Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 28 ต.ค. 2563

ศาลชี้“ที่ดินพังงา"-มีคนอื่นทำให้ตาย ตร.รู้แล้ว ฝีมือใคร จ่อข้อหา แต่พบว่า ไร้เจตนา

5 ส.ค. 2560 - 09:01 น.

รู้แล้วใครทำอดีตที่ดินพังงาดับ ตร.-ดีเอสไอจ่อแจ้งจับ พบไม่มีเจตนา-แค่จะเข้าไปช่วยตอนผูกคอ หลังศาลชี้ผลไต่สวนการตาย ระบุถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก ร่วมกันกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ ด้านน้องชายปรึกษาทนายจี้คดีตร.หาคนทำ ส่วนดีเอสไอพร้อมให้ความร่วมมือ

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งการขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพ การเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีต เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2559 หลังพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2559 ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อช.4/2559 ซึ่งอัยการขอให้ศาลไต่สวนและทำคำสั่งพิจารณาหาสาเหตุการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวที่ดีเอสไอ โดยการฟังคำสั่งครั้งนี้มีนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายนายธวัชชัย พร้อมทนายความ เดินทาง มาฟังคำสั่งศาล

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2559 ดีเอสไอจับกุมนายธวัชชัย ตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และนำตัวไปควบคุมยังห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมชั้น 6 อาคาร ดีเอสไอ โดยระหว่างการควบคุมผู้ตายมีอาการ หมดสติ มีถุงเท้ารัดอยู่ที่คอผูกติดกับบานพับประตูในห้องควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานที่ควบคุม อ้างว่าผู้ตายใช้ผูกคอ จึงช่วยเหลือกู้ชีพเบื้องต้น และแจ้งร.พ.มงกุฎวัฒนะ ก่อนนำตัวส่ง โรงพยาบาล ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่นิติเวช เจ้าพนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมชันสูตรพลิกศพพบสาเหตุการตายเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าเหตุและพฤติการณ์ การตายเป็นอย่างไร ได้ความจากนายชยพล หวานชะเอม พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ และนายสมมาส นาควงษ์ พยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ตายมาตลอด จนเวลา 01.00 น. พบผู้ตายนั่งหมดสติอยู่ในห้องควบคุม มีถุงเท้ารัดบริเวณคอและบานพับประตู จึงดำเนินการช่วยเหลือ

แต่เมื่อพิจารณาสภาพศพผู้ตายตามเอกสาร มีสภาพเป็นรอยแดงผ่านลูกกระเดือก ซึ่งได้ความจากพ.ต.อ.นพ.อนุราช จิตศิล ผู้ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุว่า ร่องรอยดังกล่าว จะพบในกรณีที่ผู้ตายถูกผู้อื่นกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผูกคอตายนั้นจะพบรอยแดงบริเวณเหนือลูกกระเดือกรัดใต้คางพาดผ่านไปทางหลังใบหูทั้งสองข้าง

นอกจากนี้นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพ เบิกความประกอบผลการตรวจพิสูจน์ พบบาดแผลช้ำบริเวณท้อง 3 แห่ง โดยบาดแผลดังกล่าวเกิดก่อนเวลาที่ ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย และเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ตายมีอาการเจ็บจุกเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังพบว่ากล่องกระดูกเสียงหักทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือก และยังพบบาดแผลกดรัดบริเวณคอ น่าจะเกิดจากมีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย ซึ่งถุงเท้าของกลางไม่น่าสามารถ ทำให้เกิดรอยรัดนี้ได้ โดยจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้น โดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่พบผู้ตายมีกระดูกซี่โครงขวาและซ้ายหัก จากการตรวจศพทำให้ทราบว่าเกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึง แก่ความตาย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย

ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมากและมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี ซึ่งอาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกัน การที่เลือดออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้ และตับที่แตกรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่งจากการตรวจสอบกล้อง จุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรง สามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้

เมื่อการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลใดเป็น ผู้กระทำ จึงอาศัยเหตุผลดังคำวินิจฉัยมีคำสั่ง ว่า ผู้ตายเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2559 เวลา 04.43 น. เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศ หายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ โดยระหว่างอยู่ในความ ควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่

ด้านนายชัยณรงค์เผยว่า ศาลมีคำสั่งแล้วว่าพี่ชายเสียชีวิต เพราะมีบุคคลอื่นทำให้ตาย ดังนั้นจึงไม่ใช่การฆ่าตัวตาย โดยตนกำลังหารือ กับทนายที่จะติดตามพนักงานสอบสวน สน. ทุ่งสองห้อง ถึงการหาตัวผู้ที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำรายงานสรุปการเสียชีวิตไว้ และศาลก็รับฟังว่ามีบุคคลอื่นทำให้ตาย

ขณะที่ดีเอสไอเผยแพร่เอกสารชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ต้องสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป ว่าใครเป็นผู้ทำให้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นทำให้ตาย ย่อมหมายความว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายหลายคนและหลายขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนควบคุมในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ตลอดจนถึงขั้นตอนที่แพทย์ระบุว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว

โดยดีเอสไอจะศึกษารายละเอียดคำสั่งของศาล และพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม

ด้านพ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า หลังศาลมีคำสั่งเรื่องนี้ พนักงานอัยการจะต้องส่งคำสั่งศาลและสำนวนการสอบสวนมาให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อได้เอกสารแล้วต้องมาพิจารณาคำสั่งศาลกรณีที่ผู้ตายเสียชีวิต เพราะมีบุคคลอื่นทำให้ตาย ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอาญา ส่วนจะเกิดจากความประมาทหรือเจตนา ต้องตรวจสอบดูที่พยานหลักฐานเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนรอรายละเอียดทางเอกสารต่างๆ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบกล้อง วงจรปิดบริเวณห้องควบคุมตัวของดีเอสไอ ในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณห้องควบคุมตัวแต่อย่างใด แต่พบว่าหลังจากนายธวัชชัยผูกคอภายในห้องควบคุม ได้มีรปภ.เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งจากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตอนนี้ทราบแล้วว่าใครเป็นผู้ทำให้เสียชีวิต แต่พบว่าไม่มีเจตนาทำให้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนและเอาผิดกับคนที่ทำให้เสียชีวิตต่อไป

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ศาลชี้“ที่ดินพังงา"-มีคนอื่นทำให้ตาย ตร.รู้แล้ว ฝีมือใคร จ่อข้อหา แต่พบว่า ไร้เจตนา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง