หลังเป็นกระแสฮือฮาเมื่อสองสามวันก่อนหลังจากที่หัวหน้ากองประกวดนางงามเวทีดังออกมาแฉเรื่องราวของผู้จัดการนางงามคนนึงได้ปกปิดเรื่องที่เป็นพี่เลี้ยงนางงาม แล้วเข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานกองประกวดซึ่งรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง

เรื่องเริ่มต้นมาจากเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา “อั้ม จรีลักษณ์” หนึ่งในทีมงานของกองประกวด Miss Universe Thailand โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า หนึ่งในคณะทำงานของตัวเองจริงๆ แล้วเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนางงามท่านนึงที่เข้ารอบสามสิบคนสุดท้าย ซึ่งคณะทำงานคนนี้เป็นผู้จัดการของนางงามคนนี้มากกว่า 2 ปี ซึ่งผู้จัดการคนนี้ได้รู้ข้อมูลของการประกวดและได้มีการเซ็นสัญญารักษาความลับด้วย การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้เข้าประกวดคนอื่น

และภายในโพสต์นี้มีการบอกใบ้ว่าผู้จัดการนางงามคนนี้มักใช้ #ผู้จัดการผีผลัก เป็นประจำ เป็นผู้จัดการดาราดังหลายคน ก่อนจะทิ้งท้ายแบบเจ็บแสบว่า “หากไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อการทำงาน ต่อความสัมพันธ์อันดีของผู้ร่วมงานแล้วนั้น คุณก็ไม่มีค่าอะไรที่เราต้องรู้จักกันอีกต่อไป” พร้อมทั้งบอกว่าที่ตนออกมาโพสต์นั้นเพื่อเป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่เคยมีส่วนรู้เห็นใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงจำเป็นต้องโพสต์เรื่องราวนี้ต่อสาธารณะชน

จากโพสต์ดังกล่าวเลยเป็นกระแสวิพากษ์ วิจารณ์กันอย่างร้อนแรงบนโลกโซเชี่ยล พร้อมทั้งคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่านางงามคนดังกล่าวนั้นเป็นใคร จึงไปค้นคีย์เวิร์ด #ผู้จัดการผีผลัก จนไปพบว่าเป็นไอจีของผู้จัดการดาราคนหนึ่ง และเขาก็เป็นหนึ่งในทีมงานกองประกวดด้วย ทั้งชาวเน็ตยังพบอีกว่าเบอร์ติดต่อของผู้จัดการรายนี้ เป็นเบอร์ติดต่อเดียวเดียวกันกับเบอร์ที่ได้ระบุไว้ในไอจีสำหรับติดต่องานหวยจึงมาออกที่ “เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ MUT82” และ “เคน สิทธิชัย เร็ววิโรจน์”

ภาพซ้ายก่อนเข้ากองประกวด และภาพขวาหลังจากประกาศ 30 คนสุดท้าย

ก่อนที่เหล่าผู้บริหารของกองประกวด MUT อย่าง ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกสิก ,ณะ-ณรงค์ เลิศกิตศิริ แห่งบริษัท ทีพีเอ็นโกลบอล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และ อั้ม-จรีลักษณ์ จันทร์สุวรรณ หนึ่งในทีมงานกองประกวด ก็ได้ออกมาไลฟ์สดชี้แจงถึงประเด็นนี้ โดยบอกว่า ได้สืบรู้เรื่องนี้มาสักระยะแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เดินเข่าเข้ามากราบขอโทษและยอมรับว่า ตนเองเป็นพี่เลี้ยงของนางงามท่านนี้ และ ปุ้ย ได้บอกอีกว่า การที่เป็นพี่เลี้ยงนางงามนั้นไม่ผิดเลย

แต่ผิดตรงที่ว่า สมัครเข้ามาเป็นทีมงานและมีการเซ็นสัญญากันแล้ว แถมยังเข้าไปประชุม ตอนอยู่ในกองก็ตีเนียนไม่ข้องแวะกับนางงาม จึงรู้สึกว่าไม่แฟร์กับนางงามคนอื่นด้วย นอกจากนี้ผู้บริหารของกองประกวด ได้ทิ้งท้ายว่า ที่เหลือเป็นเรื่องของตัวคุณเองที่ต้องตัดสินใจกับการกระทำในครั้งนี้ ส่วนทางกองก็จะจัดการตามกระบวนการ

ทางผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Universe Thailand อย่าง “ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวดังกล่าวผ่านทางไลฟ์สดของกูรูนางงามชื่อดังว่า จะให้โอกาส “เฌอเอม” ลาออกจากกองประกวดเอง อย่าให้ทางกองต้องตัดสิทธิ์ เพราะถ้าลาออกตอนนี้ ปีหน้าจะสามารถลงสมัครได้ใหม่ พร้อมยืนยันว่าที่ทำไปไม่ได้ใจร้าย แต่ต้องดำรงกฎให้มีความน่าเชื่อถือ

ปุ้ย ยังได้เล่าว่าตนก็พึ่งรู้ เพราะทีมงานเริ่มจับสังเกตได้ ว่าทีมงานคนนี้ (เคน) ดูแปลกๆ มีการดูแลเป็นพิเศษ มีการกระซิบกระซาบอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังจับให้ไปสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนคนเดียว หลังจากนั้นตนก็เริ่มจับตามอง และก็พูดลอยๆ ไปว่า ใครทำอะไรไม่ดีไว้ อย่าให้รู้ เอาถึงที่สุด ก็ไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้ามาหาพตนในวันนั้น และคุกเข่าขอโทษ แต่นางงามคนดังกล่าวก็ไม่ได้มาขอโทษด้วย

และล่าสุดวันนี้(29 ก.ย.) บริษัทสตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดทำ PR ให้กับเวทีการประกวดนี้ ก็ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึก เนื้อหาประมาณว่า ทางบริษัทนั้นขอโทษกองระกวด Miss Universe Thailand คุณปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก และ คุณณะ ณรงค์ เลิศกิตศิริ National Director เป็นอย่างสูง ต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่พอใจและเกิดผลกระทบกับกองประกวด

พร้อมทั้งอธิบายว่าทางบริษัท และผู้จัดการเคนได้มีการทำงานร่วมกันจริงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เข้ารับทราบกลยุทธ์การจัดงาน เป็นผู้ดูแลและจัดหาสปอนเซอร์บางรายการ และในบางกิจกรรมมีการช่วยทำงานบางส่วนให้กับทีมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางคุณเคนไม่เคยเปิดเผยหรือเล่าข้อมูลใดๆให้ทราบว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผู้เข้าประกวดคนดังกล่าว

และเมื่อทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ฝ่าฝืน และละเมิดข้อปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับกองประกวดทางบริษัทจึงได้ยุติการทำงานร่วมกับคุณสิทธิชัยไปตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563 โดยได้อธิบายรายละเอียดทางไลฟ์และในคอมเม้นท์ใต้โพสต์ต่างๆให้สังคมได้รับทราบว่าทางบริษัทไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนและละเมิดข้อปฏิบัติในสัญญาในครั้งนี้ ทั้งนี้ทางบริษัทจะไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจเป็นลำดับต่อไป

มาฝั่งของเฌอเอมก็ยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ใดๆ จนต่อมาเมื่อวาน (28 ก.ย.) ทางทนายนิด้า ก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “สำหรับท่านที่รอคอยการแถลงข่าวเพื่อค้นหาความจริง พรุ่งนี้น้องเฌอเอมจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อทุกสำนัก พร้อม #ผู้จัดการผีผลัก ความจริงเป็นอย่างไรรอฟังจากปากน้องนะคะ” ทำให้คาดการณ์ได้ว่าทนายนิด้าน่าจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับเฌอเอมในเรื่องนี้

และทนายนิด้าก็ได้ออกมาตอบข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีทนายนั้น เพราะว่ามีคำว่า #มิจฉาชีพ2020 จนเลยเถิดไปถึงสังคมตราหน้าว่าเป็นโจรไปแล้ว ซึ่งผู้เกี่ยวข้องมีความรู้สึกว่าค่อนข้างรุนแรง จึงได้เข้ามาปรึกษาหารือว่าจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่

ในตอนแรกทางทีมงานของเฌอเอมได้กำหนดแถลงข่าวที่ร้านอาหารย่านทาวน์อินทาวน์ ในวันที่ 29 ก.ย. แต่ก็ต้องยกเลิกไปเนื่องจากกองประกวดได้โทรไปหาเจ้าของร้าน และขอไม่ให้ใช้สถานที่

จนต่อมารายการคุยแซ่บโชว์ ช่องวัน ได้ติดต่อให้ไปออกรายการพร้อมกับเปิดให้แถลงข่าวในรายการ จึงได้มีการส่งจดหมายไปเชิญนักข่าว ก่อนที่ทางทีมงานของเฌอเอมจะออกมาแจ้งกับนักข่าวเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ว่าทางรายการยกเลิกให้เฌอเอมไปออกรายการเนื่องจาก กองประกวดโทรไปขอไม่ให้ไปออกรายการ ที่สุดแล้วทางทีมงาน และเฌอเอมก็ได้ตัดสินใจแถลงข่าวที่สตูดิโอของจีเอ็มเอ็ม โดยจะเริ่มให้สัมภาษณ์เวลาประมาณ 14.45 น. วันนี้ (29 ก.ย.)

ก่อนที่ทางกองประกวดจะออกมาชี้แจงในภายหลังว่าทางกองไม่ได้มีการขัดขวางการแถลงข่าวแต่อย่างใด

จากเรื่องราวที่กล่าวมานั้นเป็นที่ร้อนแรงสำหรับแฟนนางงาม และชาวโซเชี่ยลเป็นอย่างมาก เพราะเป็นที่ยอมรับเลยว่าเฌอเอม นั้นเป็นนึ่งในตัวเต็งหลักในใจชาวเน็ตที่จะคว้ามงกุฏนี้ รวมทั้งลีลาการพูด และการตอบคำถามต่างๆ ที่เป๊ะ ตรงประเด็น กินใจคนฟังสุด จนเมื่อเกิดกระแสนี้ขึ้นมาก็บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตก็เริ่มกังขาว่าที่เฌอเอมเป๊ะปังขนาดนี้เป็น เพราะมีผู้จัดการทำงานอยู่ในกอง เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูจะสวยกว่าคนอื่นนั่นก็เป็น เพราะผู้จัดการนำข่าวมาบอกล่วงหน้า และทำให้สามารถเตรียมตัวได้นานกว่าคนอื่น

แต่อีกกระแสชาวเน็ตต่างออกมาปกป้องเฌอเอม ว่าความจริงแล้ววงการนางงามนั้นหูตากว้างไกลมาก หากยิ่งเป็นตัวเต็งด้วยแล้วยิ่งโดนจับตาเป็นพิเศษ เรื่องที่มีผู้จัดการเป็นถึงคนในกองประกวดไม่น่าหลุดรอดมาได้ ทั้งด้วยการตอบคำถามของเฌอเอมนั้น ไม่น่าเป็นเพราะเธอรู้คำถามมาก่อน เพราะคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการถามนั้นมีเป็นร้อย เธอคงไม่สามารถเตรียมคำตอบสำหรับทุกคำตอบได้

และทีมงานที่จัดการประกวด กับกรรมการที่เตรียมคำถามนั้นเป็นคนละส่วนงานกัน การตอบเลยน่าจะเป็นด้วยความสามารถของเธอเอง เพราะเมื่อเธอออกไปตอบคำถามนอกเวทีนั้นเธอก็สามารถตอบได้ดีเช่นเดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะเธอเรียนด้านวรรณกรรมมาจึงทำให้ภาษาของเธอดูสวยกว่าปกติ

ส่วนเรื่องความจริงแล้วเรื่องราวมันเป็นยังไงก็ต้องติดตามต่อไป เพราะตอนนี้มีเพียงทางกองประกวดที่ออกมาชี้แจงในเรื่องราวต่างๆ เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น เราก็ต้องมารอกันว่าทางฝ่ายเฌอเอม และผู้จัดการนั้นจะออกมาชี้แจงอย่างไร และสุดท้ายเรื่องราวนางงามนี้จะจบแบบไหน ก็มาลุ้นไปด้วยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน