วันที่ 2 ต.ค. ที่สโมสรตำรวจ ในการแถลงสรุปความคืบหน้าคดี น้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ได้หายออกไปจากบ้านในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก่อนพบเป็นศพเปลือยอยู่บริเวณเขาภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก ห่างจากบ้านพัก 5 กิโลเมตร แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าใครเป็นคนทำให้ตาย ซึ่งวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เปิดแถลงสรุปความคืบหน้าคดีหลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่
ในการแถลง ทางตำรวจได้เปิดวิดีโอคลิปพรีเซ็นเตชั่น สรุปข้อมูลการสืบสวนสอบสวน จำนวน 3 คลิปประกอบการแถลงความคืบหน้าคดี น้องชมพู่ ที่หายตัวไปก่อนพบเป็นศพ

-คลิปที่ 1 ว่าด้วยการเดินทางขึ้นไปบนภูเหล็กไฟของน้องชมพู่-
เชื่อว่าเด็กไม่สามารถเดินขึ้นเอง ด้วยเหตุผล 8 ประการ ดังนี้
1.เส้นทางที่ยากลำบากเกินความสามารถ จากเส้นทางที่สามารถเดินเท้าขึ้นไปได้จนถึงจุดพบศพ มีเส้นทางทั้งสิ้น 4 เส้นทาง มีอุปสรรคเป็นเนินหินชันมากกว่า 60 องศาในทุกเส้นทาง เกินความสามารถของน้องชมพู่ เพราะน้องชมพู่ ไม่สามารถขึ้นบันไดบ้านซึ่งมีความชัน 45 องศาได้
2. พลังงานไม่เพียงพอ นักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา มีความเห็นพ้องตรงกันว่า อาหารเช้ามื้อสุดท้าย คือ ไข่เจียว 3 คำ และน้ำส้ม 1 ขวด ที่น้องชมพู่ ทานเข้าไป ไม่สามารถให้พลังงานเพียงพอ ให้เดินขึ้นไปยังจุดที่พบศพเองได้
3.ประสบการณ์ชาวบ้าน ชาวบ้านให้การสอดคล้องกันว่าเด็ก 3 ขวบไม่สามารถเดินไปด้วยตนเองได้ และหากเป็นการเดินหลงทางจริง ก็สามารถเดินไปได้เพียงชั้นที่ 2 ของภูเหล็กไฟเท่านั้น
4.กรณีศึกษา จากการหายไปของนางทิน ชาวบ้านในระยะทางที่พลัดหลงเป็นระยะทาง 2 เท่าของน้องชมพู่ ชาวบ้านยังสามารถช่วยหาตัวเจอได้เพียงในคืนเดียว
5.ผู้ชำนาญการยืนยัน แพทย์นิติเวชเดินสำรวจเส้นทางจากบ้านที่เกิดเหตุไปยังจุดพบศพ มีความเห็นว่าเด็ก 3 ขวบไม่สามารถขึ้นไปยังจุดที่พบศพภูเหล็กไฟเองได้ และกุมารแพทย์ให้ความเห็นในเชิงวิชาการว่าเด็กอายุประมาณ 3 ขวบ แม้เดินออกจากบ้านไปประมาณ 200 เมตร ยังสามารถมองเห็นบ้านของตัวเองได้ เพราะเป็นที่ราบอยู่ ไม่น่าจะหลงทางได้ และพัฒนาการเด็กช่วง 3 ขวบนั้น ไม่สามารถเดินไปยังจุดพบศพได้ สอดคล้องกับความเห็นของแพทย์ชันสูตร
6.สภาพศพ ในวันที่พบศพมีสภาพเปลือยกาย ซึ่งบิดามารดายืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถถอดเสื้อเองได้
7.พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเส้นผม 36 เส้นตกอยู่ข้างศพ เป็นเส้นผมของน้องชมพู่เอง เกิดจากกตัด หรือเฉือนด้วยมีด เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำของคนอื่น เนื่องจากน้องชมพู่ไม่สามารถทำเองได้
8.นิสัยส่วนตัว น้องชมพู่กลัวที่สูง ที่มืด และป่าสวนยาง พฤติกรรมที่ผ่านมาของน้องชมพู่ ไม่เคยเล่นไกลบ้าน ไม่เคยไปเล่นในป่า หรือบนภูเหล็กไฟ และพ่อแม่ก็ไม่เคยพาน้องชมพู่ขึ้นภูเหล็กไฟ
จากการสอบสวนจึงยืนยันได้ว่า น้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นจุดพบศพได้ด้วยตัวเอง จึงเชื่อได้ว่ามีคนพาขึ้นไป และทำให้ชมพู่ถึงแก่ความตายไม่ว่าตรงหรืออ้อม

-คลิปที่ 2 ว่าด้วยเรื่องเวลา-
เวลาที่เกิดเหตุ
เวลาที่น้องชมพู่หายตัวไป 09.11-09.49 น. อ้างอิงจากข้อมูลที่น้องชมพู่ดูคลิปเป็นคลิปสุดท้าย จนกระทั่งเวลา 09.49 น. อ้างอิงจากข้อมูลโทรศัพท์ที่พี่สาวน้องชมพู่ใช้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพบว่าน้องชมพู่หายตัวไป จึงยืนยันได้ว่าน้องหายตัวไปในเวลาดังกล่าว
เวลาที่เสียชีวิต
จากการสอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตร มีความเห็นว่า เมื่อประเมินจากการเน่าของศพที่พบว่าอวัยวะภายในเริ่มเน่าอย่างชัดเจน และพบว่ามีหนอนแมลงวันขนาดมิลลิเมตรไปจนถึงเซนติเมตร ชอนไชอยู่บริเวณปาก จมูก และซอกคอ จึงน่าจะเสียชีวิตในวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 14.30 น. ไปจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 14.30 น. เป็นช่วงเวลา 24 ชั่วโมง
จากการสอบปากคำนักกีฏวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านหนอนและแมลง ให้ความเห็นว่าหนอนที่อยู่ในศพวันที่แพทย์ผ่าชันสูตร 15 พฤษภาคมนั้น อยู่ในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย จึงคาดการณ์ได้ว่าน้องชมพู่เสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 3 วัน ตรงกับเวลาที่แพทย์ผู้ชันสูตรสันนิษฐานไว้
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ที่ได้จำลองการเน่าของเนื้อหมู เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาการเติบโตของหนอนในบริเวณดังกล่าว พบว่าจุดพบศพบนภูเหล็กไฟนั้นมีระยะเวลาการเน่าที่เร็วกว่า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีอุณภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์มากกว่าด้านล่าง
ซึ่งพบว่าเหนอนดังกล่าวเป็นแมลงวันหัวเขียว ซึ่งการเจริญเติบโตของหนอนชนิดดังกล่าว จะมีความยาวเข้าสู่ขนาดเซนติเมตรตั้งแต่วางไข่เป็นเวลา 33 ชั่วโมง เมื่อวิเคราะห์จากการทดลองนี้แล้วเป็นช่วงเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม ถึงช่วงบ่ายวันที่ 13 พฤษภาคม
สอดคล้องกับแพทย์ผู้ชันสูตร จึงเชื่อได้ว่าน้องชมพู่เสียชีวิตวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 14.30 น. ไปจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 14.30 น. เป็นห้วงเวลา 24 ชั่วโมง
สาเหตุการเสียชีวิต
จากสภาพศพของน้องชมพู่พบร่องรอยและบาดแผลหายจุด แต่ไม่พบว่ามีบาดแผลใดที่ทำให้ถึงชีวิต ทั้งยังไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ จากรายงานการชันสูตรของแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากศพเน่า
แต่จากการสอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตรเพิ่มเติมนั้น แพทย์ได้ให้ความเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่น้องชมพู่จะเสียชีวิตจากการขาดน้ำขาดอาหาร เนื่องจากสภาพการเน่าของผิวหนังน้อยกว่าอวัยวะภายใน สาเหตุมาจากการที่ผิวหนังขาดน้ำ ทำให้เนื้อเยื่อของผิวไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
ประกอบกับไม่พบอาหารในกระเพาะและลำไส้ ทั้งลำไส้เล็กนั้นมีการบีบตัว แต่การพบของเหลวขนาด 10 ซีซี. ในกระเพาะอาหารนั้น แพทย์ผู้ชันสูตรห้ความเห็นว่า ของเหลวดังกล่าวเกิดจากการเน่าของศพ เลยไม่ยืนยันว่าของเหลวดังกล่าวนั้นคืออาหาร

-คลิปที่ 3 ว่าด้วยเรื่องพยานหลักฐาน-
คณะทำงานได้สัมภาษณ์พยานแวดล้อมไปแล้ว 384 ปาก สอบปากคำเข้าสำนวนสอบสวน 120 ปาก สอบผู้เชี่ยวชาน 13 ปาก ตัวอย่าง DNA ผู้ต้องสงสัย 154 ตัวอย่าง ทำให้ทราบข้อมูลที่แน่ชัดหลายประการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
จากการเก็บวัตถุพยานที่เป็นหลักฐานสำคัญทางคดี 113 ชิ้น เป็นหลักฐานบนจุดที่เกิดเหตุบนภูเหล็กไฟ 16 ชิ้น ซึ่ง 16 ชิ้นนี้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานที่สำคัญได้ใช้อุปกรณ์พิเศษ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีเพียง 2 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งทางตำรวจได้ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
จากการสอบสวนสอบสวนได้ทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกมิติ ซึ่งมีบุคคลน่าสงสัย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ และเมื่อพยานหลักฐานครบถ้วนเมื่อไหร่ สามารถดำเนินคดีได้ทันที
