5 ชาวบ้านเกาะแรด มอบตัวสู้คดี รุมโทรมด.ญ.14 หลังศาลพังงา อนุมัติหมายจับ 8 ราย โดยอีก3 ราย เป็นการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ 3 ผู้ต้องหาที่ถูกอัยการส่งฟ้องไปก่อนหน้า ตร. ตั้งวงเงินประกันคนละ 2.6 แสนบาท ขณะที่ช่วงเช้า เกิดเหตุวุ่นวายเมื่อชายชาวเกาะแรด ร่วม 30 คน บุกโรงพักขอมอบตัวกับตำรวจ ผู้การจังหวัดต้องรุดเคลียร์ เนื่องจากยังไม่มีหมายจับ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขณะที่ทนายอาสาเชื่อชาวบ้านส่วนหนึ่งบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องด้วย

จากกรณี น.ส.บี (นามสมมติ) ถูกกลุ่มชายหลายสิบรายรุมโทรม เหตุเกิดในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านเกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เมื่อเดือนพ.ค. ปี”59 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน พ.ย.ปีเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวยังเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปีเศษเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต ได้สอบถามข้อมูลจาก น.ส.บี จนทราบว่า นอกจากวัยรุ่น 3 คนที่ถูกจับกุมส่งอัยการฟ้องไปแล้ว ยังมีชายในหมู่บ้านอีกหลายสิบคนที่ร่วมก่อเหตุข่มขืนด้วย จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.กิตติภูมิ ถิ่นกลาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกกลอย จ.พังงา เพื่อหาตัวกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีคนร่วมก่อเหตุอีกกว่า 40 คน ขณะที่เหยื่อให้การว่ากลุ่มชายฉกรรจ์บังคับให้เสพยาก่อนลงมือ และยังมีเหยื่อสาวอีก 2 คนถูกข่มขืนด้วย ขณะที่ตร.อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับชุดแรกจำนวน 10 ราย ส่วนหญิงสาวที่ถูกน.ส.บี ผู้เสียหายพาดพิงว่าถูกรุมโทรมด้วย ออกมาปฏิเสธไม่เคยเกิด พร้อมเข้าแจ้งความที่ทำให้เสียชื่อเสียง ตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.พังงา รายงานว่า ราษฎรบ้านเกาะแรด ซึ่งมีทั้งคนหนุ่ม และผู้สูงอายุกว่า 30 คน นำโดยนายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง และนายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายความอาสาของชาวบ้าน รวมตัวกันเดินทางไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากไม่พอใจที่มีข่าวว่าทางตำรวจได้ขอออกหมายจับชาวบ้านในหมู่บ้านโดยไม่มีการเรียกสอบสวนก่อน พนักงานสอบสวนเวรซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ขณะนั้น จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ

นายสรรเพชรเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเชื่อว่าราษฎรในหมู่บ้านส่วนหนึ่งบริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และหลายคนก็ไม่น่ามีส่วนร่วมข่มขืนเด็กหญิงรายดังกล่าว ภายหลังจากการตรวจสอบพยานแวดล้อมและหลักฐานที่มีอยู่ รวมทั้งสอบถามจากราษฎรในหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้เชื่อว่าคนในหมู่บ้านเกาะแรดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีข่มขืนอย่างแน่นอน โดยพร้อมที่จะรับเป็นทนายให้กับราษฎรในหมู่บ้านหากถูกดำเนินคดี

“ผมเชื่อมั่นว่าชาวบ้านที่เกาะแรดส่วนใหญ่บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเรื่องเด็กหญิงถูกรุมข่มขืนไม่ได้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน แต่จะมีใครเกี่ยวข้องบ้างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้ได้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นก็พอทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาพาดพิง สามารถหาพยานหลักฐานมายืนยันได้ว่าขณะเกิดเหตุทำอะไร อยู่ที่ไหน มีใครเป็นพยานรู้เห็นบ้าง” นายสรรเพชรกล่าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา เดินทางมาพบชาวบ้าน เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมระบุว่า ขอให้ชาวบ้านใจเย็นๆ คดียังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่มีหมายจับใคร โดยการดำเนินคดีจะเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโปร่งใส จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนี้ในส่วนของการให้ข่าวนั้น ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้นเป็นผู้เปิดเผย โดยเฉพาะประเด็นพยานหลักฐานที่นำไปสู่การออกหมายจับ เป็นเรื่องของสหวิชาชีพ ไม่สามารถพูดแทนได้

ต่อมาวันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพังงาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีดังกล่าวแล้วจำนวน 8 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง, ร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารและเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายหรือวิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของคนอื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้น, ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นคนอื่นและร่วมกันบุกรุกในที่เคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย”

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวเสริมว่า ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและหากพยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด ก็จะดำเนินการขอศาลอนุมัติหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาต่อไป

แหล่งข่าวระดับสูงในจังหวัดพังงาเปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่นำตัวครอบครัวเหยื่อไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยการแยกสอบทีละคน ทำให้มีข้อมูลและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเสนอขอให้ศาลจังหวัดพังงาออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรุมโทรมเด็กหญิง โดยมีชายอย่างน้อย 5 คน ที่เด็กหญิงสามารถชี้ตัวจากภาพถ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่นำไปให้ดูได้อย่างถูกต้อง ตรงกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้ภายในวันนี้ ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า ผู้ที่ถูกออกหมายจับในวันนี้ มีทั้งคนในหมู่บ้านเกาะแรด และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ชาวบ้านนาใต้ ชาวบ้านบางคลี อำเภอท้ายเหมือง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกาะแรดไปกว่า 30 กิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังมีข่าวว่าศาลจังหวัดพังงาอนุมัติหมายจับชาวบ้านจำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นการแจ้งข้อหาเพิ่มกับ ผู้ต้องหาเก่าที่ถูกจับส่งฟ้องไปแล้วก่อนหน้า 3 คน ทำให้ชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่ที่ศาลาอเนกประสงค์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาจำนวน 5 คน เดินทางเข้ามอบตัวกับพ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผกก.สภ.โคกลอย อีกครั้ง โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างคุมตัวสอบสวนตามขั้นตอนดำเนินคดี เบื้องต้นตั้งวงเงินประกันไว้คนละ 2.6 แสนบาท

ขณะที่นายปราโมทย์ แหล่ทองคำ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมโต๊ะอิหม่ามบ้านเกาะแรด รุดเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน โดยมีทนายความอาสา ร่วมรับฟังและหาทางประกันตัว โดยนายปราโมทย์เปิดเผยว่า ในฐานะองค์กรศาสนาจังหวัดพังงา จะไปเยี่ยมให้กำลังใจทั้งฝ่ายครอบครัวเด็ก ผู้นำมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติภูเก็ต และผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อให้กำลังใจต่อไป

วันเดียวกันที่ สภ.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายหนึ่ง (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงของเด็กหญิง ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนายอับดุลลอฮ์ อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต และทนายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ เข้าพบ พ.ต.ท.บรรดาศักดิ์ ศรีเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สาคู และ พ.ต.อ. จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สภ.สาคู เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท กับชาวบ้านบ้านเกาะแรด 3 ราย ที่ออกมาให้ข่าวว่าตนเองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับลูกเลี้ยง

นายหนึ่ง (นามสมมติ) เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ข่าวที่ออกมาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกมองว่าเป็นพ่อที่ไม่ดี จึงตัดสินใจแจ้งความ พร้อมกับอยากขอความเป็นธรรมจากสังคม ให้ใช้วิจารณญาณ แม้เด็กจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของตน แต่ก็ได้เลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ จึงมีความรักความผูกพันกันเสมือนลูกสาวแท้ๆ ส่วนที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตถึงความสนิทสนมระหว่างตนกับบุตรสาวนั้น นายหนึ่งระบุว่า อาจเป็นเพราะที่ผ่านมา ตนเองเปิดใจคุยกับลูกสาวทุกเรื่อง รวมถึงยังไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เพราะลูกสาวเป็นเด็กดีช่วยครอบครัวทำงาน โดยตนยินดีจะเข้าสู่เครื่องจับเท็จ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าพูดความจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน