สอบเพิ่มเหยื่อด.ญ.ราย ที่ 2 ตร.จ่อขอศาลอนุมัติหมายจับอีก 7 ทรชนรุมโทรมด.ญ.14 เชื่อหลักฐานมัดชัดเจน ชี้มีถึง 40 คนก่อเหตุ ขณะที่ด้านเหยื่อคนแรกอยู่ในอาการหวาดผวา หลังถูกโทรศัพท์คุกคามต่อเนื่อง แถมยังตามมาถึงที่พัก เตรียมขอคุ้มครองพยานเพิ่มเติม และยื่นขอถอนประกัน 3 ผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้อง ด้านชาวบ้านในพื้นที่ขึ้นป้ายขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้ลงมืออย่างที่ถูกกล่าวหา
(อ่านข่าวปล่อยตัวเด็กสาว!! บุกอุ้มเค้น 15 ชม. คดีทรชนรุมโทรม ลั่นไม่ได้ถูกข่มขืน-ฉุนใส่ร้าย(คลิป)
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต นำน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี แม่ของน.ส.บี อายุ 16 ปี แจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.ท.กิตติภูมิ ถิ่นกลาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกกลอย จ.พังงา เพื่อหาตัวกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งในอ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ที่ก่อเหตุรุมโทรมลูกสาว นอกเหนือจาก 3 โจ๋ที่อัยการสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะมีคนร่วมก่อเหตุอีกกว่า 40 คน ล่าสุดตร.รู้ตัวแล้ว อีก 4 คน ขณะที่เหยื่อให้การว่ากลุ่มชายฉกรรจ์บังคับให้เสพยาก่อนลงมือ และยังมีเหยื่อสาวอีก 2 คนถูกข่มขืนด้วย ตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ก.ย. กลุ่มชายฉกรรจ์ใช้รถยนต์ประมาณเกือบ 10 คัน บุกเข้าไปในหมู่บ้านเกาะแรด หมู่ 6 ต.ท่าอยู่ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พาตัวด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นเด็กอีกคนที่ระบุว่าถูกข่มขืนด้วยออกไปจากบ้านพัก ขณะที่ญาติออกไปกรีดยาง ทำให้ชาวบ้านต่างแตกตื่นตกใจ
ขณะที่พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา เผยว่า ผู้ที่นำตัวด.ญ.ซีไปคือกลุ่มสหวิชาชีพ เพื่อไปสอบสวนและตรวจสอบหาหลักฐาน ไม่ได้เป็นฝีมือของชายฉกรรจ์ที่ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านถือป้ายพร้อมเขียนข้อความบนผืนผ้าว่า “ขอความเป็นธรรมให้พี่น้อง ชาวหมู่ 6 ด้วยครับ” เพื่อเรียกร้องหลังจากหมู่บ้านเสียชื่อเสียง เหตุกรณีเด็กวัย 15 โดนรุมข่มขืนกว่า 40 คน พร้อมออกมาชุมชุนบริเวณศาลาหมู่บ้านกว่า 100 คน โดยมี พล.ต.ต.บุญทวี ลงพื้นที่รับฟังปัญหาเพื่อเก็บข้อมูลข้อเท็จจริงนำไปประกอบการรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ และใช้ในการสืบสวนสอบสวนต่อไป
พล.ต.ต.บุญทวีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลเบื้องต้น พร้อมทำความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามโลกโซเชี่ยล แต่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อนำเป็นข้อมูลในการสืบสวนต่อไป ส่วนแนวทางการสอบ สวนคดีจะเป็นหน้าที่ของกรรมการสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ที่จะชี้ว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เมื่อได้ข้อสรุป เจ้าหน้าที่ ตำรวจจะออกหมายเรียก แต่หากผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีก็จะออกหมายจับต่อไป ซึ่งบก.ภ.จว.พังงา ตั้งคณะทำงาน พนักงานสืบสวนสอบ สวนผู้หญิง เพื่อสะดวกในการสอบปากคำ ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็ก ทั้งนี้อยากจะบอกไปถึงผู้ที่กระทำความผิดว่า รู้อยู่แก่ใจว่าใครทำอะไรลงไป เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อยากให้มามอบตัว รับรองว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า สามารถหาความเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่คาดว่าน่าจะกระทำความผิดและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้วไม่ต่ำกว่า 5 คน ไม่นับรวม ผู้ต้องหา 3 คนแรกที่ถูกออกหมายจับและ ส่งฟ้องต่ออัยการ และได้ประกันตัวออกไป ผู้ต้องสงสัยชุดใหม่ทั้ง 5 คนอยู่ระหว่างรวบ รวมพยานหลักฐานแวดล้อม และสอบปากคำประจักษ์พยานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ เพราะตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีกับใครเพียงเพราะมีคนกล่าวอ้างได้ โดยพนักงานสอบ สวนเจ้าของคดีอาจเรียกตัวผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกส่งฟ้องไปแล้วมาสอบปากคำเพิ่มเติมว่าจะให้การซัดทอดถึงบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่ ส่วนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่นดีเอ็นเอและคราบอสุจินั้นยากต่อการตรวจพิสูจน์ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานเกือบ 1 ปีแล้ว ส่วนจะเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุล พินิจของพนักงานสอบสวน
นายเฉลิม สามิน ราษฎรบ้านเกาะแรดเปิดเผยว่า ชาวบ้านเกาะแรดหมู่ที่ 6 ตำบลท่าอยู่ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แม้ว่าทุกคนจะตกอยู่ในความเครียด เนื่องจากถูกครอบครัวเด็กหญิงอายุ 14 ปีกล่าว หาว่าเพื่อนบ้านทั้งวัยรุ่นและผู้สูงอายุ รวมถึงตนรุมข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านทั้งหมดยังคงจับกลุ่มพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ ถึงสาเหตุที่ครอบครัวเด็กหญิงคน ดังกล่าวแจ้งความและให้การพาดพิงคนในหมู่บ้านกว่า 40 คน ทุกคนต่างยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมดังที่ถูกกล่าวหา ขณะนี้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากเกิดภาวะความเครียดกันอย่างรุนแรง
นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณ สุขจังหวัดพังงากล่าวว่า ทีมแพทย์ โดยโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หล่อยูง ร่วมกันตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษา โดยพบว่าขณะนั้นสภาพจิตใจของเด็กไม่ดี มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง ซึ่งให้ยาและให้กลับบ้าน โดยนัดตรวจอาการอย่างต่อเนื่อง
“ขณะนั้นน้องไม่ได้มาตรวจรักษา มีอาการหวาดกลัว ไม่กล้าออกจากบ้าน ทีมแพทย์จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่ามีภาวะหวาดวิตก หวาดระแวง ยิ่งต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมจึงมีความกังวลมากขึ้น และหวาดผวาไปหมด จึงระดมทีมแพทย์สหวิชาชีพร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจ โดยประสานและย้ายน้องมาอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวที่อำเภอตะกั่วป่า เพื่อให้ย้ายจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่น้องหวาดกลัว โดยการรักษาจึงต้องโอนมายังร.พ.ตะกั่วป่าดูแล พบว่าสภาพจิตใจน้องดีขึ้นมาก มีภาวะซึมเศร้าลดลง เรียกว่าอยู่ในระดับน้อยลง ซึ่งก็ต้องให้การดูแลต่อไป รวมทั้งทางครอบครัวของน้อง พบว่าแม่มีความเครียดมาก ส่วนพ่อและน้องชายไม่มากนัก ทางแพทย์ก็ดูแลเช่นกัน” นพ.สามารถกล่าว
นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ตัวแทนมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ตกล่าวว่า หลังจากที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ตเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ก่อนจะประสานไปยังศูนย์ดำรงธรรม ทำให้ บ้านพักเด็ก กระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ส่งทีม นักจิตวิทยา และกลุ่มสหวิชาชีพในด้านฟื้นฟูจิตใจเข้าให้การช่วยเหลือจนกระทั่งมีสภาวะที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ ที่อยู่ในพื้นที่มีความกังวล นอนละเมอ และตกใจตื่น ล่าสุดพบว่าเด็กมีอาการผวาขึ้นมาอีกหลังจากชาวบ้านได้โทร.เข้ามาพูดคุยและด่าน้อง ส่วนการคุกคามพยานนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวนเวียนบริเวณบ้าน การขว้างปาสิ่งของขึ้นหลังคาเพื่อสร้างความหวาดกลัว และสิ่งที่กังวลที่สุดก็คือโลกโซเชี่ยล ฃที่ปลุกกระแสปลุกระดมที่จะกดดันในหลายๆ ส่วน และล่าสุดพบว่าแม่ของเด็กได้เกิดการประจันหน้ากับบุคคลในหมู่บ้านบริเวณเซฟเฮาส์ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการคุ้มครองพยานเต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุด และทางมูลนิธิกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลให้ถอนการประกันตัวของผู้ต้องหาชุดแรกโดยเร็ว
รายงานข่างแจ้งว่า ชุดสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง สืบสวนหาพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนได้ข้อมูลที่ระบุได้ว่ามีผู้ชายรายใดบ้างที่ร่วมกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 14 ปีกับเพื่อนอีก 2 คน โดยเฉพาะการสอบสวนเด็กหญิงทั้งสอง เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถเสนอศาลจังหวัดพังงาออกหมายจับชายหนุ่มที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 7 คน ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชน รวมถึงราษฎรในพื้นที่บ้านนาใต้ และบ้านบางคลี ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 10 กิโลเมตร
ทั้งนี้พบว่าผู้สูงอายุในหมู่บ้านหลายคนที่ถูกกล่าวหาพาดพิงว่ามีส่วนข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงทั้ง 3 ราย ตกอยู่ในอาการหวาดผวา บางรายประกาศจะฆ่าตัวตายหากถูกปรักปรำอย่างไร้เหตุผล ทำให้ลูกหลาน ญาติพี่น้องต้องทิ้งหน้าที่การงาน มาเฝ้าญาติผู้ใหญ่ของตนอย่างใกล้ชิด
รายงานข่าวแจ้งว่า ทีมสหวิชาชีพได้นำตัวแม่เด็กและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคัดแยกเหยื่อเพิ่มเติม ที่สำนักงานอัยการจังหวัดพังงา โดยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพหลายคนสรุปการสอบคัดแยกข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำล่วงละเมิดทางเพศจากบุคคลที่กล่าวมากถึงจำนวนกว่า 40 คนจริง โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาต่อไปว่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์ร่วมด้วยหรือไม่ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยเฉพาะส่งให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการ และค้นหาผู้ที่ร่วมกระทำความผิดต่อไป
(อ่านข่าวบุกขนำรุมโทรม!! แฉอ้างเห็นพ่อเลี้ยงอาบน้ำกับลูก สลดดญ.ผวาหนัก-ชาวบ้านรุม(คลิป)