 2 คนต่อ 1 ผู้ต้องขัง ดูแลและป้องกันเหตุร้าย ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเปรี้ยวที่มีอาการเครียดกว่าคนอื่นๆ” และว่า ส่วนการเยี่ยมผู้ต้องขังของญาตินั้น ยังคงเป็นตามระเบียบ คือสามารถเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. เช่นเดียวกับทนายความหรือพนักงานสอบสวนที่จะเข้าพบกับผู้ต้องขัง

นายวีรชัยกล่าวอีกว่า วันนี้ทางสถานพยาบาลจะทำหนังสือไปถึงโรงพยาบาลขอนแก่น ขอให้ส่งนักจิตแพทย์มาพูดคุยและทำประวัติผู้ต้องขังทั้ง 3 คนอย่างละเอียด เพื่อดูพฤติกรรมและความคิด เนื่องจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งการลงมา เพราะคาดว่าอาจจะมีความคิดผิดปกติ คาดว่า 2-3 วัน ทางจิตแพทย์คงจะเดินทางตรวจ

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า จากการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งการทดสอบลักษณะนี้เรือนจำจะต้องใช้ประเมินผู้ต้องขังในคดีที่ค่อนข้างไม่ปกติ มีการก่อเหตุในรูปแบบที่สะเทือนขวัญ และเมื่อคืนที่ผ่านมา ทราบว่าน.ส.ปรียานุชมีลักษณะเหมือนจะร้องไห้ แต่ร้องเพราะสาเหตุอะไรไม่ทราบ ซึ่งอาจจะเกิดจากอาการเสียใจหรือกดดัน และเครียดก็ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติของ ผู้ต้องขังใหม่ที่เข้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องขังทั้ง 3 คน ยังได้พบหน้าหรือพูดคุยกันหรือไม่ นายกอบเกียรติ กล่าวว่า เรือนจำกลางขอนแก่นมีแดนคุมขัง ผู้ต้องขังหญิงเพียง 1 แดนเท่านั้น โอกาสที่จะได้พบเจอกันก็มี ส่วนเรือนนอน มี 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นห้องรวมใหญ่นอนรวมกัน ชั้นล่างมีห้องรวมแบ่งเป็นซ้ายขวา และมีการแบ่งเป็นห้องเล็กประมาณ 3 ห้อง โดยเอาไว้ให้แยกผู้ต้องขังป่วย ผู้ต้องขังชรา ซึ่งทั้ง 3 คน ถูกจับแยกห้องนอนคนละห้อง ซึ่งผู้ต้องขังใหม่ก็จะอยู่ในนี้ได้ไม่นาน เป็นเพียงช่วงสั้นๆ เพื่อปรับตัว จากนั้นก็จะถูกให้ไปนอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่น

ถามต่อว่า ผู้ต้องขังในเรือนจำทราบเรื่องคดีของทั้ง 3 คนหรือไม่ นายกอบเกียรติกล่าวว่า ทราบ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีขาใหญ่รุมทำร้าย หรือรับน้องอะไรเหมือนในหนังภาพยนตร์ เพราะความจริงผู้ต้องขังในเรือนจำไม่มีใครอยากเอาเรื่องมาใส่ตัว ทุกคนไม่อยากถูกจัดอันดับไปเป็นนักโทษชั้นเลว ดังนั้น ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าไปหาเรื่องทะเลาะตบตีกันอันนี้ต้องดำเนินการ

ถามด้วยว่า กรมราชทัณฑ์ได้กำชับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรื่องการถ่ายภาพกับผู้ต้องขังหรือไม่ นายกอบเกียรติกล่าวว่า ไม่ต้องกำชับ เพราะถ้ามีการถ่ายภาพออกมาจากเรือนจำหรือระหว่างดำเนินการจัดทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ หรืออะไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ใช่แค่โดนวิพากษ์วิจารณ์ แต่มีความผิดทันที ซึ่งถือว่าหนัก เพราะเรือนจำไม่ได้อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปภายในอยู่แล้ว

วันเดียวกัน ที่ศาลจ.ขอนแก่น นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นายวศิน นามพรม และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม ได้เดินทางมาจัดเตรียมเอกสารในด้านต่างๆ ตามระเบียบของศาล โดยนายธนัญชัย กล่าวว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ตกเป็นผู้ต้องหา แต่คดี ดังกล่าวนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแนวทางการต่อสู้คดียังคงต้องเข้าพบลูกความที่ถูกคุมขัง เพื่อเตรียมการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการยื่นประกันตัว โดยก่อนหน้านี้ใช้หลักทรัพย์ 1,300,000 บาท ขอประกันตัว น.ส.จิดารัตน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนเดียวที่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ขณะนี้ทีมทนายความและครอบครัวของผู้ต้องหาทั้ง 2 ต้องหารือกันใหม่ โดยเป็นไปได้ว่าจะยังคงไม่ยื่นขอประกันตัวในระยะนี้ เพราะคดียังคงเป็นที่สนใจของประชาชน

นายธนัญชัยกล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ตนขอเข้าพบผู้ต้องหาที่ร่วมในคดี ดังกล่าวอีก 3 คน แต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้เข้าพบ จึงจะประสานเข้าพบผู้ต้องหาทั้ง 5 คนอีกครั้ง ในฐานะทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จะต้องสอบสวนและทำสำนวนต่างๆ เพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนได้ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามลูกความของตนทั้ง 2 คนยังคงมีกำลังใจและให้ความร่วมมือต่างๆ อย่างดี

ด้านพี่สาวของเบนซ์ เปิดเผยในรายการโทรทัศน์ว่า ยืนยันว่าน้องสาวไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหั่นศพ แต่ที่โดนลากไปเกี่ยวข้องเพราะเพื่อนรักอย่างเปรี้ยว และวศิน ไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรมา แล้วก็เดินทางเข้ากทม. ให้เอาโทรศัพท์ไปขายที่ร้าน โดยไม่บอกที่มาที่ไป ต่อมาเมื่อเป็นข่าว เบนซ์รู้ความจริง จึงโทรศัพท์ไปบอกตำรวจว่าจะไปหา แต่ก่อนจะถึงเขาสวนกวาง กลับถูกตำรวจจับกุมก่อนและตั้งข้อหาดังกล่าว

พี่สาวของเบนซ์เผยว่า ตอนนี้ลูกชายเบนซ์วัย 5 ขวบ กำลังประสบปัญหา เพราะถูกเพื่อนที่โรงเรียนรุมล้อว่าเป็นลูกฆาตกร ครอบครัวแย่หนัก พ่อก็ทรุด จึงขอให้สังคมอย่าเพิ่งตราหน้าว่าเราเป็นฆาตกร ขอให้ฟังข้อมูลหลักฐานทั้งหมดก่อน

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝัง ซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร มีเพียง น.ส.จิดารัตน์ ที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนี้การสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แยกสอบเป็นรายๆ ไป ซึ่งก็จะทราบละเอียดว่าใครทำอะไรบ้าง ใครลงมือฆ่า ใครซื้อวัสดุชิ้นใด ใครหั่น ใครช่วย ใครฝัง รายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดของกลางได้ครบหมดทุกรายการ โดยเฉพาะหลักฐานชิ้นสำคัญในการแยกร่างน้องแอ๋มเป็นสองท่อนคือเลื่อยธนูและมีด

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัว ระหว่างผู้ตายกับ น.ส.เปรี้ยว ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีความแค้นหรือโกรธเคือง แต่ช่วยเปรี้ยวในฐานะเพื่อนสนิท ส่วนการพัวพันยาเสพติดนั้น ผู้ต้องหาบางคนเป็นเพียงผู้เสพ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

ที่ห้องประชุม 903 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคารบี ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายทิฆัมพร ยะลา เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน รับหนังสือจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบกรณีเจ้าพนักงานตำรวจมีการบันทึกจับกุม น.ส.ปรียานุช กับพวก โดยมีรายชื่อ ผู้ร่วมจับกุมกว่า 90 ราย ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์อื่นใดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือไม่

นอกจากนี้ยังจะขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความเห็นไปยังนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุง แก้ไข กฎเกณฑ์หรือระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาเสียใหม่ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง และไม่เป็นภาระต่อกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต. บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 ลงนามในคำสั่ง บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ที่ 36/2560 ลงวันที่ 4 มิ.ย. ให้ พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และ ร.ต.อ.ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตม.5 สืบเนื่องจากสังคมออนไลน์นำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ขณะปฏิบัติหน้าที่ ไปเผยแพร่จนมีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ การปรากฏภาพของตำรวจทั้ง 2 นาย ส่งผลให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในคำสั่งดังกล่าวยังระบุว่า ในการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมือง 5 รับผิดชอบควบคุมกำกับดูแลมอบหมายหน้าที่รวมทั้งควบคุมความประพฤติตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1212/2537 เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ (ซึ่งเป็นคำสั่งให้ดำเนินการเอาผิดผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น) โดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ภาพเจ้าปัญหาดังกล่าวเป็นภาพถ่ายคู่ ของตำรวจทั้งสอง คู่กับน.ส.ปรียานุช ระหว่างที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวที่กองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ในอิริยาบถสนุกสนานยิ้มแย้มแจ่มใส

เมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย กล่าวเพียงว่า ไม่ขอพูดและไม่ขอชี้แจงอะไร

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากการสืบสวนและพยานหลักฐานที่พบ ยังยืนยันว่าน.ส.ปรียานุช มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ โดยขณะนี้ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างขอข้อมูลและหลักฐานบางอย่างจาก ป.ป.ส. เมียนมา เพื่อนำมาใช้สนับสนุนข้อมูลที่มีอยู่ ส่วนกรณีของนายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือเก้า ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือพากลุ่มน.ส.ปรียานุชหลบหนี ตรวจสอบพบว่านายเก้า เป็น 1 ใน 18 หมายจับที่ส่งให้ตำรวจ เมียนมาช่วยในการจับกุม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน