หนุ่มยาริสเข้ารับทราบ 3 ข้อหา พร้อมแจ้งความกลับคู่กรณี ขับชนแล้วหนี เหตุแพร่คลิปทำให้เสียหาย ยันไม่ได้เจตนาชน แค่จะขับไปบังหน้าแล้วเกิดอุบัติเหตุ ด้านตำรวจ สน.คันนายาว เชิญผู้เชี่ยวชาญอุบัติเหตุร่วมพฐ.ตรวจสอบรอยบนรถ พบกระบะเฉี่ยวชนกระจกมองข้างเก๋งจริง

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพเหตุการณ์รถโตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน สย 9119 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายนิอับดุลอาชิส มิเงาะ เป็นคนขับ ได้ขับปาดหน้าจอดขวางรถกระบะอีซูซุ ไฮแลนเดอร์ สีดำ ทะเบียน บร 8824 สระบุรี ที่มีนายอนุสรณ์ สิริพลภักดี อายุ 24 ปี ขับมาพร้อมภรรยาและลูกสาววัย 2 ขวบ ก่อนคว้าไม้เบสบอลมาทุบกระจกบริเวณกระจกหลังของรถกระบะ แล้วขับรถไล่ล่ากันจนไปชนรถกระบะนิสสันสีดำ ทะเบียน ชพ 896 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ข้างทางเสียหายอีกคัน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่สน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อม ร.ต.อ.หรัสชัย ศรีสุมัง รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในทางพิสูจน์เครื่องกลและอุปกรณ์ส่วนควบของยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบร่วมกัน

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 หน่วยงาน มาตรวจสอบเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันในบางส่วน และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของ พ.ร.บ.จราจร และผลทางวิทยาศาสตร์ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อตอบคำถามของสังคมได้ ในส่วนของการแจ้งข้อหานายนิอับดุลอาชิส เบื้องต้นได้ตั้งไว้ 3 ข้อหา 1.ขับรถประมาทหวาดเสียว 2.ทำให้เสียทรัพย์ และ 3.ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และถ้าหากฝ่ายผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการบาดเจ็บและรักษาตัวเกินกว่า 20 วันก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.นายนิอับดุลอาชิส เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน. คันนายาว และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้มี 3 ส่วน ส่วนแรก รถกระบะกลับรถ ตนก็หยุดให้เขากลับรถ แต่เมื่อเขากลับรถได้แล้วตั้งลำกลับขับเบียดขวา มาเบียด จนตนเกือบจะปีนขึ้นเกาะกลางถนน และยังเฉี่ยวชนกระจกมองข้างด้านซ้าย จากนั้นก็เร่งเครื่องออกไป จึงขับตามไปจะบอกว่าเขาเบียดรถตนเสียหาย

นายนิอับดุลอาชิสกล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2 เมื่อขับรถไปบังหน้าให้เขาหยุด ก็หยิบไม้เบสบอลออกไปป้องกันตัวไม่ได้จะเอาไปตีใคร เพราะรถกระบะฟิล์มมืดไม่ทราบว่ามีลูกเมียหรือมีคนมาด้วย หลังเคาะกระจก 2 ครั้ง แต่ไม่เปิดและยังเร่งเครื่องออกไป จึงตีไป 1 ที ที่หลังรถ

นายนิอับดุลอาชิสกล่าวอีกว่า เมื่อคู่กรณีขับออกไป โดยไม่ลงมาคุยรับผิดชอบ เลยคิดว่าหนีแน่นอน จึงจะขับไปบังหน้า แต่รถมีความเร็ว จึงเป็นการเบียดกันจนคู่กรณีไปชนคันอื่น ตนไม่ได้มีเจตนาจะชน แค่จะเร่งเครื่องไปบังหน้า แต่เขาเร่งหนีแล้วไปเบียดกันตามคลิป

“โดยทั้งหมดก็มีการเจรจาตกลงค่าเสียหายกันแล้วตั้งแต่วันนั้น ผมก็อยากให้เรื่องจบ เขาก็อยากให้เรื่องจบ แต่เมื่อมีคลิปออกมาอย่างนี้ ทำให้ผมเสียหาย ผมจึงจะแจ้งความกลับที่เขาขับรถชนแล้วหนี ส่วนค่าเสียหายต่างๆ ก็อยากตกลงกันให้ได้ แต่ไม่ควรเรียกร้องมากเกินความจริงเพราะผมก็ไม่ได้ร่ำรวย เป็นแค่คนทำงานบริษัทกินเงินเดือนเท่านั้น” นายนิอับดุลอาชิสกล่าว

นายนิอับดุลอาชิสกล่าวด้วยว่า ขอโทษต่อสังคมที่คลิปออกไปดูมีอารมณ์ ขอโทษทางคู่กรณี ขอโทษทางเจ้าของอู่ที่มีสติ๊กเกอร์ติดหลังรถ ขอโทษกลุ่มรถยาริส ที่พลอยถูกตำหนิไปด้วย ส่วนตำรวจจะขอตรวจปัสสาวะก็ยินดีให้ตรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนวันนี้ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อไปน้อมรับทุกกรณี

พ.ต.อ.สิงห์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีการเฉี่ยวชนกันจริงตามคำให้การของรถยาริสเนื่องจากพบรอยเฉี่ยวบริเวณด้านหลังขวาของรถกระบะ และการนำรถมาจอดเทียบพบว่ารอยมีระดับเดียวกับกระจกมองข้างของรถยาริสอีกทั้งการเฉี่ยวชนกันภายหลังนั้นก็เมื่อนำมาเทียบก็พบว่าตรงกัน

พ.ต.อ.สิงห์กล่าวว่า หลังแจ้งข้อหานาย นิอับดุลอาชิสได้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนที่นายนิอับดุลอาชิสแจ้งข้อหากลับไปทางฝ่ายรถกระบะอีซูซุนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานและพฐ.เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อแจ้งข้อหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน