สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย จับมือเครือข่าย เปิดตัวปทุมธานีโมเดล ต้นแบบศูนย์กักแยกตัว 14 วัน ตัดวงจร โควิด-19 ลดภาระหมอ ลดความเสี่ยงชุมชน

จากการที่รัฐบาลประกาศมาตรการเพื่อช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และเพิ่มการเข้าถึงการบริการทางสุขภาพให้แก่ประชาชน เช่น การประกาศให้สถานพยาบาลเอกชนสามารถออกให้บริการตรวจคัดกรองที่ สถานที่พักผู้ป่วยเป็นการชั่วคราวได้ การเปิดสถานบริการโรงแรมให้เป็นสถานที่พักพิงของกลุ่มผู้สงสัยติดเชื้อโควิด-19

รวมถึงการกักแยกตัวของผู้เฝ้าสังเกตอาการ เป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระดับครอบครัว ชุมชนและสังคมวงกว้าง อย่างไรก็ตาม พบว่ามาตรการการแยกตัวของผู้เฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอนั้น

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยก ตัดวงจรโควิด-19” (Isolation Facility) ที่ จ.ปทุมธานี ถูกตั้งขึ้นจากระดมความคิดของคนในหลายสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล นักเศรษฐศาสตร์ นักปกครอง วิศวกร สถาปนิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

จับมือเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) และภาคประชาสังคม ชูยุทธศาสตร์ต้นน้ำ คือ ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยก ตัดวงจรโควิด-19 เพื่อแยกประชาชนที่เป็นกลุ่มอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โควิด-19 แต่ไม่มีสถานที่กักตัวที่ดีพอ ให้มีที่พักแยกจากครอบครัวและชุมชน ลดความเสี่ยงของชุมชนที่จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ได้ด้วย

ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ที่พักฯ ครั้งนี้ เพราะเรามองว่า การเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่ทุกคนควรได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับปัจเจก จนถึง ระดับชุมชน สังคม

ซึ่งหากมองในเชิงยุทธศาสตร์ศูนย์ที่พักฯไม่ได้นำผู้ติดเชื้อมาพักอาศัย จึงไม่ใช่สถานพยาบาล แต่เป็นที่พักอาศัยระหว่างกักแยก ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกจึงเป็นกระบวนการต้นน้ำที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวหรือชุมชน ดังนั้น ต้นน้ำก็ยังรวมถึงชุมชนสังคมด้วย ส่วนกลางน้ำ คือ โรงพยาบาล (hospital) และปลายน้ำ คือ การจัดตั้งโรงพยาบาลพิเศษโรงพยาบาลสนาม (cohort hospital)

กระบวนการทำงานของศูนย์ฯ คือ ผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในศูนย์ฯ ต้องผ่านการคัดกรองจากจ.ปทุมธานี และเดินทางมาที่ศูนย์ด้วยรถพยาบาลที่มีมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน เมื่อถึงศูนย์ฯ จะมีเส้นทางที่กำหนดให้เดินตามทางโดยเฉพาะ และมีพยาบาลในชุด PPE อำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด

ตั้งแต่การกดลิฟต์รอ จนถึงเปิดห้องรอ ผู้ที่เข้ารับการกักแยกสามารถเข้าใช้บริการที่ศูนย์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมมีบริการเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารครบ 3 มื้อ และสามารถติดต่อกับครอบครัวได้ โดยใช้อินเทอร์เน็ตฟรีภายในศูนย์

หากผู้เข้าพักไม่พบอาการติดเชื้อหลัง 14 วัน จะถูกส่งตัวกลับบ้านอย่างปลอดภัยไม่เป็นพาหะแพร่เชื้อให้ครอบครัว แต่หากผู้ใดพบอาการที่มีแนวโน้มว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ก็จะถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างทันท่วงที กระบวนการนี้จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนและแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลได้

ด้าน ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการ และ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และแผน TIJ กล่าวว่า ถ้าเราจัดการต้นน้ำได้เร็ว ก็ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อในชุมชน การระบุตัวได้เร็ว (early identification ) การกักแยกตัวเร็วตั้งแต่ระยะสังเกตอาการ (early isolation) การส่งต่อรักษาได้เร็ว (early treatment) โอกาสหายเร็ว

“การทำงานของศูนย์ฯ จะเน้นความปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข รวมไปถึงระบบขนย้าย ผู้เข้ารับการกักแยก หรือส่งตัวผู้มีอาการป่วย การดูแลสุขภาพอนามัยแบบแยกตัว ในระยะปลอดภัย รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในศูนย์ที่ได้มาตรฐาน การดูแลกิจกรรมสุขภาพจิต และส่งเสริมการพึ่งพาตัวเองของชุมชนในรูปแบบการแบ่งปันของใช้จำเป็น โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากสังคมภายนอกเท่านั้น” ดร.อณูวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมี 3 ส่วน คือ ส่วนแรก ผู้ให้บริการ คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ทีมงานสนับสนุน แม่บ้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานจากภายนอก ส่วนที่สอง คือ ผู้รับบริการ หรือ ผู้ที่ต้องกักแยกเป็นเวลา 14 วัน ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทั้งอาหารการกิน ที่พัก และการบริการสุขภาพอนามัยพื้นฐานรวมถึงสุขภาพจิต ส่วนที่สาม คือ ชุมชน ที่ต้องได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการประพฤติตนเพื่อให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

การดำเนินงานในศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกปทุมธานีให้ความสำคัญกับชุมชนด้วยการประสานงานกับผู้นำท้องถิ่น สร้างความเข้าใจกับคนในชุมชนถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ เช่น หากมีผู้ที่เข้าข่ายต้องกักตัวในชุมชนก็จะสามารถเข้ามาพักยังศูนย์ฯ ดังกล่าวได้

อีกทั้งชุมชนยังจะได้มีรายได้จากการจ้างงานให้เป็นเจ้าหน้าที่ในศูนย์ฯ อีกด้วย ดังนั้น การเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ร่วมคัดกรองผู้เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นด่านแรก เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ พิจารณา จึงเป็นความร่วมมือสำคัญ


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน